^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 83 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

6842190
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2715
5471
50001
116627
6842190

19-08-2018 เวลา 14 : 58

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทความศาสนา

“ดัจญาล” จอมมารลวงโลก

       บนพื้นฐานของริวายะฮ์ (คำรายงาน) ทั้งหลาย หนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) คือการมาของ “ดัจญาล” เกี่ยวกับเรื่องนี้มีทัศนะและความเป็นไปหลายประการได้ถูกอธิบายไว้ ซึ่งเราจะมาพิจารณาในเรื่องนี้ในเนื้อหาต่อไปนี้

      “ดัจญาล” ในภาษาอาหรับหมายถึง “น้ำทอง” และ “การชุบทอง” ด้วยเหตุนี้เองบรรดาผู้ที่เป็นจอมโกหก ที่แสดงความเท็จให้มองเห็นว่าเป็นสัจธรรม จึงถูกเรียกว่า “ดัจญาล” (1)

     จากริวายะฮ์ (คำรายงาน) ทั้งหลายสามารถรับรู้ได้ว่า “ดัจญาล” คือคนชั่วร้ายและเป็นผู้อธรรม ซึ่งในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) จะทำให้มนุษย์หลงออกจากทางนำ อย่างไรก็ตาม ในคำสอนของสามศาสนา คือ ยูดาย คริสต์และอิสลาม ได้กล่าวถึงมันไว้ และบรรดาบุคคลสำคัญในทั้งสามศาสนานี้ต่างกล่าวว่า “ดัจญาลได้ถือกำเนิดแล้วและยังมีชีวิตอยู่” (2)

   ในบางริวายะฮ์ (คำรายงาน) ได้กล่าวถึงการมาของ “ดัจญาล” ในฐานะที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และในคำรายงานอีกบางส่วนกล่าวว่า เป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ถึงการมาถึงของวันกิยามะฮ์ หรือกาลอวสานของโลก (اَشْراطُ السَّاعَة) สัญญาณดังกล่าวนี้โดยส่วนใหญ่ในหนังสือของอะฮ์ลิซซุนนะฮ์จะถือว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณของวันกิยามะฮ์ (3)

       แต่ในหนังสือต่างๆ ที่เป็นแหล่งอ้างอิงของชีอะฮ์ส่วนใหญ่จะกล่าวถึงมันในฐานะเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) (4)

ดัจญาลคือใคร?

       เกี่ยวกับดัจญาลนั้นมีทัศนะและความเป็นไปได้หลายประการ :

    ทัศนะแรก : ดัจญาล ไม่ได้เป็นชื่อของบุคคลใดโดยเฉพาะ แต่ทุกคนที่ทำการหลอกลวงประชาชนด้วยคำกล่าวอ้างต่างๆ ที่ไร้สาระและไม่มีมูลความจริง โดยใช้กลอุบายและคำล่อลวงต่างๆ ถือเป็นดัจญาลทั้งสิ้น การที่ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ ได้กล่าวว่ามี “ดัจญาล” จำนวนมากมายนั้น เป็นการสนับสนุนทัศนะนี้  ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

لا تقومُ الساعةُ حتى يَخْرُجَ المهديُّ من ولدي ، ولا يَخْرُجُ المهديُّ حتى يَخْرُجَ ستونَ كذّاباً كُلُّهم يقولُ : أَنا نبيٌّ

“กาลอวสานของโลกจะยังไม่มาถึง จนกว่ามะฮ์ดีจากลูกหลานของฉันจะออกมา และมะฮ์ดีจะยังไม่ออกมา จนกว่าผู้หลอกลวงจำนวน 60 คนจะออกมา โดยที่พวกเขาทั้งหมดจะกล่าวว่า ฉันคือศาสดา” (5)

لا تَقُومُ السَّاعَةُ حَتَّى يَخْرُجَ ثَلاثُونَ دَجَّالا كَذَّابًا كُلُّهُمْ يَزْعُمُ أَنَّهُ رَسُولُ اللَّهِ

“กาลอวสานของโลกจะยังไม่มาถึง จนกว่าดัจญาลจอมหลอกลวงจำนวน 60 คนจะออกมา โดยที่พวกเขาทั้งหมดจะกล่าวอ้างตนว่า ฉันคือศาสนทูตของอัลลอฮ์” (6)

      ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ได้พูดถึง “ดัจญาล” และจอมหลอกลวงเหล่านี้ไว้มากมาย ในบางริวายะฮ์กล่าวไว้มีจำนวน 12 คน บางริวายะฮ์ 30 คน บางริวายะฮ์ 60 คน และอีกบางริวายะฮ์บอกไว้ 70 คน (7)

     ในท่ามกลางดัจญาลเหล่านี้ มีดัจญาลหนึ่งที่ในด้านของการโกหกหลอกลวง การเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายในการหลอกลวงประชาชนนั้น ถือเป็นต้นแบบและเป็นหัวหน้าของดัจญาลทั้งหลาย การสร้างวิกฤต (ฟิตนะฮ์) ของมันนั้นร้ายแรงกว่าทั้งหมด และถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) หรือการเกิดขึ้นของกาลอวสานของโลก

       บนพื้นฐานดังกล่าวนี้ มีดัจญาลอยู่สองประเภท ประเภทหนึ่งคือดัจญาลที่แท้จริง ที่จะมาหลังจากดัจญาลทั้งหลาย และอีกประเภทหนึ่งคือกลุ่มคนหลอกลวงและมดเท็จ ที่จะทำการล่อลวงประชาชนให้หลงทาง ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า :

يَكُونُ قَبْلَ خُرُوجِ الدَّجَّالِ نَيِّفٌ عَلَى سَبْعِينَ دَجَّالا

“จะมีมากกว่า 70 ดัจญาล (จอมหลอกลวง) ก่อนการออกมาของดัจญาลนั้น” (8)

       ข้อเท็จจริงในเรื่องราวของดัจญาลนั้น เป็นการอธิบายถึงความจริงประการหนึ่งที่ว่า ในเหตุการณ์ของทุกการปฏิวัติจะมีจอมหลอกลวงและผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ที่เชื่อมั่นในระบอบเก่าและเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องสิ่งที่ตรงข้ามกับคุณค่าและความดีงามทั้งหลาย เพื่อที่จะรักษาวัฒนธรรมและระบอบเถื่อนในอดีตเอาไว้นั้นพวกเขาจะใช้ความอุตสาห์พยายามทั้งหมดของตน และจะอาศัยพื้นฐานทางแนวคิดและสังคม รวมทั้งอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในการดำเนินการแผนการร้ายและกลอุบายของพวกเขา

     ในการปฏิวัติโลกของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ได้มีการพยากรณ์ถึงภยันตรายดังกล่าวนี้ไว้ จากเหตุผลที่ว่าการปฏิวัตินี้จะยิ่งใหญ่กว่าและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่าการปฏิวัติทั้งหมดที่มีมาในหน้าประวัติศาสตร์ ภยันตรายของบรรดาผู้หลอกลวงที่มีลักษณะของดัจญาลนี้จึงมีมากกว่าและครอบคลุมกว้างขวางมากกว่าด้วยเช่นกัน ในช่วงเวลาใกล้การปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) พวกมันจะใช้ความพยายามทั้งหมดในการล่อลวงประชาชน และจะทำให้ประชาชนสิ้นหวังจากผลของการยืนหยัดต่อสู้ของท่านอิมาม (อ.ญ.) และจะหาทางหยุดยั้งชัยชนะขั้นสุดท้ายของท่านที่จะเกิดขึ้นให้ได้

       อย่างไรก็ดี ตามทัศนะนี้สามารถกล่าวได้ว่า : เป็นไปได้ที่ว่า หนึ่งในจำนวนดัจญาลทั้งหมดนั้น คือผู้ที่มีลักษณะของความเลวร้ายและน่าเกลียดที่สุดในหมู่ดัจญาล (จอมมารหลอกลวง) ทั้งหลาย และมันจะเป็นสัญญาณการปรากฏตัว (ซูฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)

       ทัศนะที่สอง : คือจะมีบุคคลที่แน่นอนชัดเจนในนาม “ดัจญาล” ปรากฏขึ้นในยุคแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์”) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ด้วยกับลักษณะต่างๆ ที่ได้ถูกกล่าวถึงสำหรับเขา และเขาจะทำให้ประชาชนหลงออกจากทางนำอันถูกต้อง

      บางคนได้อ้างอิงริวายะฮ์ (คำรายงาน) บางบท ที่เชื่อว่าเขามีชีวิตอยู่ในขณะนี้ ตัวอย่างซึ่งพวกเขากล่าวว่า เขามีชีวิตอยู่ในสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และจะมีชีวิตอยู่จวบจนถึงการปรากฏกายอีกครั้งหนึ่งของเขา (ในยุคสุดท้าย) (9)

      ในหนังสือบางเล่มและในภาพยนตร์บางเรื่องจะพบเห็นชื่อ “ดัจญาล” ได้ ดัจญาลเป็นฉายานามของคนเจ้าเล่ห์ คนชั่วร้าย คนหลอกลวง ซึ่งในหมู่ชาวยิวจะเรียกว่า “อาร์เมลูส” (Armelus) และในหมู่ชาวมุสลิมคือ “ซออิด บินซ็อยด์” (10)

      เรื่องราวของ “ดัจญาล” มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ ของชาวคริสต์ด้วยเช่นกัน ในคัมภีร์ “อิลญีล” (ไบเบิล) คำว่า “ดัจญาล” ถูกกล่าวไว้หลายครั้ง และจะถูกกล่าวถึงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธพระเยซู  (The Anti-Christ  / مسیح الدجال / al-Masih al-Dajjal ) หรือ “พระบิดาและพระบุตร” ว่า “ดัจญาล” :

       “22 ใคร​ล่ะ​เป็น​คน​ที่​โกหก ไม่​ใช่​ใคร​อื่น นอก‍จาก​คน​ที่​ปฏิเสธ‌​ว่า​พระ‍เยซู​ไม่​ใช่​พระ‍คริสต์ ผู้​ที่​ปฏิเสธ​พระ‍บิดา​และ​พระ‍บุตร  (The Anti-Christ) ผู้​นั้น​แหละ​เป็น​ศัตรู​ของ​พระ‍คริสต์” (11)

        บรรดาผู้สนับสนุนทัศนะที่สองนี้ได้อ้างอิงริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทหนึ่งที่อัศบัฆ บินนะบาตะฮ์ ได้ถามท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) ว่า “ดัจญาลคือใคร?”

        ท่านกล่าวว่า “ดัจญาลคือซออิด บินซออิด (อัซซ็อยด์) คนโชคร้าย คือคนที่เชื่อเขา และคนที่โชคดี คือผู้ที่ปฏิเสธเขา เขาจะออกมาจากเมืองที่เรียกว่าอิศฟะฮาน จากหมู่บ้านที่เป็นชาวยิว ดวงตาข้างขวาของเขามืดบอด และดวงตาอีกข้างหนึ่งจะอยู่บนหน้าผากของเขา มันจะส่องประกายประหนึ่งดังดวงดาวในยามเช้า ในดวงตานั้นจะมีก้อนเนื้อเป็นสีเลือด ในระหว่างสองดวงตาของมันจะถูกเขียนว่า “การฟิร” (ผู้ปฏิเสธ) ทุกคนสามารถที่จะอ่านมันได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้หนังสือหรือไม่รู้ก็ตาม มันจะบุกตะลุยทะเลลึก ดวงอาทิตย์จะวิ่งตามไปพร้อมกับมัน เบื้องหน้าของมันจะมีภูเขาจากควัน และเบื้องหลังของมันจะเป็นภูเขาสีขาว จะทำให้มนุษย์มองเห็นว่าเป็นอาหาร ช่วงเวลาที่มันจะออกมานั้นเป็นช่วงเวลาของความอดอยากแห้งแล้งอย่างรุนแรง เบื้องใต้ของมันคือลาสีขาว แต่ละย่างก้าวของลาของมันเป็นระยะทางหนึ่งมีล (ประมาณ 185 เมตร) แผ่นดินจะหมุนไปใต้เท้าของมัน มันจะไม่ผ่านแหล่งน้ำใด นอกจากมันจะจมหายลงไป จนกระทั้งถึงวันกิยามะฮ์ (วันสิ้นโลก) มันจะประกาศร้องด้วยเสียงที่ดังของมัน โดยที่ญินและมนุษย์และบรรดาชัยฏอนที่อยู่ในระหว่างทิศตะวันออกและตะวันตกจะได้ยินมัน กล่าวว่า : โอ้หมู่มิตรของข้า จงมาหาข้าเถิด ข้าคือผู้ที่ได้สร้างแล้วทำให้สมบูรณ์ และผู้ที่กำหนดสภาวะแล้วทำการชี้นำทาง ข้าคือพระผู้อภิบาลของพวกเข้าที่ใหญ่ที่สุด”

      “ศัตรูของอัลลอฮ์นั้นจะโกหกหลอกลวง แท้จริงมันเป็นผู้ตาบอด (ข้างเดียว) มันจะกินอาหารและจะเดินในตลาด และแท้จริงองค์พระผู้อภิบาลของพวกท่าน ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกรนั้น ไม่ได้ตาบอด ไม่ทรงรับประทานอาหาร ไม่ทรงเดินและไม่มีวันสิ้นสลาย อัลลอฮ์ทรงสูงส่งยิ่งนักจากสิ่งนั้น พึงรู้เถิดว่า ส่วนมากของบรรดาผู้ปฏิบัติตามมันในวันนั้นคือพวกลูกซินา (ลูกนอกสมรส) และพวกชาวเสื้อคลุมสีเขียว อัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร จะทรงฆ่าเขา (ดัจญาล) ณ เมืองชาม บนทางลาดชัน ที่รู้จักในนาม “อะกอบะฮ์ อัฟยัก” ขณะที่ช่วงเวลาของวันศุกร์ได้ผ่านไปสามชั่วโมง ด้วยมือของผู้ที่อัลมะซีห์ (อีซา) บุตรของมัรยัม (อ.) จะทำการนมาซตามหลังเขา พึงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริงช่วงเวลาหลังจากนั้น คือความพินาศครั้งใหญ่ (วันสิ้นโลก)” (12)

      ทัศนะที่สาม : จุดประสงค์จาก “ดัจญาล” ก็คือ “ซุฟยานี” นั่นเอง ในหนังสือของพี่น้องอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ส่วนมากจะกล่าวถึงในนาม “ดัจญาล” และในหนังสือต่างๆ ของชีอะฮ์จะกล่าวถึงในนาม “ซุฟยานี” แต่อย่างไรก็ดี ทัศนะและความเป็นไปได้นี้ถูกปฏิเสธ (13)

     ทัศนะที่สี่ : “ดัจญาล” เป็นการชี้ถึงการปฏิเสธศรัทธาในระดับโลกและการครอบงำของวัฒนธรรมทางด้านวัตถุนิยมที่มีเหนือโลก นักวิชาการ (เจ้าของทัศนะ) บางคน ถือว่าทัศนะนี้มีความเป็นไปได้สูง และทุกๆ ลักษณะเฉพาะที่ถูกอธิบายไว้สำหรับดัจญาลนั้น มีความสอดคล้องตรงกันกับมาอำนาจของโลก “มหาอำนาจ” หรือจอมอหังการ (อิสติกบาร) นั้นคือ “ดัจญาล” อย่างแท้จริง ที่ถือว่าตนเองนั้นคือ “ก็อยยิม”  (ตำรวจโลก ผู้คุ้มครองดูแล) ชนชาติทั้งหลาย โดยอาศัยความมั่งคั่งอันมหาศาลและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ได้ทำการแทรกแซงทุกดินแดนของโลก และทำให้ทั้งหมดตกอยู่ภายใต้การครอบงำของตน (14)

     ส่วนหนึ่งจากประเด็นที่ที่น่าพิศวงและน่าคิดใคร่ครวญก็คือว่า ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) จำนวนมาก ทั้งในฝ่ายชีอะฮ์ในฝ่ายอะฮ์ลิซซุนนะฮ์นั้น ระหว่างดัจญาลกับชาวยิว จะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่างๆ จะแนะนำว่า ส่วนใหญ่ของไพร่พลของดัจญาลนั้นจะเป็นชาวยิว (15)  ในหนังสืออ้างอิงต่างๆ ของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ โดยส่วนใหญ่จะพูดถึงการถูกสังหารของดัจญาล โดยมือของท่านศาสดาอีซา (อ.) (16) และ (17)

      หนึ่งในจำนวนดัจญาลทั้งหมดนั้น คือผู้ที่มีลักษณะของความเลวร้ายและน่าเกลียดที่สุดในหมู่ดัจญาล (จอมมารหลอกลวง) ทั้งหลาย และมันจะเป็นสัญญาณการปรากฏตัว (ซูฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)

แหล่งที่มา :

[1] ลิซานุ้ลอาหรับ, เล่มที่ 4, หน้าที่ 294

[2] กันซุลอุมมาล, เล่มที่ 12, หน้าที่ 323

[3] ซอเฮี๊ยะฮ์ มุสลิม, หมวดสัญญาณต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นก่อนวันกิยามะฮ์ ; ซุนัน ติรมีซี, เล่มที่ 4, หน้าที่ 507

[4] กะมาลุดดีน วะตะมามุนนิอ์มะฮ์, เล่มที่ 1, หน้าที่ 250

[5] อัลอิรชาด, เชคมุฟีด, เล่มที่ 2, หน้าที่ 371

[6] รายงานโดยอบีดาวูด

[7] กันซุลอุมมาล, เล่มที่ 14, หน้าที่ 198-200

[8] กันซุลอุมมาล, เล่มที่ 14, หน้าที่ 200

[9] อัลฆ็อยบะฮ์, เชคฏูซี, หน้าที่ 113, ฮะดีษ 86

[10] ฮะซอเระฮ์ กะรออี ดัร ฟัลซะเฟะฮ์ ตารีค มะซีฮียัต, หน้าที่ 26

[11] ดูเพิ่มเติมได้ใน จดหมายของจอห์น บทที่ 2: 18 และ 22 หรือในลิงค์นี้ (หัวข้อ “ศัตรูของพระคริสต์”) :

https://www.bible.com/th/bible/174/1jn.2

 [12] กะมาลุดดีน วะตะมามุนนิอ์มะฮ์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 525 - 528

[13] อัลฆ็อยบะฮ์, เชคฏูซี, หน้าที่ 463

[14] ตารีค ฆ็อยบะฮ์ กุบรอ, หน้าที่ 532-536

[15] กะมาลุดดีน วะตะมามุนนิอ์มะฮ์, เล่มที่  2, หน้าที่  528

[16] ตัฟซีร อัฏฏอบารี, เล่มที่  3, หน้าที่ 290

[17] ฟัรฮังก์ นอเมะฮ์ มะฮ์ดะวียัต, หน้าที่  205 -201

แปล/เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles