^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 59 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7188050
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5350
7094
47146
135527
7188050

20-10-2018 เวลา 13 : 16

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

เส้นทางสู่อิสลาม

ผลกระทบของคัมภีร์อัลกุรอานต่อ Edoardo Agnelli ลูกชายของประธานสโมสรยูเวนตุส

บทความ ผลกระทบของคัมภีร์อัลกุรอานต่อ Edoardo Agnelli ลูกชายของประธานสโมสรยูเวนตุส

      อัลกุรอาน เป็นคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาจากพระผู้เป็นเจ้าผู้สร้างโลกและเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับธรรมชาติและเสียงเรียกร้องด้านในของมวลมนุษยชาติ โดยที่ใครก็ตามที่อ่านคัมภีร์นี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจและไม่มีอคติแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะส่งผลกระทบที่น่าประหลาดใจในตัวเขาอย่างแนอน เรื่องราวต่อไปนี้เป็นอัตชีวประวัติของบุคคลผู้หนึ่งที่การอ่านคัมภีร์อัลกุรอานเพียงครั้งเดียวทำให้เขารู้สึกประทับใจและหลงใหลเป็นอย่างมากและทำให้เขาได้ละวางและยอมสูญเสียชีวิตทั้งหมดของตนลงในทางของคัมภีร์อัลกุรอาน

ชีวประวัติโดยสังเขป

      Edoardo Agnelli เกิดเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1954 ในนิวยอร์ก เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในสาขา "วรรณกรรมและปรัชญาตะวันออก" หลังจากนั้นเขาก็เดินทางไปอินเดียเพื่อค้นคว้าวิจัยในเนื้อหาที่เขาชอบที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เขาทำการศึกษา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มีความรู้ในระดับหนึ่งเกี่ยวกับสหัสยะและศาสนาต่างๆ ของตะวันออก “Senator Gianni Agnelli” บิดาของเขาเป็นมหาเศรษฐีชาวอิตาลีและเป็นเจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์ Fiat, Ferrari, Maserati, Alfa Romeo, Lancha, Abarth , Iveco พร้อมกับโรงงานผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ธนาคารเอกชน บริษัทออกแบบแฟชั่นและเสื้อผ้า หนังสือพิมพ์และอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมทั้งสโมสรฟุตบอลยูเวนตุส นอกจากนี้ตระกูล Agnelli ยังเป็นผู้ถือหุ้นคนสำคัญของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง สร้างถนน บริษัทผลิตเวชภัณฑ์และบริษัทผลิตเฮลิคอปเตอร์อีกหลายแห่ง [1]

      ระดับความมั่งคั่งและอิทธิพลของตระกูล Agnelli มีมากถึงขั้นที่สื่อต่างๆ ของอิตาลีกล่าวขานถึงพวกเขาในนาม ครอบครัวกษัตริย์แห่งอิตาลี บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจได้ประเมินรายได้ของตระกูล Agnelli ว่ามากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งถือเป็นจำนวน 3 เท่าของรายได้จากน้ำมันของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

      Eduardo สำเร็จการศึกษาเบื้องต้นในอิตาลีและจากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยแอตแลนติกในประเทศอังกฤษและหลังจากนั้นได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาศาสนาและปรัชญาตะวันออกจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐอเมริกา

การเข้ารับอิสลามของ Eduardo

      Eduardo ได้อธิบายถึงการเข้ารับอิสลามของตนเองไว้เช่นนี้ว่า : ในขณะที่ผมอยู่ในนิวยอร์ค วันหนึ่งผมได้เดินดูหนังสือต่างๆ ในห้องสมุด สายตาของผมได้มองเห็นคัมภีร์อัลกุรอาน ผมจึงอยากรู้ว่าในคัมภีร์อัลกุรอานได้พูดอะไรไว้บ้าง ผมจึงหยิบมันขึ้นมาและเริ่มเปิดอ่านบางโองการที่แปลความหมายเป็นภาษาอังกฤษ ผมรู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่เป็นรัศมี (นูร) และไม่อาจจะเป็นคำพูดของมนุษย์ได้ ผมประทับใจมาก ผมจึงขอยืมมันไปจากห้องสมุดและได้มันมากยิ่งขึ้น และรู้สึกว่าผมเข้าใจและผมยอมรับมัน” หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเขาจึงเดินทางไปยังศูนย์อิสลามแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก และได้สอบถามเกี่ยวกับกรณีที่เขาต้องการที่จะเข้ารับอิสลาม พวกเขาได้ตั้งชื่อให้เขาว่า "ฮิชาม อะซีซ" [2]

การพบปะกับดร.อับยอเนฮ์ เอกอัครราชทูตของอิหร่านในอิตาลี

      ดร.กอดีรี อับยอเนะฮ์ ซึ่งเป็นสหายที่ใกล้ชิดที่สุดคนหนึ่งของ Edoardo Agnelli ได้กล่าวเกี่ยว กับความสัมพันธ์ของตนกับ Edoardo และการเป็นชีอะฮ์ของเขาไว้เช่นนี้ว่า : "ในช่วงครบรอบดะฮ์เฮ่ฟัจร์ (สิบวันแห่งชัยชนะ) ของการปฏิวัติ ในเดือน Shahrivar 1358 (ปีเปอร์เซีย) ผมได้ได้เข้าทำงานในสถานทูตอิหร่านในอิตาลีในนามที่ปรึกษาด้านสิ่งพิมพ์ ในขณะที่ผมยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย หกเดือนก่อนสงครามระหว่างอิหร่านกับอิรัก ในเดือน Farvardin 1359 ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการอภิปรายกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งพิมพ์ของสถานทูตอเมริกาและอิรัก พร้อมกับนักข่าวอิตาลีและผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ของอิตาลี ในช่วงเวลาดังกล่าวเนื่องจากประเด็นการจับตัวประกันทำให้ข่าวของอิหร่านอยู่ในจุดสูงสุดในหน้าสื่อทั้งหลาย ผมกล่าวว่าผมคงไม่พร้อมที่จะอภิปรายถกเถียงกับบรรดานักการทูตของอเมริกา เว้นแต่เราทั้งสองฝ่ายจะไปในฐานะนักข่าว หัวข้อของรายการเท่าที่ผมจำได้นั้นคือ "วิกฤตอ่าวเปอร์เซีย, ภัยคุกคามต่อโลก" ผมได้เริ่มต้นการภิปรายเช่นนี้ว่า : "ในพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตาผู้ทรงปรานีเสมอ และในนามของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงแข็งแกร่งกว่าบรรดาเรือรบของอเมริกา" และต่อจากนั้นผมได้กล่าวว่า ผมไม่ยอมรับชื่อของรายการที่พวกคุณได้ตั้ง ผมบอกว่าที่ถูกควรจะเป็นชื่อว่า "การครอบงำของอเมริกา ภัยคุกคามต่อโลก" และผมได้เริ่มต้นการอภิปรายเริ่ม และผมได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในการอภิปรายครั้งนี้

      เป็นความบังเอิญที่ Eduardo ได้ชมการอภิปรายครั้งนี้และเขาชื่นชอบมันมาก สัปดาห์ต่อมา Eduardo ได้มาที่บ้านของเรา ด้วยรถจักรยานยนต์ติดแก๊ซมือสองโดยที่เขาไม่ได้แนะนำตัวเอง เขากล่าวกับยามรักษาความปลอดภัยบ้านของเราซึ่งเป็นชาวอิตาลีว่า ผมต้องการพบกับคุณ "กอดิรี" ในช่วงเวลานั้นผมมีงานยุ่งมาก ดังนั้นผมจึงบอกให้บรรดาเจ้าหน้าที่กล่าวแก่เขาว่า ให้เขาไปที่สถานทูตในวันพรุ่งนี้เพื่อที่จะพูดคุยกันที่นั่น แต่เนื่องจากเป็นไปได้ที่จะมีคนรู้จักเขาที่นั่น เขาจึงไม่ต้องการที่จะไปที่สถานทูต ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า พวกท่านจงบอกคุณกอดิรีว่า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงเปิดทุกประตูที่ปิดอยู่ ทันทีที่ผมได้ยินคำพูดนี้ ผมจึงบอกว่า จงนำเขาเข้ามาด้านใน แล้วผมก็ออกไปต้อนรับเขา

      เขาเป็นคนหนุ่มที่มีรูปร่างสูง ผมขอให้เขาแนะนำตัวเอง เขากล่าวว่า ผมคือ Edoardo Agnelli เมื่อได้ยินเช่นนั้นผมจึงได้ถามเขาโดยไม่รอรีใดๆ ว่า คุณมีความสัมพันธ์กับครอบครัว Agnelli ที่มีชื่อเสียงหรือไม่? เขาตอบว่า ใช่! ผมเป็นลูกชายของเขา ผมถามว่า ถ้าคุณเป็นลูกชายของ Agnelli จริงแล้ว ทำไมจึงมาด้วยกับรถจักรยานยนต์มือสองเช่นนี้? เขากล่าวว่า นี่เป็นรถของยามที่บ้านของเรา และผมมาโดยอาศัยมอเตอร์ไซตืนี้เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าผมมาที่นี่ ผมได้ดูการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ของคุณและผมเองเป็นมุสลิมแล้ว ผมถามว่า คุณเป็นมุสลิมเมื่อใด? เขาตอบว่า เป็นเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา เขาได้อธิบายถึงเรื่องราวการเข้ารับอิสลามของตน เขาต้องการให้เราเป็นเพื่อนกัน

      ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อใดก็ตามที่เขามายังกรุงโรม - บ้านของเขาอยู่ในเมืองโตริโน่ - เขาก็จะมาหาผม หลังจากที่เราได้พูดคุยกันหลายครั้ง เขาก็ยอมรับแนวทางชีอะฮ์ เมื่อผมได้อธิบายเกี่ยวกับแนวทางชีอะฮ์ให้เขาได้รับรู้ เขารู้สึกประทับใจและศรัทธา หลังจากการเข้ารับแนวทางชีอะฮ์ เขาได้กล่าวปฏิญาณตนเข้ารับอิสลามอีกครั้งหนึ่งต่อหน้าอากอฟัครุดดีน ฮิญาซี และเราได้ตั้งชื่อใหม่แก่เขาว่า "มะฮ์ดี" ครั้งแรกที่เขามายังอิหร่าน เขาได้ไปพบท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) (ในการเข้าพบครั้งนี้ ท่านอิมามได้จูบหน้าผากของ Eduardo และการกระทำครั้งนี้ถือเป็นประวัติการณ์) ในการเข้าพบครั้งนี้ ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี เชครัฟซันญานี ซัยยิดอะห์มัดโคมัยนีและอากอฟัครุดดีน ฮิญาซีอยู่ร่วมในที่นั้นด้วย

      เพื่อนชาวอิหร่านคนหนึ่งของเราซึ่งขณะนี้อยู่ในเมืองมัชฮัด เขาไม่ต้องการให้เรากล่าวถึงชื่อของเขา และเขาก็เป้นเพื่อนคนหนึ่งของ Eduardo เขารับผิดชอบหน้าที่เกี่ยวกับงานแปล เพื่อนของเราผู้นี้กล่าวในภายหลังว่า หลังจากที่ได้เข้าพบกับท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) เราได้ไปร่วมนมาซวันศุกร์ โดยที่ Eduardo ได้นั่งอยู่ในแถวหน้าของการนมาซ หลังจากที่คลิปวิดีโอและภาพถ่ายต่างๆ ของนมาซวันศุกร์ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวอิตาลีได้ปฏิเสธ (ไม่ยอมรับ) เรื่องนี้ และหนังสือพิมพ์ต่างๆ ของสายปฏิรูปก็เช่นกัน ได้แสดงความประหลาดใจไปในทิศทางเดียวกันกับตะวันตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามกลุ่มคนเหล่านี้คือพวกที่ต้องการให้คนหนุ่มสาวของเราออกห่างไปจากศาสนาและไม่ต้องการการปกครองทางศาสนา และแบบอย่างของพวกเขาก็คือสังคมแบบตะวันตก [3]

ฆ่าตัวตายหรือฆาตรกรรม?

      Edoardo Agnelli เป็นทายาทของนายทุนรายใหญ่ที่สุดของอิตาลีและเป็นลูกชายของตระกูล Agnelli เขาล่วงรู้ถึงความลับต่างๆ จำนวนมากของประเทศของเขาและองค์กรมาเฟียและไซออนิสต์ต่างๆ และขณะนี้ด้วยการเข้ารับอิสลามและได้การสนับสนุนการปฏิวัติอิสลามของเขาทำให้เขากลายเป็นอันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เขาได้ทำงานเคลื่อนไหวต่อต้านซัลมาน รุชดี (เจ้าของหนังสือ The Satanic Verses ) ในอิตาลี และการประณามอาชญากรรมของชาวไซออนิสต์ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และกระทั่งว่าในการดำเนินการเหล่านี้เขาเคยติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของอิตาลี

      เขามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการมุ่งร้ายต่อชีวิตของเขาโดยชาวไซออนิสต์ และเคยกล่าวกับนักการทูตชาวอิหร่านในอิตาลีว่า "ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะฆ่าเขาเนื่องจากการเข้ารับอิสลามของเขา และจะอ้างถึงอาชญากรรมครั้งนี้ว่า เกิดจากการฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วย" กระทั่งว่าพวกเขาได้บังคับเขาอย่างลับๆ ให้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเฉพาะของมหาเศรษฐีแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายแดนของวิตเซอร์แลนด์ซึ่งแพทย์และพยาบาลทั้งหมดของมันเป็นชาวยิว ในที่สุดก็เป็นไปตามที่ตัว Edoardo เองได้คาดการณ์ไว้ เขาได้เสียชีวิต (เป็นชะฮีด) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2000 ในเหตุการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น ในขณะที่มีอายุ 46 ปี ในวันดังกล่าวเขาได้ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปทำงานประจำวันของตน ก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน เขาได้ขอให้แม่ครัวประจำครอบครัวทำอาหารที่เขาชอบจากเนื้อสัตว์ที่ฮาลาล แต่ชั่วโมงต่อมาร่างที่ไร้ชีวิตของเขาก็ถูกพบในบริเวณใกล้ๆ กับแม่น้ำและใต้สะพานมอเตอร์เวย์แห่งหนึ่งใกล้นครตูริน เมืองหลวงของแคว้นพีดมอนต์ในประเทศอิตาลี

      ข่าวการตายของเขาได้กลายเป็นพาดหัวข่าวหัวข้อข่าวสำคัญเป็นระยะเวลาหลายและหลายพันเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการตายของเขา สื่อต่างๆ พยายามที่จะอธิบายว่า Eduardo เป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ชอบปลีกตัวออกจากสังคม เป็นคนขี้อาย ติดยาเสพติดและเป็นผู้ป่วย [4]

      และนี่คือผลกระทบของคัมภีร์อัลกุรอานที่มีต่อหัวใจที่ตื่นของผู้คนทั้งหลาย กล่าวคือถ้าหากใครก็ตามที่มุ่งแสวงหาสัจธรรมและความจริง ด้วยการได้ยินคัมภีร์อัลกุรอานเพียงไม่กี่โองการ เขาก็จะยอมรับได้โดยง่ายดายว่าคัมภีร์อัลกุรอานไม่ใช่สิ่งที่มาจากมนุษย์ และเขาจะเป็นมุสลิมและยอมจำนนจากภายใน และจะให้ความสำคัญต่อคัมภีร์อัลทรงเกียรตินี้มากยิ่งขึ้น และยึดถือมันเป็นแบบแผนของชีวิตของตน

คลิออ่านข่าว
เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่15 การเป็นชะฮีดของ Edoardo Agnelli

แหล่งที่มา :

[1]-ชีวประวัติของชะฮีด Edoardo Agnelli

[2]-เว็บไซต์ Tebyan : ชีวประวัติ Edoardo Agnelli

[3] เว็บไซต์อัมมารียูน

[4]- ชีวประวัติของชะฮีด Edoardo Agnelli และเว็บไซต์ Edoardo Agnelli Edoardo

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles