^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 69 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7163768
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2237
7069
22864
111245
7163768

17-10-2018 เวลา 05 : 26

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทความศาสนา

“ฮัจญ์” การแสดงออกถึงความเป็นบ่าวที่สมบูรณ์แบบที่สุด

       เป้าหมายหลักของการสร้างมนุษย์คือ เพื่อการรู้จักพระผู้เป็นเจ้า และการบรรลุถึงระดับของความรัก ความผูกพันและความใกล้ชิดต่อพระองค์ สิ่งดังกล่าวนี้จะขึ้นอยู่กับความสะอาดบริสุทธิ์ด้านในและความเป็นอิสระของจิตใจของมนุษย์ (จากการยึดติดสิ่งทั้งหลาย) จิตใจของคนเราหากมีความใสสะอาดและบริสุทธิ์มากเพียงใด ความรักและความผูกพันต่อพระผู้เป็นเจ้าก็จะมีมากขึ้นเพียงนั้น

       ความใสสะอาดและความบริสุทธิ์ด้านในของมนุษย์นั้น ขึ้นอยู่กับการออกห่างจากอารมณ์ใคร่ทั้งหลาย การระงับจิตใจของตนเองจากความสุขหรรษาแห่งอารมณ์ใฝ่ต่ำ การละทิ้งความสุขและสีสันที่ไร้ความยั่งยืนของชีวิตทางวัตถุแห่งโลกนี้ การทุ่มเทความพยายามและการใช้อวัยวะร่างกายทั้งหมดของตนเองไปในทิศทางของการรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า “ฮัจญ์” คือการอิบาดะฮ์อย่างหนึ่งที่สามารถค้นพบสิ่งเหล่านี้ได้ “ฮัจญ์” คือผลรวมของการอิบาดะฮ์ทั้งมวล

       การอิบาดะฮ์บางอย่าง คือการเสียสละทรัพย์สินในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งจะมีผลทำให้เราตัดใจจากความผูกพันต่อสิ่งอำนวยสุขทางด้านวัตถุ อย่างเช่น การจ่ายซะกาต คุมส์และการบริจาคทาน (ซอดะเกาะฮ์) ต่างๆ การอิบาดะฮ์บางอย่างประกอบไปด้วยการละทิ้งอารมณ์ตัณหาและคามสุขหรรษาต่างๆ เช่น การถือศีลอด และอิบาดะฮ์บางอย่างที่ครอบคลุมไปด้วยการระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า การมุ่งตรงหัวใจไปสู่พระองค์ และการใช้อวัยวะต่างๆ ไปในการอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ อย่างเช่นการนมาซ และท่ามกลางการอิบาดะฮ์ทั้งหลายนั้น “ฮัจญ์” ครอบคลุมถึงกรณีทั้งหมดเหล่านี้ นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ยังประกอบไปด้วยการละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน ความเหนื่อยยากของร่างกาย การเสียสละทรัพย์สินเงินทอง การตัดความมุ่งหวังต่างๆ การแบกรับความทุกข์ยาก การตอกย้ำพันธสัญญาแห่งพระผู้เป็นเจ้า การฏอวาฟ การวิงวอนขอดุอาอ์และการนมาซ

ผลรางวัลขั้นต่ำที่สุดของฮัจญ์

       ไม่มีอะมั้ล (การกระทำ) ใด ที่ปราศจากผลรางวัลตอบแทนหรือการลงโทษ ฮัจญ์ ซึ่งเป็นอิบาดะฮ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็อยู่ในกฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน มีรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับผลรางวัลตอบแทนของการทำฮัจญ์ ซึ่งจะขอชี้ให้เห็นเพียงตัวอย่างเดียวในที่นี้ที่มีปรากฏในคำรายงาน ซึ่งกล่าวว่า

یَخْرُجُ مِنْ ذُنُوبِهِ کَهَیْئَتِهِ یَوْمَ وَلَدَتْهُ اُمُّهُ

“(บุคคลใดก็ตามที่บำเพ็ญฮัจญ์อย่างสมบูรณ์) เขาจะออกจากความผิดบาปทั้งหลายของเขา ดังวันที่มารดาของเขาได้ให้กำเนิดเขา” (1)

         “ฮัจญ์” คือการละทิ้งจากทุกสิ่ง โดยมุ่งแสวงหาพระผู้เป็นเจ้าเพียงเท่านั้น พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า

فَفِرُّوْا إِلَی اللهِ إِنِّی لَكُم مِنْهُ نَذِیرٌ مُبِینٌ

“ดังนั้นพวกท่านจงหนีออกจากสิ่งอื่นไปสู่อัลลอฮ์เถิด แท้จริงฉันเป็นผู้ตักเตือนที่ชัดแจ้งจากพระองค์เพื่อพวกท่านทั้งหลาย”

(อัลกุรอานบทอัซซาริยาต โองการที่ 50)

       บางคำรายงานที่มาอรรถาธิบายโองการนี้ชี้ให้เห็นว่า การหนีและการจาริกสู่อัลลอฮ์ในที่นี้ก็คือการบำเพ็ญฮัจญ์นั่นเอง ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวว่า «فَفِرُّوْا إِلَی اللهِ» “ดังนั้นพวกท่านจงหนีออกจากสิ่งอื่นไปสู่อัลลอฮ์เถิด” นั้นก็คือ

حُجّوا الي الله عزّ وجلّ

“ท่านทั้งหลายจงมุ่งสู่ (การทำฮัจญ์) ณ อัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกร” (2)

       ดังนั้นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการจาริกและการมุ่งเดินทางสู่พระผู้เป็นเจ้า (อัซซีรุ อิลัลลอฮ์) ก็คือพิธีกรรมฮัจญ์ ใครก็ตามที่เดินทางไปทำฮัจญ์ เขาคือผู้เดินทางมุ่งสู่พระผู้เป็นเจ้า แม้ว่าทุกสถานที่ที่มนุษย์สามารถมุ่งตรงสู่พระผู้เป็นเจ้า สามารถทำการอิบาดะฮ์ต่อพระองค์และเป็นแขกของพระองค์ได้ก็ตาม ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า

وَلِلَّهِ الْمَشْرِقُ وَالْمَغْرِبُ فَأَيْنَمَا تُوَلُّوا فَثَمَّ وَجْهُ اللَّهِ إِنَّ اللَّهَ وَاسِعٌ عَلِيمٌ

“และทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นเป็นของอัลลอฮ์ ดังนั้นพวกเจ้าจะหันไปทางไหน ที่นั่นก็คือพระพักตร์ของอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์คือผู้ทรงกว้างขวาง อีกทั้งทรงรอบรู้ยิ่ง” (3)

       แต่ทว่าพระผู้เป็นเจ้า ทรงจัดเตรียมบางสถานที่และบางช่วงเวลาไว้สำหรับการเป็นแขกและการรับรองแขกโดยเฉพาะ ดังเช่นที่พระองค์ทรงตรัสว่า «فَفِرُّوْا إِلَی اللهِ» “ดังนั้นพวกท่านจงหนีออกจากสิ่งอื่นไปสู่อัลลอฮ์เถิด” และสิ่งนี้ถูกอรรถาธิบายว่า คือการทำฮัจญ์ ฉะนั้นฮัจญ์คือการตัดและการละทิ้งจากทุกสิ่งทุกอย่าง และมุ่งแสวงหาอัลลอฮ์แต่เพียงพระองค์เดียว

เงื่อนไขการถูกยอมรับของฮัจญ์

       อย่างไรก็ตาม การที่ฮัจญ์ของเราจะเป็นการตัด การละทิ้งจากทุกสิ่งทุกอย่างและการมุ่งสู่อัลลอฮ์หรือไม่ หรือกล่าวโดยสรุป ฮัจญ์ของเราจะถูกยอมรับจากอัลลอฮ์หรือไม่นั้นมีเงื่อนไขต่างๆ หลายประการ จะขอชี้ให้เห็นบางส่วนที่สำคัญไว้ในที่นี้คือ

  1. ความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ)

       ทุกการกระทำของเรานั้นขึ้นอยู่กับเจตนา (เหนียต) หากผู้ใดก็ตามที่เดินทางไปทำฮัจญ์ โดยมีเจตนาอื่นจากอัลลอฮ์ อย่างเช่น เพื่อการค้าขาย หรือเพื่อแสวงหาชื่อเสียง หรือเพื่อเป้าหมายอื่นๆ นั่นคือ การหนีออกจากอัลลอฮ์ (อัลฟิรอร อะนิลลาฮ์) ไม่ใช่การหนีจากสิ่งอื่นไปสู่อัลลอฮ์ (อัลฟิรอร อิลัลลอฮ์) ในการกระทำอื่นๆ หรือแม้แต่ในการต่อสู้ (ญิฮาด) ก็เช่นเดียวกัน

        ครั้งหนึ่งที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้ส่งท่านอิมามอะลี (อ.) ไปทำสงคราม ชายผู้หนึ่งได้กล่าวกับน้องชายของตนเองเองว่า “เจ้าจงไปทำสงครามกับเราร่วมกับท่านอะลีเถิด บางทีเราอาจจะได้รับคนรับใช้สักคนหนึ่ง หรือสัตว์สักตัวหนึ่ง หรืออาจจะมีสิ่งใดที่เราจะได้รับมัน” เมื่อท่านศาสนทูตล่วงรู้ในคำพูดดังกล่าว ท่านกล่าวว่า :

إنما الأعمال بالنيات، ولكل امرئ ما نوى، فمن غزا ابتغاء ما عند الله فقد وقع أجره على الله، ومن غزا يريد عرض الدنيا أو نوى عقالا لم يكن له إلا ما نوى

“อันที่จริงทุกๆ การกระทำนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และสำหรับทุกคนจะได้รับในสิ่งที่เขาตั้งเจตนาไว้ ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่ทำสงครามเพื่อแสวงหาสิ่งที่อยู่ ณ อัลลอฮ์ แน่นอนรางวัลของเขาก็จะอยู่กับอัลลอฮ์ และผู้ใดที่ทำสงคราม โดยปรารถนาลาภยศสรรเสริญแห่งโลกนี้ หรือมีเจตนาที่จะได้รับมาซึ่งเชือกที่ใช้ล่ามขาอูฐ เขาก็จะไม่ได้รับสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้” (4)

        ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า

الْحَجُّ حَجّانِ حَجٌّ لِلَّهِ وَحَجٌّ لِلنّاسِ فَمَنْ حَجَّ لِلّهِ کانَ ثَوابُهُ عَلَی اللّهِ الْجَنَّةَ وَمَنْ حَجَّ لِلنّاسِ کانَ ثَوابُهُ عَلَی النّاسِ یَوْمَ الْقِیامَةِ

"การทำฮัจญ์นั้นมีสองประเภท คือ การทำฮัจญ์เพื่ออัลลอฮ์ และการทำฮัจญ์เพื่อมนุษย์ ดังนั้นใครก็ตามที่ทำฮัจญ์เพื่ออัลลอฮ์ ผลรางวัลของเขาก็จะอยู่ ณ อัลลอฮ์ และใครที่ทำฮัจญ์เพื่อมนุษย์ ผลรางวัลของเขาก็จะอยู่ ณ มนุษย์ในวันชาติหน้า" (5)

       ในริวายะฮ์บทหนึ่งจากท่านอิมามบากิร (อ.) อบุลบะซีร ซึ่งเป็นสาวกชั้นแนวหน้าของท่านอิมามบากิร (อ.) และเป็นคนตาบอด เขาได้ร่วมเดินทางไปทำฮัจญ์กับท่านอิมาม (อ.) ในช่วงเวลาที่บรรดาฮุจญาจทั้งหมดไปรวมตัวกันที่ทุ่งอะรอฟะฮ์ เสียงร่ำให้คร่ำครวญและการวิงวอนขอดุอาอ์ของพวกเขาดังระงมไปทั่วทุกที่ ทำให้อบุลบะซีรรู้สึกประหลาดใจถึงจำนวนที่มากมายของบรรดาฮุจญาจ เขาจึงกล่าวกับท่านอิมามบากิร (อ.) ว่า

مَا أَکْثَرَ الْحَجِیجَ وَ أَعْظَمَ الضَّجِیجَ

“ฮุจญาจช่างมีจำนวนมากมายเสียนี่กระไร และผู้ร่ำให้คร่ำครวญช่างมีจำนวนมโหฬารเสียนี่กระไร!”

       เมื่อท่านอิมาม (อ.) ได้ยินคำพูดของเขา ท่านกล่าวว่า

بَلْ مَا أَکْثَرَ الضَّجِیجَ وَ أَقَلَّ الْحَجِیجَ

“หาใช่เช่นนั้นไม่! ทว่าผู้ที่ร่ำไห้คร่ำครวญนั้นช่างมีมากเสียเหลือเกิน ในขณะที่ฮุจญาจนั้นช่างมีจำนวนน้อยนิด”

       ท่านกล่าวกับอบุลบะซีร ต่อไปว่า “เจ้าต้องการรับรู้ถึงความสัจจริงของสิ่งที่ฉันพูดและเห็นมันด้วยกับดวงตาทั้งสองของเจ้าหรือไม่” จากนั้นท่านใช้มือลูบไปที่ตาทั้งสองของเขา พร้อมกับอ่านดุอาอ์ ทันใดนั้นเองตาทั้งสองของเขาก็มองเห็นเป็นปกติ ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวกับเขาว่า “เจ้าจงมองดูบรรดาฮุจญาจเถิด โอ้อบุลบะซีร!” อบุลบะซีร กล่าวว่า “ดังนั้นฉันจึงมองไปยังบรรดาฮุจญาจ ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลิงและสุกร และบรรดาผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) ที่อยู่ท่ามกลางพวกเขานั้น เหมือนกับดวงดาวที่ส่องแสงประกายอยู่ท่ามกลางความมืด” (6)

  1. การละทิ้งความชั่วและข้อห้ามต่างๆ ของการครองอิห์รอม

       ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวว่า

مَا یَعْبَأُ بِمَنْ یَؤُُمُّ هذا الْبَیْتَ اِذا لَمْ یکُنْ فِیْهِ ثَلاثُ خِصَالٍ وَرَعٌ یحْجُزُهُ عَنْ مَعَاصِی اللّهِ تَعالی وَحِلْمٌ یمْلِكُ بِهِ غَضَبَهُ وَحُسْنُ الصَّحَابَةِ لِمَنْ صَحِبَهُ

“จะไม่ไดรับความสนใจใดๆ สำหรับผู้ที่มุ่งเดินทางมายังบ้านหลังนี้ (เพื่อการทำฮัจญ์) หากไม่มีคุณลักษณะสามประการในตัวเขา คือ 1) ความเคร่งครัดที่จะยับยั้งเขาจากการละเมิดฝ่าฝืนต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง 2) ความอดทนอดกลั้นในการควบคุมความโกรธของเขา และ 3) การใช้ชีวิตที่ดีงามในการอยู่ร่วมกับผู้ที่อยู่ร่วมกับเขา” (7)

  1. การหลีกห่างจากทรัพย์สินต้องห้าม (ฮะรอม)

        การทำฮัจญ์ที่จะให้คุณค่า มีความจำเริญและถูกยอมรับจากพระผู้เป็นเจ้านั้น จะต้องไม่ใช่การทำฮัจญ์โดยใช้ทรัพย์สินต้องห้าม (ฮะรอม) อย่างเช่น เงินดอกเบี้ย เงินที่ไม่ได้จ่ายคุมส์หรือไม่ได้จ่ายซะกาต และรายได้ที่ได้มาจากอาชีพที่ไม่ถูกต้องตามศาสนบัญญัติ

         ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า :

مَنْ حَجَّ بِمَالٍ حَرَامٍ فَقَالَ لَبَّیْكَ اللّهُمَّ لَبَّیَكَ قَالَ اللَّهُ لَهُ لا لَبَّیْكَ وَلا سَعْدَیْكَ حَجُّكَ مَرْدُوْدٌ عَلَیْكَ

“ผู้ใดที่ทำฮัจญ์ด้วยทรัพย์สินต้องห้าม โดยเขากล่าวว่า ข้าพระองค์มาตามคำเรียกร้องของพระองค์แล้ว โอ้อัลลอฮ์ ข้าพระองค์สนองตอบคำบัญชาของพระองค์แล้ว อัลลอฮ์จะทรงตรัสว่า ไม่มีการตอบรับใดๆ ต่อเจ้า ฮัจญ์ของเจ้าถูกปฏิเสธกลับไปยังตัวเจ้า” (8)

         ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวว่า :

لا یقْبَلُ اللَّهُ حَجّا وَلا عُمْرَةً مِنْ مالٍ حَرامٍ

“อัลลอฮ์จะไม่ทรงยอมรับฮัจญ์และอุมเราะฮ์ จากทรัพย์สินที่ต้องห้าม” (9)

กล่าวโดยสรุป :

        บุคคลที่จะได้รับผลที่ดีงามต่างๆ ทางด้านจิตวิญญาณ ด้านจริยธรรมและด้านวัตถุของฮัจญ์นั้น เขาจะต้องออกห่างจากความชั่ว ละทิ้งจากข้อห้ามต่างๆ ของการครองอิห์รอม และจะต้องทำฮัจญ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจและด้วยทรัพย์สินที่สะอาดบริสุทธิ์ (ฮะลาล)

เชิงอรรถ :

(1) บิฮารุลอันวาร, เล่มที่ 99, หน้าที่ 26
(2) อัลกาฟี, เล่มที่ 4, หน้าที่ 256
(3) อัลกุรอานบทอัลบากอเราะฮ์ โองการที่ 115
(4) มีซานุ้ลฮิกมะฮ์, เล่มที่ 4, หน้าที่ 3414
(5) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 96, หน้าที่ 24
(6) อัลมะนากิบ ลิอิบนิชะฮ์รอชูบ, เล่มที่ 4, หน้าที่ 200 ; บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 46, หน้าที่ 261
(7) อิห์ยาอุลอุลูม, เล่มที่ 1, หน้าที่ 246
(8) อัดดุรรุลมันซูร, เล่มที่ 2, หน้าที่ 63 ; นะฮ์ญุลฟะซอฮะฮ์, หน้าที่ 519, ฮะดีษที่ 342 ; มุนตะค็อบ มีซานุ้ลฮิกมะฮ์, หน้าที่ 518
(9) อัลฮุกมุซซาฮิเราะฮ์, หน้าที่ 158

แปล/เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles