^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 98 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7178445
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2839
6606
37541
125922
7178445

19-10-2018 เวลา 09 : 56

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

ศาสดาและวงศ์วานผู้ทรงเกียรติ

เหตุผลการปกปิดหลุมฝังศพและพิธีศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

เหตุผลการปกปิดหลุมฝังศพและพิธีศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

เหตุผลการปกปิดหลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) และพิธีศพของอิมามอะลี (อ.) มีใครเข้าร่วมบ้าง?

     ท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) ได้ทำนมาซให้กับเรือนร่างอันบริสุทธิ์ของท่านอิมามอะลี (อ.) หลังจากนมาซ พวกท่านได้ยกโลงศพออกไปข้างๆ หลังจากการขุดดินพวกท่านได้พบสถานที่ฝังศพที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ซึ่งมีแผ่นหินจารึกที่แสดงให้เห็นว่าหลุมฝังศพนี้ท่านศาสดานูห์ (อ.) หรือโนอาห์ได้จัดเตรียมไว้สำหรับท่านอิมามอะลี (อ.)!

     หลุมฝังศพของท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) ถูกจัดเตรียมไว้เป็นเวลาหลายร้อยปีก่อนตัวท่านแต่ถูกปกปิดไว้ สถานที่ฝังศพของท่านถูกจัดเตรียมโดยศาสดานูห์ (อ.) มานานหลายศตวรรษแล้ว และท่านอิมามอะลี (อ.) เองก็ทราบถึงสถานที่ดังกล่าว แต่ไม่มีผู้ใดรับรู้นอกจากท่านเท่านั้น ในคำสั่งเสียของท่านได้กล่าวเป็นนัยยะเพื่อให้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่กระจ่างสำหรับลูกๆ ของท่าน

     หลังจากการเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ของท่านอิมามอะลี (อ.) ตามคำสั่งเสียของท่าน ลูกๆ ของท่านได้ทำฆุซุล (อาบน้ำชำระเรือนร่างของศพตามศาสนบัญญัติ) และห่อศพ (ตักฟีน) ให้แก่ท่านและฝังร่างของท่านในยามค่ำคืน ภายหลังจากการทำฆุซุลและการห่อศพแล้ว ท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนกลับไปยังบ้านของตน เหลือเฉพาะแต่เพียงลูกหลานและและสหายคนสนิทของท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) เพียงเท่านั้น โลงศพของท่านถูกแบกออกจากเมืองกูฟะฮ์โดยญิบรออีล มีกาอีล

     อิมามฮะซันและอิมามฮุเซน (อ.) มุ่งสู่เมืองนะญัฟ อัลอัชร็อฟ (บริเวณพื้นที่ที่มีชื่อว่า “ฆอรีย์”) เมื่อถึงบริเวณหนึ่งของเมืองนะญัฟ โลงศพของท่านอิมาม (อ.) ถูกวางลงกับพื้นดิน และท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้ทำนมาซให้กับศพของท่าน ตามคำสั่งเสียของผู้เป็นบิดา หลังจากการขุดดินพวกท่านได้พบสถานฝังศพที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ซึ่งมีแผ่นหินจารึกที่แสดงให้เห็นว่า หลุมฝังศพนี้ท่านศาสดานูห์ (อ.) หรือโนอาห์ได้จัดเตรียมไว้สำหรับท่านอิมามอะลี (อ.) บ่าวผู้ถูกเลือกสรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า ในช่วงที่พวกท่านตัดสินใจที่จะวางเรือนร่างอันบริสุทธิ์ของท่านอิมามอะลี (อ.) ลงในหลุมฝังศพนั้น ทันใดพวกท่านก็ได้ยินเสียงผู้ประกาศจากฟากฟ้าได้กล่าวว่า

 انزلوه الی التربة الظاهر، فقد اشتاق الحبیب الی الحبیب

“พวกท่านจงวางร่างนี้ลงในดินที่สะอาดบริสุทธิ์เถิด แน่นอนยิ่ง ผู้เป็นที่รักปรารถนาที่จะพบกับผู้เป็นที่รัก (ของตน) แล้ว” (1)

      ท่านเชคมุฟีด (ร.ฮ.) ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “อัลอิรชาด” ของท่านเช่นนี้ว่า : หลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) ถูกปิดบังไว้ตามคำสั่งเสียของท่าน จนกระทั่งสิ้นสุดยุคการปกครองของบนีอุมัยยะฮ์ ซึ่งมีความเป็นศัตรูและและความอาฆาตพยาบาทต่อท่านอย่างรุนแรง เมื่ออำนาจการปกครองได้ตกมาถึงมือของบนีอับบาส ในยุคการเป็นอิมามของท่านอิมามซอดิก (อ.) หลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) จึงถูกเปิดเผยโดยท่านอิมามซอดิก (อ.) เมื่อท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้ไปพบกับอบูญะอ์ฟัร มันซูร ดะวานิกี (เสียชีวิตในปี ฮ.ศ. 158) คอลิฟะฮ์ที่สองแห่งราชวงศ์อับบาซียะฮ์ ท่านได้ไปซิยาเราะฮ์ (เยือน) และเปิดเผยหลุมฝังศพของอิมามอะลี (อ.) ปู่ทวดของท่าน นับจากนั้นเป็นต้นมาเมื่อชาวชีอะฮ์ได้รับรู้เรื่องราวนี้แล้ว พวกเขาจึงรีบรูดเดินทางไปเพื่อซิยาเราะฮ์ (เยือน) หลุมฝังศพของท่านอะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) (2)

     ท่านเชคอบูอะลี ฏ็อบริซีย์ ได้ชี้ถึงเรื่องราวดังกล่าวนี้ไว้ในหนังสือ “อะอ์ลามุ้ลวะรอ บิอะอ์ลามิ้ลฮุดา” ของท่าน (3) ว่า : ในที่นี้จะขอชี้ถึงสองคำรายงาน (ริวายะฮ์) ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ฝังศพ (ของท่านอิมามอะลี) คือ

  1. “อบีอุมัยด์” ได้รายงานด้วยสายสืบ (สะนัด) ของท่าน โดยกล่าวว่า : บุคคลผู้หนึ่งได้ถามท่านอิมามฮุเซน (อ.) ว่า “พวกท่านฝังร่างของท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ไว้ ณ ที่ใด?” ท่านตอบว่า “เราได้แบกศพในยามค่ำคืนจากมัสยิดอัชอัซไปยังท้ายเมืองกูฟะฮ์ ในบริเวณพื้นที่ “ฆอรีย์” และเราได้ฝังลงที่นั่น”
  2. “ญาบิร บินยะซีด ญุอ์ฟี” ได้เล่าว่า : ฉันได้ถามท่านอิมามบากิร (อ.) ว่า “ศพของท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ถูกฝังลงในที่ใด?” ท่านตอบว่า “ถูกฝังในบริเวณพื้นที่ “ฆอรีย์” ในช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ท่านอิมามฮุเซน (อ.) มุฮัมมัด ฮะนะฟียะฮ์ บุตรของท่านอิมามอะลี (อ.) และอับดุลลอฮ์ บินญะอ์ฟัร (หลานชายของท่านอิมามอะลี (อ.)) ได้ลงไปในหลุมฝังศพและวางศพลงในหลุมนั้น” (4)

เหตุผลการปกปิดหลุมฝังศพและพิธีศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

การก่อสร้างสถานฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

      เนื่องจากหลุมฝังศพของท่านอิมาม (อ.) ถูกปิดบังมาจนถึงสมัยของท่านอิมามซอดิก (อ.) ดังนั้นก่อนหน้านั้นจึงไม่มีใครสามารถที่จะก่อสร้างอาคารหรือสร้างฮะรัมขึ้นบนหลุมฝังศพของท่านได้ แต่หลังจากที่ตำแหน่งของหลุมฝังศพถูกเปิดเผยแล้ว ตามบางคำรายงาน (ริวายะฮ์) ได้แสดงให้เห็นว่า ได้มีการสร้างรั้วรอบหลุมฝังศพของอิมามอะลี (อ.) เป็นครั้งแรกในสมัยของท่านอิมามซอดิก (อ.) ในช่วงที่ท่านเดินทางไปยังตำบล “ฮัยเราะฮ์” ตามคำเชิญของอบูญะอ์ฟัร มันซูร ดะวานิกี หลังจากนั้นเป็นต้นมาหลุมฝังศพของท่านอิมาม (อ.) ก็กลายเป็นสถานที่มาเยือน (ซิยาเราะฮ์) ของชีอะฮ์ของท่าน (5)

      อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ เมื่อพิจารณาถึงนโยบายของบรรดาคุละฟาอ์ (ผู้ปกครอง) ได้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นในตัวฮะรัมของท่านอิมามอะลี (อ.) คอลิฟะฮ์บางคนที่ใช้ประโยชน์จากนโยบายทางศาสนาเพื่อดึงดูดบรรดาชีอะฮ์ของท่านอิมามอะลี (อ.) มาสู่ตนเอง และเพื่อยับยั้งการก่อจลาจลของพวกเขา จึงได้ดำเนินการไปในทิศทางของการทำนุบำรุงและสร้างความเจริญให้กับฮะรัมของท่านอิมามอะลี (อ.) และปล่อยอิสระให้แก่ชาวชีอะฮ์ในเรื่องนี้ แต่คอลีฟะฮ์ (ผู้ปกครอง) บางคน อย่างเช่น มุตะวักกิลแห่งราชวงศ์อับบาซิยะฮ์ จะมีการปราบปรามชาวชีอะฮ์ และพยายามที่จะทำลายฮะรัมต่างๆ ของบรรดาอิมาม (อ.) แต่ด้วยกับการขึ้นสู่อำนาจการปกครองของชีอะฮ์ อาลิบะวัยฮ์ (ตระกูลบะวัยฮ์) และการมีอำนาจเหนือกรุงแบกแดดและเมืองต่างๆ โดยรอบอย่างสมบูรณ์ของตระกูลนี้ ทำให้พวกเขาได้จัดเตรียมพื้นฐานสำหรับการพัฒนาและการขยายเมืองต่างๆ ทางศาสนาของชีอะฮ์ของท่านอิมามอะลี (อ.) อย่างเช่นเมืองนะญัฟ อัลอัชร็อฟ และส่งเสริมทะนุบำรุงฮะรัมของท่านอิมามอะลี (อ.) และการเดินทางของบรรดาชีอะฮ์มายังเมืองนี้ ทำการซ่อมแซมและขยายโครงสร้างอาคารและโดมสีขาวขึ้นคลุมหลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) พวกเขาได้สร้างกำแพงขึ้นรอบเมือง และเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้กำหนดตัวผู้ดูแลและคนรับใช้สำหรับฮะรัมของอิมามอะลี (อ.) ขึ้น

       ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า บุคคลคนแรกที่ทำการสร้างฮะรัมของท่านอิมามอะลี (อ.) คือสาวกของท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) และได้ดำเนินการเช่นนี้โดยคำสั่งของท่านอิมาม (อ.) หลังจากนั้นในยุคสมัยต่างๆ ก็ได้มีการซ่อมแซมและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยชาวชีอะฮ์ และในยุคการปกครองของอาลิบะวัยฮ์ (ตระกูลบะวัยฮ์) ได้รับความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น พวกเขาได้สร้างโดมขึ้นเหนือหลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) และในยุคต่อๆ มาอย่างเช่นในยุคมองโกล ยุคซอฟาวียะฮ์และยุคกอจารียะฮ์ ที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้เกิดขึ้นกับฮะรัมและสถานฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

เหตุผลหลักของการปกปิดหลุมฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

      คำสั่งเสียของท่านอิมาม (อ.) ที่ให้ฝังศพร่างของท่านในยามกลางคืนและโดยซ่อนเร้น เช่นเดียวกับที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.) ได้สั่งเสียให้ฝังศพของท่านอย่างลับๆ ในคำสั่งเสียนี้มีสาส์นต่างๆ หลายประการคือ

  1. เป็นการอธิบายให้เห็นถึงการถูกอธรรมของฮะฮ์ลุลบัยต์ (อ.)
  2. เป็นการชี้ให้เห็นว่าประชาชนไม่รู้จักถึงสถานภาพและตำแหน่งอันสูงส่งของพวกท่าน
  3. ทำให้ตระหนักถึงสาเหตุหลักของการถูกอธรรมดังกล่าวนี้ในกระแสของประวัติศาสตร์อิสลาม และแผนการต่างๆ ของเหล่าศัตรูที่มีต่ออะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) และการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของกระแสดังกล่าวนี้
  4. ทำนองเดียวกับที่สถานภาพของท่านอิมามอะลี (อ.) ในยุคสมัยของท่านนั้นไม่เป็นที่รู้จัก ขณะนี้หลังจากหลายศตวรรษได้ผ่านพ้นไป บรรดานักวิชาการที่ไม่ใช่มุสลิมก็ยังคงมีความกระหายที่จะเข้าใจถึงคำพูดและความคิดต่างๆ ของท่าน การที่จะล่วงรู้สถานที่ฝังศพของท่านอิมามอะลี (อ.) ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ (มะอ์ริฟะฮ์) และความเข้าใจต่อสถานะของมัน และหากมันถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ก็คงจะต้องตกอยู่ในสภาพของการดูถูกเหยียดหยามและการหมิ่นประมาทจากบรรดาผู้โง่เขลา ด้วยเหตุนี้การซ่อนเร้นมันจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า
  5. เนื่องจากความเกลียดชังและความอาฆาตพยาบาทของบนีอุมัยยะฮ์และพวกค่อวาริจญ์ และกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่มีต่อท่านอิมามอะลี (อ.) ซึ่งจะเห็นได้จากการที่พวกเขาได้ด่าทอและประณามท่านบนมินบัร (ธรรมมาส) มาเป็นเวลายาวนานหลายปี การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต่อต้านและทำลายท่าน หากพวกเขาล่วงรู้ถึงหลุมฝังศพของท่าน พวกเขาก็จะกระทำการที่อุกอาจ ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกปิดบังไว้อย่างสมบูรณ์เป็นเวลายาวนานหลายปีโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นอกจากบรรดาอิมาม (อ.) และบุคคลชั้นแนวหน้าของชีอะฮ์เพียงบางคนเท่านั้น

เหตุผลการปกปิดหลุมฝังศพและพิธีศพของท่านอิมามอะลี (อ.)

แหล่งอ้างอิง :

(1) อิมามอะลี (อ.) อาซวิลาดัต ทอชะฮาดัต, ซัยยิดกาซิม ก็อซวีนี, แปลโดย อาลี กะรอมี, หน้าที่ 663 – 664

(2) อัลอิรชาด, เชคมุฟีด, เล่มที่ 1, หน้าที่ 10

(3) อะอ์ลามุลวะรอ บิอะอ์ลามิลฮุดา, เชคอัฏฏ็อบริซี, เล่มที่ 1 หน้าที่ 312

(4) นิกอฮี บัร ซินดะกี ดะวอซดะฮ์ อิมาม (อ.) อัลลามะฮ์ฮิลลี, แปลโดย มุฮัมมัด มุฮัมมะดี อิชติฮาร์ดี, หน้าที่ 65

(5) ดอนิชนอเมะฮ์ อิมามอะลี (อ.) อะลีอักบัร อิรชาด, เล่มที่ 9, หน้าที่ 492

(6) หนังสืออ้างอิงเดิม, หน้าที่ 457

ที่มา :  Fars News

แปลและเรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles