^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 72 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7188176
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5476
7094
47272
135653
7188176

20-10-2018 เวลา 13 : 43

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

เส้นทางสู่อิสลาม

ราชวงศ์ซาอุฯ กำลังอยู่ในระยะขาขึ้น (ก่ายหน้าผาก)

       ราชวงศ์ซาอุฯ สถาปนาด้วยคมดาบของเผ่าเบดูอินเผ่าหนึ่งแห่งแคว้นนัจด์ โดยเกิดจากความร่วมมือของกำลังพลฝ่ายอาณาจักรของบินซาอู้ด ร่วมกับอิทธิพลฝ่ายศาสนจักรลัทธิวะฮาบีของ บินอับดิลวะฮาบ

      ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดในยุคแรก ยึดคาบสมุทรอรับได้บางส่วน แต่ก็ต้องล่าถอยเมื่อออตโตมานเติร์กสั่งปราบ

      สมัยที่กำลังแผ่อำนาจช่วงแรก บินอับดิลวะฮาบประกาศว่า ใครที่ไม่เห็นพ้องกับแนวคิดเขาล้วนเป็นผู้ปฏิเสธอิสลามและฆ่าได้ทั้งสิ้น แม้กระทั่งชาวมักกะฮ์และมะดีนะห์ (คุ้นๆ มั้ยครับ ทีนี้ทราบแล้วนะครับว่า วาทกรรม #ไอซิส ได้มาจากที่ใด)

      เมื่อถูกออตโตมานและอิยิปต์ปราบ จนสุดท้ายต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่อังกฤษอย่าง เซอร์ เพอร์ซี่ ค้อกส์ ซึ่งได้รับภารกิจจากอังกฤษให้เป็นกุนซือให้คิงอับดุลอะซีซ เหมือนกับที่ลอเรนส์ อาระเบียได้รับภารกิจให้ดูแลแถบจอร์แดน อิรัก ฯลฯ

      ทั้งนี้ก็เพื่อหนุนให้อาหรับกระด้างกระเดื่องต่อจักรวรรดิ์ออตโตมาน ส่งผลให้ระบอบคอลีฟะห์ออตโตมานล่มสลายไปในที่สุด

       ราชวงศ์ซาอุฯ เติบโตและร่ำรวยอู้ฟู้อย่างก้าวกระโดดหลังค้นพบน้ำมัน ชาติตะวันตกฉวยสัมปทานอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อมาก่อตั้งบรรษัท ARAMCO คู่กับมะกัน (Arabian American oil Company) อันมีมูลค่าอภิมหาศาล (13 ล้านล้านบาทในปี 2014) นำเงินมหาศาลเหล่านี้บางส่วนไปใช้เผยแพร่ลัทธิสุดโต่งต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นอัลกออิดะห์ และ ISIS ตามลำดับ

      เมื่อคิงซาอุฯ รุ่นบุกเบิกถูกแทนที่ด้วยรุ่นถัดมา ซึ่งโตมาบนกองเงินกองทอง ทำให้นอกจากจะสืบทอดกลิ่นอายเบดูอินจากรุ่นแรกแล้ว ยังมีนิสัยรักสบายและชอบดูถูกคนอื่นเพิ่มมาด้วย จึงนิยมใช้เงินฟาดหัวประเทศยากจน และฟาดหัว UN กระทั่งบันคีมุนเองยอมรับว่า ที่ไม่กล้าประณามการโจมตีเด็กๆ ในเยเมน เพราะซาอุฯ ขู่จะงดการช่วยเหลือ

      นอกจากนี้ยังลงทุนในสหรัฐมากมาย ทำให้รัฐบาลมะกันไม่กล้าวิจารณ์ซาอุฯ มากนัก ทั้งที่ซาอุฯ ไม่เคยจัดการเลือกตั้งผู้นำเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผิดกับประเทศอื่นที่มะกันยัดเยียดประชาธิปไตยราวกับเป็นภารกิจกู้โลก แฟ้มการก่อการร้าย 9/11 รัฐบาลมะกันก็ดองไว้เกือบยี่สิบปี ยังไม่ยอมเปิดเผยเพราะซาอุฯ ขู่ถอนเงิน

      พอมาถึงรุ่นหลานอย่างในปัจจุบัน มุฮัมมัด บินซัลมาน ควบคุมทุกอย่างแทนคิงซัลมานที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เจเนอเรชั่นนี้นอกจากจะชอบใช้เงินฟาดหัวชาวบ้านแล้ว ยังดึงเอานิสัยเบดูอินกลับมาใช้ในยุคโมเดิร์นด้วยการถล่มเยเมน ใช้อาวุธล้ำสมัยไปดวลกับนักรบ teen เปล่าแห่งเยเมน แต่หลังผ่านไปปีกว่า ผลคือถูกนักรบยากไร้เหล่านี้รุกคืบเข้าไปในพรมแดนตนเอง...!

     นอกจากกิจการน้ำมันแล้ว ราชวงศ์นี้ยังเก็บเกี่ยวประโยชน์จากกิจการฮัจญ์อีกด้วย แต่แทนที่จะให้บริการให้คุ้มกับรายได้ หลายกรณีพบว่าปฏิบัติต่อผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ด้วยสายตาที่ดูแคลน ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีก่อนที่มีผู้เสียชีวิตมากมาย ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่าน แต่เจ้าหน้าที่ซาอุฯ กลับเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ทับถมกันกลางแดดอันร้อนระอุหลายชั่วโมง พอประเทศเขาเรียกร้องก็ด่ากลับ หาว่าทำให้เรื่องฮัจญ์เป็นประเด็นการเมือง!!

     เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับความระแวงของซาอุฯ ต่ออิหร่าน ที่จะมีอิทธิพลเกินหน้าเกินตา หลังลงนามข้อตกลงนิวเคลียร์ และลึกๆ ก็ไม่พอใจรัสเซียที่จับมือกับอิหร่าน จึงเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อให้ราคาดิ่งลง ส่งผลให้อิหร่านและรัสเซียเดือดร้อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อิหร่านมีสัดส่วนรายได้จากน้ำมันที่ไม่มากจนถึงขั้นวิกฤติ แต่ซาอุฯ พึ่งพาสัดส่วนรายได้น้ำมันสูงลิ่วมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทำให้ตัวเองก็ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ กับสิ่งที่ตนเองก่อไว้

      นักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกันว่า อีกไม่นานซาอุฯ น่าจะไปไม่รอดแล้ว หากราคายังไม่พุ่งสูงขึ้น ซ้ำร้ายรายจ่ายสงครามเยเมน งบฟาดหัวองค์กรและประเทศต่างๆ อีกทั้งงบที่ต้องให้เหล่าเจ้าชายไปถลุงเล่นอีกมหาศาล ยิ่งจะสร้างปัญหาให้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น

      เพื่อจะต้านอิหร่าน ซาอุฯ ยอมบากหน้าไปจีบอิสราเอล และพยายามสร้างแนวร่วมกับตุรกี กาต้าร์ มะกัน ฯลฯ แต่ล่าสุด ตุรกีทายาทออตโตมานก็ดีดตัวออกกลางเวหาเรียบร้อยแล้ว กาต้าร์เองก็เป็นมิตรที่ไม่ยั่งยืนนัก

      ในสมรภูมิซีเรีย ซาอุฯ ก็ส่งกลุ่มกบฏลงประกวดกับเค้าด้วย แต่อานิจจา! เริ่มทยอยสูญเสียฐานที่มั่นทีละน้อยๆ โดยเฉพาะฐานที่มั่นใกล้เมืองหลวงดามัสกัส ที่เมื่อปี 2012 เคยแยกเขี้ยวขู่รัฐบาลซีเรียทุกเช้าเย็น บัดนี้สูญเสียเมืองดารอยยา และกำลังจะเสียเมืองดูมาทางตะวันออกของดามัสกัส ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักที่คุกคามดามัสกัสมาโดยตลอด ซึ่งหากสำเร็จก็จะแปลว่า คำขู่ของซาอุฯ ที่ว่า อัสซาดต้องลงจากตำแหน่งนั้น จะหมดราคาทันที

      ซาอุฯ เคยขู่รัสเซียว่า หากไม่หยุดจับมือกับอิหร่าน จะสั่งให้กลุ่มก่อการร้ายแถบเชชเนียป่วนบอลโลกรัสเซีย แต่หากยอมทิ้งอิหร่าน ซาอุฯ พร้อมจะประเคนผลประโยชน์ในตะวันออกกลางมูลค่ามหาศาลเป็นราชบรรณาการ

     ปูติน ตอบข้อเสนอซาอุฯ ด้วยการยกทัพมาเย้ยถึงหน้าประตูที่ซีเรีย แล้วยังส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์มาประจำการชั่วคราวที่ฐานทัพโนเจ เมืองฮามาดาน ประเทศอิหร่านอีกต่างหาก จุกกันไปงานนี้

     พอเห็นว่ารัสเซียเอาจริง มะกันพันธมิตรเหนียวแน่นของซาอุฯ ก็ขาสั่น เพราะต้องพึ่งพาฐานทัพอากาศตุรกี ซึ่งตุรกีก็เริ่มกระด้างกระเดื่องแล้ว พอลูกพี่ไม่ใจ ซาอุฯ ก็ปวดหัว ทางเหนือ (ซีเรีย) ก็เข็นไม่ขึ้น ทางใต้ (เยเมน) ก็โดนนักรบ teen เปล่าบุกข้ามชายแดนมาเย้ยถึงที่

      ในด้านศาสนจักร ล่าสุดแกนนำระดับสูงของนิกายซุนหนี่ของโลก โดยเฉพาะจากอิยิปต์ ได้ร่วมประชุมหัวข้อ "ใครคือซุนหนี่?" ผลสรุปภายหลังจากหารือสามวันก็คือ วะฮาบี (ลัทธิประจำชาติซาอุฯ) ไม่นับเป็นซุนหนี่ และมีนักวิชาการจากซาอุฯ ได้รับเชิญในงานนี้เพียงคนเดียว

      ส่งผลให้ฝ่ายศาสนจักรซาอุฯ ออกมาตีโพยตีพายอย่างหนัก เพราะไม่เคยเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน พร้อมกับทวงบุญคุณที่เคยพยายามใช้เงินฟาดหัวอัลอัซฮัรแห่งอิยิปต์และประเทศอื่นๆ

      ล่าสุดมีการตั้งราชทินนามให้สมเกียรติราชวงศ์ซาอุฯ ว่า...

      #สาแหรกที่ถูกสาป   #الشجرةالملعونة

บทความ : อนุชา เกียรติธารัย

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles