^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 63 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7178512
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2906
6606
37608
125989
7178512

19-10-2018 เวลา 10 : 12

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

ศาสดาและวงศ์วานผู้ทรงเกียรติ

ชะฟาอัตของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์(อ.) ผลของการยึดมั่นในบทบัญญัติศาสนา

        ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชะฟาอัต (การอนุเคราะห์ การช่วยวิงวอนขอให้พ้นโทษ) ของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (อ.) นอกเหนือจากจะเกิดขึ้นกับผู้ที่แสดงออกซึ่งความรักทางภายนอกที่มีต่อท่านแล้ว ยังต้องมีความผูกพันทางด้านจิตใจและการกระทำของท่านอีกด้วย

       เกี่ยวกับสถานภาพและความสูงส่งของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) นั้นเพียงพอแล้วที่จะทราบว่าท่านนั้นมี “มะกอม ชะฟาอะฮ์” (ตำแหน่งที่จะให้การอนุเคราะห์) ดั่งที่ในแหล่งอ้างอิงต่างๆ ทางริวายะฮ์ ก็ได้ชี้ถึงประเด็นนี้ ดังเช่นในริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทหนึ่ง ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวถึงการชะฟาอัตของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ที่มีต่อบรรดาชีอะฮ์ว่า :

تُدْخَلُ بِشَفَاعَتِهَا شِيعَتِي الْجَنَّةَ بِأَجْمَعِهِمْ

“ชีอะฮ์ของฉันทั้งหมดจะเข้าสู่สวรรค์ ด้วยกับการอนุเคราะห์ของนาง” (1)

      เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จาก “มะกอม ชะฟาอัต” ของท่านหญิงผู้มีเกียรตินี้ นอกเหนือจากการแสดงความรักและความให้เกียรติต่อท่านหญิงผู้นี้แล้ว ยังจำเป็นต้องยึดมั่นในการปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้าด้วย

ฮะรัมสำหรับอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.)

     ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า :

إِنَّ لِلَّهِ حَرَماً وَ هُوَ مَكَّةُ أَلَا إِنَّ لِرَسُولِ اللَّهِ حَرَماً وَ هُوَ الْمَدِينَةُ أَلَا وَ إِنَّ لِأَمِيرِ الْمُؤْمِنِينَ حَرَماً وَ هُوَ الْكُوفَةُ أَلَا وَ إِنَّ قُمَّ الْكُوفَةُ الصَّغِيرَةُ

“แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงมีฮะรัม (เขตหวงห้าม) หนึ่ง นั่นคือมักกะฮ์ และพึงรู้เถิดว่า ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) นั้นมีฮะรัมหนึ่ง นั่นคือมะดีนะฮ์ และพึงรู้เถิดว่า ท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) นั้นมีฮะรัมหนึ่ง มันคือกูฟะฮ์ และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงเมืองกุมนั้นคือกูฟะฮ์เล็ก” (2)

     ในฮะดีษ (วจนะ) บทนี้ ท่านอิมามซอดิก (อ.) ถือว่าฮะรัมของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ก็คือฮะรัมของอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) การอ้างสัมพันธ์ฮะรัมของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ว่าเป็นฮะรัมของอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.)  นี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงสถานภาพอันสูงส่งของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ในฮะดีษอีกบทหนึ่ง ท่านอิมามริฎอ (อ.) ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า :

مَنْ زَارَهَا عَارِفاً بِحَقِّهَا فَلَهُ الْجَنَّةُ

“ผู้ใดที่ไปซิยาเราะฮ์ (เยือนหลุมฝังศพ) นาง ในสภาพผู้ที่รู้จักสิทธิของนาง สวรรค์จะเป็นของเขา” (3)

       เราชาวชีอะฮ์จำเป็นต้องคิดใคร่ครวญในคำพูดของท่านอิมามริฎอ (อ.) ว่า บันทัศฐานในการรู้จักสถานภาพของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) คืออะไร?

คำพูดและการกระทำที่สอดคล้องกัน

       ม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่า ความรักและความผูกพันที่มีต่ออะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) และลูกหลานผู้ใกล้ชิดของท่านเหล่านั้น อย่างเช่นท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก และที่ยกย่องสรรเสริญ ดังที่ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า :

هَلِ‏ الدِّينُ‏ إِلَّا الْحُبُ

“ศาสนานั้นเป็นอื่นไปจากความรักกระนั้นหรือ?” (4)

      แน่นอนยิ่งว่า ฮะดีษ (วจนะ) บทนี้ มุ่งเน้นประเด็นไปที่ความรักที่นำไปสู่การยึดมั่นและการปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า ดังเช่นที่ในส่วนท้ายของฮะดีษ (วจนะ) บทนี้ ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวว่า :

قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُوني‏ يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ وَ يَغْفِرْ لَكُمْ ذُنُوبَكُم‏

“จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด) ว่า หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ดังนั้นจงปฏิบัติตามฉัน แล้วอัลลอฮ์จะทรงรักพวกท่านและจะทรงอภัยโทษความผิดบาปของพวกท่าน”(5)

     ตามโองการนี้ เพื่อที่จะพิสูจน์ความศรัทธามั่นและความรักที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้านั้น จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) ของท่าน

     ท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) เพื่อที่จะให้การสนับสนุนต่อพี่ชายผู้มีเกียรติมากยิ่งขึ้น ด้วยการปฏิบัติตามวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) และการร่วมทางกับอิมามแห่งยุคสมัยของตนให้ได้มากยิ่งขึ้นนั้น ท่านได้ตัดสินใจออกเดินทางจากนครมะดีนะฮ์มุ่งสู่เมืองมัรว์ (คูราซาน) และพร้อมที่จะแบกรับอุปสรรคและความทุกข์ยากนานัปการในหนทางนี้ ดังนั้นเราเองก็จะต้องมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามอิมามแห่งยุคสมัยของตน (อิมามมะฮ์ดี) และมั่นคงในการปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อที่ว่าในปรโลก (อาคิเราะฮ์) เราจะได้รับชะฟาอัต (การอนุเคราะห์) จากอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) (6) และจากท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.)

     ดังนั้นความรักต่ออะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) เพียงอย่างเดียว (แม้โดยลำพังตัวมันเองจะเป็นสิ่งที่ดีงามและจำเป็น) จะไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่พึงปรารถนาได้ ดังที่ท่านอิมามริฎอ (อ.) กล่าวว่า :

لا تَدعُوا العَمـلَ الصّالِـحَ وَ الاِجتهادَ فِى العِبادَةِ اتِّکالاً عَلى حُبِّ آلِ مُحَمدٍ  صلی الله علیه و آله

“ท่านทั้งหลายอย่าได้ละทิ้งการกระทำความดี (อะมั้ล ซอและห์) และความอุตสาห์พยายามในอิบาดะฮ์ (การเคารพภักดีพระเจ้า) โดยหวังพึ่งพิงต่อความรักในลูกหลานของมุฮัมมัด (ซ็อลฯ)” (7)

     ในเนื้อหาต่างๆ ข้างต้น เราได้กล่าวไปแล้วว่า ท่านอิมามริฎอ (อ.) ถือว่าการซิยารัตท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ในสภาพที่รู้จักสิทธิและสถานภาพของท่านอย่างแท้จริงนั้นจะเป็นสื่อของการเข้าสู่สวรรค์ และในฮะดีษ (วจนะ) ล่าสุดนี้ ท่านอิมามริฎอ (อ.) ถือว่าการกระทำความดี (อะมั้ล ซอและห์) คือเงื่อนไขหลักของมนุษย์ในการที่จะประสบความสำเร็จ

     ดังนั้นการกระทำความดี (อะมัล ซอและห์) ควบคู่ไปกับความรักผูกพันต่ออะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) และลูกหลานใกล้ชิดของท่านเหล่านั้น อย่างเช่นท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) จะทำให้มนุษย์มีเกียรติในโลกนี้และจะได้รับประโยชน์จากชะฟาอัตของท่านในปรโลก

บทสรุป

     ท่านอิมามริฎอ (อ.) ถือว่าการซิยารัตท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) น้องสาวผู้มีเกียรติของท่าน จะเป็นปัจจัยสำหรับการเข้าสู่สวรรค์ ปัจจัยซึ่งจะได้รับมาด้วยกับการทำความดี (อะมั้ล ซอและห์) และยึดมั่นต่อการปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้า

      (ท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) ได้ถือกำเนิดในวันที่ 1 ของเดือนซิลเกาะดะฮ์ ปีฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 173  ณ เมืองมะดีนะฮ์ มีนามว่า ฟาฏิมะฮ์ อัลกุบรอ ซึ่งรู้จักกันในนามของมะอ์ซูมะฮ์ หรือ ท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์

      มารดาของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) มีนามว่า ท่านหญิงนัจญ์มะฮ์ คอตูน ด้วยกับความบริสุทธิ์ของนาง ซึ่งได้ฉายานามว่า ฏอฮิเราะฮ์

      บิดาของท่านหญิงมะอ์ซูมะฮ์ (อ.) คือ ท่านอิมามมูซา อัลกาซิม (อ) ผู้เป็นอิมามท่านที่เจ็ดแห่งวงศ์วานอาลิมุฮัมมัด)

แหล่งอ้างอิง :

(1) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 57, หน้าที่ 228

(2) แหล่งอ้างอิงเดิม

(3) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 99, หน้าที่ 266

(4) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 27, หน้าที่ 95

(5) แหล่งอ้างอิงเดิม

(6) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 8, หน้าที่ 43 : ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! เราจะให้การชะฟาอัตแก่ชีอะฮ์ของเรา”

(7) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 75, หน้าที่ 374

ที่มา : คุฏบะฮ์นมาซวันศุกร์ มัสยิดซอฮิบุซซะมาน (อ.)

โดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles