^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 76 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7495569
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
197
6562
6759
60651
7495569

10-12-2018 เวลา 00 : 42

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทความศาสนา

ฟิตนะฮ์และความขัดแย้ง สองปัญหาสำคัญของมุสลิมในยุคฆ็อยบะฮ์

การเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และการที่ไม่สามารถเข้าถึงยังตัวท่านโดยตรงนั้น จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างเช่น การปรากฏขึ้นของวิกฤตความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) และความขัดแย้งในสังคม

       การเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และการที่ไม่สามารถเข้าถึงยังตัวท่านโดยตรงนั้น จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างเช่น การปรากฏขึ้นของวิกฤตความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) และความขัดแย้งในสังคม ในบทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงสองปัญหาหลักของยุคนี้ โดยพิจารณาจากริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ของอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.)

การปรากฏขึ้นของวิกฤตต่างๆ

      ฟิตนะฮ์ (วิกฤตความวุ่นวาย) คือหนึ่งในคำกล่าวที่สำคัญที่สุดของริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ของบรรดาอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) เกี่ยวกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอนาคต ในความเป็นจริงแล้วสามารถที่จะกล่าวได้ว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของสังคมมุสลิม คือวิกฤตความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) ต่างๆ  ประเด็นที่น่าคิดก็คือว่า วิกฤตและความวุ่นวายเหล่านี้จะเกิดจากบุคคลภายใน ที่กล่าวอ้างอิสลามและความเป็นมุสลิมมากกว่าที่จะเกิดจากบรรดาศัตรูและบุคคลภายนอก และจะส่งผลกระทบต่างๆ ที่เลวร้ายต่อสังคมแห่งศาสนา ด้วยเหตุนี้จึงมีการเตือนอย่างมากมายเกี่ยวกับวิกฤตความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) เหล่านี้

      ยกตัวอย่างเช่น การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านในตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้เผชิญกับฟิตนะฮ์ (วิกฤต) ต่างๆ มากมาย แต่ที่ร้ายแรงที่สุดและซับซ้อนที่สุดก็คือฟิตนะฮ์ (วิกฤต) ในปี 1388 (ค.ศ.2011) ซึ่งการจัดการกับมันจึงต้องอาศัยการมีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง (บะซีเราะฮ์) และความระมัดระวังอย่างมากมาย ด้วยการพินิจพิเคราะห์ในมิติต่างๆ ของฟิตนะฮ์ (วิกฤต) นี้จึงจะเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าผู้ที่ก่อวิกฤตขึ้นในสังคม ก็คือคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นชนชั้นนำ ผู้ที่กล่าวอ้างการปฏิวัติและวิลายะฮ์

      เป็นที่น่าเศร้าใจที่ส่วนใหญ่ของฟิตนะฮ์ (วิกฤต) ต่างๆ ในยุคสุดท้าย จะเกิดจากบรรดาผู้ที่แสดงตนว่าเป็นผู้เคร่งครัดในอิสลามและยึดมั่นในวิลายะฮ์ เป็นผู้รอคอยและเป็นผู้ปรารถนาดี อันตรายของคนเหล่านี้ที่มีต่อสังคมอิสลามนั้น ไม่เพียงแต่ไม่น้อยไปกว่าบรรดาศัตรูภายนอกเพียงเท่านั้น ทว่าส่วนใหญ่ของความเสียหายที่ประสบกับสังคมนั้นจะเกิดจากคนเหล่านี้ 

عَنِ الْحَسَنِ بْنِ عَلِيٍّ الْخَزَّازِ قَالَ : سَمِعْتُ الرِّضَا عليه السّلام يَقُولُ : « إِنَّ مِمَّنْ يَنْتَحِلُ مَوَدَّتَنَا أَهْلَ الْبَيْتِ مَنْ هُو أَشَدُّ فِتْنَةً عَلَى شِيعَتِنَا مِنَ الدَّجَّالِ ، فَقُلْتُ بِمَاذَا ؟ قَالَ : بِمُوَالاةِ أَعْدَائِنَا وَمُعَادَاةِ أَوْلِيَائِنَا ، إِنَّهُ إِذَا كَانَ كَذَلِكَ اخْتَلَطَ الْحَقُّ بِالْبَاطِلِ وَاشْتَبَهَ الْأَمْرُ فَلَمْ يُعْرَفْ مُؤْمِنٌ مِنْ مُنَافِقٍ .

ฮะซัน บินอะลี อัลค็อซซาร ได้เล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านอิมามริฎอ (อ.) กล่าวว่า “จากบรรดาผู้ที่อ้างตนว่ารักเราอะฮ์ลุลบัยติ์นั้น มีผู้ที่สร้างวิกฤตความวุ่นวาย (ฟิตนะฮ์) ต่อชาวชีอะฮ์ของเราที่ร้ายแรงยิ่งกว่าดัจญาล (จอมมารหลอกลวง)” ฉันถามท่านว่า “ด้วยเหตุอันใดหรือ?” ท่านกล่าวว่า “ด้วยเหตุของการผูกมิตรกับบรรดาศัตรูของเรา และการเป็นปฏิปักษ์ต่อหมู่มิตรของเรา แท้จริงแล้วเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น สัจธรรมจะผสมปนเปกับความเท็จ และเรื่องราวจะเกิดความคลุมเครือ โดยที่ผู้ศรัทธาจะไม่ถูกรู้จัก (จำแนก) ออกจากคนที่หน้าซื่อใจคด (มุนาฟิก)” [1]

การปรากฏความขัดแย้งและการแตกแยก

       หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าอเนจอนาถที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มชนหนึ่งหรือประเทศหนึ่ง คือการปรากฏความขัดแย้งและการแตกแยก ไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นตัวทำลายล้าง สร้างความปราชัยและความล้าหลังให้กับสังคมหนึ่งๆ ได้เลวร้ายยิ่งไปกว่าความขัดแย้งและความแตกแยกในหมู่ประชาชนของสังคมนั้นๆ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง อิสลามจึงได้เน้นย้ำอย่างมากในการสร้างประชาชาติหนึ่งเดียว (อุมมะตัน วาฮิดะฮ์) ภายใต้ความศรัทธามั่นในพระเจ้าองค์เดียว ศาสนาหนึ่งเดียวและคัมภีร์เล่มเดียวกัน

       บางริวายะฮ์ (คำรายงาน) ได้ชี้ถึงการเกิดขึ้นของความขัดแย้งที่รุนแรงในระหว่างชาวชีอะฮ์ ก่อนการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และการสร้างความอ่อนแอต่อสถานะทางสังคมของบรรดาผู้รอคอย :

عَنْ عَمِيرَةَ بِنْتِ نُفَيْلٍ قَالَتْ سَمِعْتُ الْحُسَيْنَ بْنَ عَلِيٍّ ع يَقُولُ لَا يَكُونُ الْأَمْرُ الَّذِي تَنْتَظِرُونَهُ حَتَّى يَبْرَأَ بَعْضُكُمْ مِنْ بَعْضٍ وَ يَتْفُلُ بَعْضُكُمْ فِی وُجُوهِ بَعْضٍ وَ يَشْهَدَ بَعْضُكُمْ عَلَى بَعْضٍ بِالْكُفْرِ وَ يَلْعَنَ بَعْضُكُمْ بَعْضاً فَقُلْتُ لَهُ مَا فِی ذَلِكَ الزَّمَانِ مِنْ خَيْرٍ فَقَالَ الْحُسَيْنُ ع الْخَيْرُ كُلُّهُ فِی ذَلِكَ الزَّمَانِ يَقُومُ قَائِمُنَا وَ يَدْفَعُ ذَلِكَ كُلَّهُ

อะมีเราะฮ์  บินตินะฟีล ได้เล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้กล่าวว่า “สิ่งที่พวกท่านกำลังรอคอยมันจะยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าพวกท่านจะเกลียดชังกัน จะถ่มน้ำลายใส่หน้ากันและกัน จะเป็นสักขีพยานถึงการเป็นผู้ปฏิเสธ (กุฟร์) ต่อกันและกัน และจะสาปแช่งกันและกัน” ฉันกล่าวต่อท่านว่า “ในยุคดังกล่าวช่างไม่มีอะไรดีงามเสียเลย” ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้กล่าวว่า “ความดีงามทั้งมวลจะอยู่ในยุคสมัยนั้น กออิมของเราจะยืนหยัดขึ้น และเขาจะขจัดทุกสิ่งเหล่านั้นให้หมดไป” [2]

       ในการเผชิญหน้ากับปัญหาดังกล่าวนี้ จำเป็นที่บรรดาผู้รอคอยอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ที่แท้จริงนั้น จะต้องมีเอกภาพและความเป็นปึกแผ่น และจะต้องไม่เปิดทางให้คนหน้าซื่อใจคด (มุนาฟิก) ผู้ที่อ้างตนเป็นมุสลิมและผู้สร้างความแตกแยกคนใดเข้ามาและสามารถสร้างรอยร้าวขึ้นในหมู่พวกเขา

แหล่งที่มา :

[1] วะซาอิลุชชีอะฮ์, ฮุรรุลอามิลี, เล่มที่ 16, หน้าที่ 179

[2] อัลฆ็อยบะฮ์, นุอ์มานี, หน้าที่ 205 – 206

แปล/เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles