^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 78 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7495403
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
31
6562
6593
60485
7495403

10-12-2018 เวลา 00 : 06

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทความศาสนา

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

     สิ่งที่เราเน้นย้ำอยู่เสมอและเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่า เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศและวัฒนธรรมโดยรวมของประเทศ นั่นก็คือ การเคารพและการให้เกียรติต่องานและแรงงาน (คนทำงาน) คำว่า “แรงงาน” (คนทำงาน) มีความหมายครอบคลุมทั่วไป

      ท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ได้กล่าวไว้ว่า “บรรดาศาสดาก็เป็นผู้ใช้แรงงาน” เป็นเช่นนั้นจริง ในภาพรวมทั้งหมดของพวกท่าน ไม่ว่าจะเป็นบรรดาผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้วางแผนงาน ผู้สร้างงานที่จัดเตรียมขอบข่ายที่กว้างขวางสำหรับการทำงาน การยกระดับและการพัฒนาคุณภาพของงาน จนถึงแรงงาน (ผู้ปฏิบัติงาน) แต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานที่มีการศึกษาสูง แรงงานที่มีทักษะ แรงงานที่มีฝีมือและประสบการณ์ ไปจนถึงแรงงานทั่งไป ทั้งหมดล้วนเป็นแรงงานทั้งสิ้น โดยตัวของงานนั้นเป็นสิ่งที่มีเกียรติ การเคลื่อนไหวและความอุตสาห์พยายามในทิศทางที่ถูต้องเป็นสิ่งที่ควรค่าต่อการเคารพ นี่คือมุมมองของอิสลาม

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

      ทั้งหมดเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเคารพและให้เกียรติ หากเราให้คำนิยามสิ่งใดในนามสิทธิของผู้ใช้แรงงานและสถานะของคนงานแล้ว จะต้องเป็นไปบนพื้นฐานของความเคารพในอาชีพการงานและการให้เกียรติต่อผู้ใช้แรงงานดังกล่าว

     ข้อเท็จจริงของประเด็นก็คือ อารยธรรมต่างๆ ของมนุษยชาติ ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุของโลกในทุกยุคสมัย และเช่นเดียวกันนี้ การพัฒนาทางจิตใจ จิตวิญญาณและด้านในของมนุษย์ทุกคนนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากด้วยกับการทำงาน การทำงานคือสิ่งจำเป็น ความอุตสาห์พยายามคือสิ่งที่จำเป็น ดั่งโองการที่นักอ่านคัมภีร์ (กอรี) ที่มีเสียงไพเราะวันนี้ของเราได้อ่านให้เราฟัง

وَ اَن لَیسَ لِلاِنسانِ اِلّا ما سَعی

“และมนุษย์จะไม่ได้สิ่งใด นอกจากสิ่งที่เขาได้พากเพียรพยายามเท่านั้น” (1)

      กล่าวคือ ความสำเร็จของพวกท่านอยู่ในร่มเงาของความพากเพียร ความอุตสาห์พยายามในการทำงานของพวกท่านเพียงเท่านั้น ในทุกระดับจำเป็นที่จะต้องคิดและกระทำเช่นนี้ มุมมองที่เป็นปรปักษ์ระหว่างแรงงาน (กรรมกร) กับผู้ประกอบการ และอื่นๆ ในทำนองนี้ เป็นการเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหนึ่ง ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่มุมมองที่ขัดแย้งเป็นปฏิปักษ์ และสภาวะแปลกแยกที่ปกคลุมอยู่เหนือแนวคิดต่างๆ ของตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่นิยมลัทธิมาร์กซิสม์ แน่นอนก่อนลัทธิมาร์กซิสม์ มุมมองที่เป็นปฏิปักษ์และสภาวะแปลกแยกก็พบเห็นได้อย่างแพร่หลายในแนวคิดต่างๆ ของตะวันตก ในทัศนะของอิสลามนั้นเป็นมุมมองที่ถูกปฏิเสธและไม่ถูกยอมรับ

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

อิสลามเรียกร้องสู่ความร่วมมือและการเกื้อกูลกัน

      ในอิสลามนั้นเชิญชวนสู่ความร่วมมือกัน เรียกร้องสู่ความสามัคคีและการทำงานร่วมกัน เรียกร้องสู่การแสดงความเมตตาต่อกันและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นี่คือพื้นฐานความคิดแบบอิสลามที่มีต่อทุกๆ กิจการงาน แน่นอน การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันย่อมมีขอบเขตจำกัด มีกฎเกณฑ์ต่างๆ แต่ละคนมีสิทธิต่างๆ ที่จะต้องได้รับการพิทักษ์รักษา ซึ่งภายใต้ร่มเงาของรัฐอิสลามเท่านั้นที่จะบรรลุสู่ความเป็นจริงได้ มุมมองที่ขัดแย้งและแปลกแยกนั้นเป็นสิ่งที่ผิดพลาด มุมมองของความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในทัศนะของอิสลามเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และนี่คือแนวคิดที่จะต้องมีอยู่ในทุกกิจการงานของเรา และในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต

      ในทางตรงกันข้าม ผู้ใดก็ตามที่ทำลายศักดิ์ศรีทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณ ทางด้านความคิดและการดำรงอยู่ของมนุษย์และสังคม ที่เราจำเป็นต้องพิทักษ์ปกป้อง และกระบวนการพื้นฐานนั้นได้แก่ การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน การทำงานร่วมกันและความร่วมมือกัน นี่คือมุมมองพื้นฐานของอิสลาม เราเชื่อมั่นว่าใครก็ตามที่ทำงานและปฏิบัติตามหน้าที่ของตน และทำหน้าที่การงานให้ดีแล้ว เขาก็จะได้รับความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า (ในฮะดีษ) ได้กล่าวว่า  رَحِمَ اللهُ اِمرَءً عَمِلَ عَمَلاً فَأَتقَنَه “อัลลอฮ์ทรงเมตตาคนที่ทำงานหนึ่ง โดยที่เขาจะทำมันอย่างประณีต” (2 ) ใครก็ตามที่ทำงานอย่างสมบูรณ์ เขาจะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮ์ นี่คือประเด็นแรก และเป็นหนึ่งในสองประเด็นสำคัญซึ่งข้าพเจ้าจำเป็นต้องพูดถึง “เราสามารถทำได้” คือคำขวัญที่บรรลุความเป็นจริงแล้วของอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.)

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

      “ความตั้งใจที่แน่วแน่ของประชาชนและการบริหารจัดการแบบญิฮาด” เป็นคำขวัญที่ถูกตั้งสำหรับปี 93 (ปีของอิหร่านในขณะนี้) แต่สิ่งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะสำหรับปี 93 เท่านั้น สิ่งนี้คืออัตลักษณ์ของเรา สิ่งนี้คือศักดิ์ศรีของเรา สิ่งนี้คืออนาคตของเรา สิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของเรา หากความตั้งใจที่แน่วแน่ของประชาชนเกิดขึ้น หากการบริหารจัดการแบบญิฮาดเกิดขึ้น ทั้งเศรษฐกิจและวัฒนธรรมจะเกิดความเจริญก้าวหน้า และชนชาติใดก็ตามที่มีเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและมีวัฒนธรรมที่เจริญก้าวหน้า ชนชาตินั้นจะอยู่ในจุดสูงสุด และจะไม่ถูกดูถูกเหยียดหยาม

       ก่อนการปฏิวัติอิสลาม พวกเขาดูถูกเหยียดหยามเรามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ทั้งๆ ที่ตลอดประวัติศาสตร์ ชนชาติอิหร่านมีประวัติการณ์ มีอารยธรรมที่เก่าแก่ มีมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง มีนักวิชาการมากมายในสาขาต่างๆ แต่กลับต้องดำเนินไปถึงจุดที่ว่า บรรดาผู้ปกครองของชนชาตินี้ เพื่อที่จะกระทำงานที่สำคัญของประเทศ จำเป็นต้องส่งคนไปยังสถานทูตอังกฤษและสถานทูตอเมริกา เพื่อขออนุญาตจากทูตอังกฤษและทูตอเมริกา จะมีสิ่งใดที่เป็นการดูถูกเหยียดหยามชนชาติหนึ่งๆ มากไปกว่านี้อีกหรือ? วันนั้น (ในอดีต) ซึ่งในยุโรปและตะวันตกยังไม่มีข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับความรู้ วันซึ่งความไม่รู้ (ญะฮิล) อย่างแท้จริงได้ปกคลุมอยู่เหนือประเทศเหล่านั้น อิหร่านได้นำเสนออัลฟารอบี, มุฮัมมัด ซะกะรียา รอซี, เชคฏูซี และบุคคลที่ยิ่งใหญ่อีกหลายท่านแก่โลก นี่คือมรดกของเรา นี่คืออดีตของเรา เราไม่สมควรจะได้รับการดูถูกเหยียดหยาม เราไม่ (สมควร) ปล่อยให้บรรดามหาอำนาจผู้สวาปามโลกเข้ามายึดครองเศรษฐกิจของเรา ปล้นสะดมน้ำมันของเรา ครอบครองแหล่งทรัพยากรต่างๆ ของเรา และในด้านการเมืองและสังคม พวกเขาก็ไม่สมควรที่จะดูถูกเหยียดหยามประชาชนของเรา แต่สิ่งนี้มันได้เกิดขึ้น

       หากชนชาติอิหร่านต้องการที่จะได้มาซึ่งสถานะที่คู่ควรเหมาะสมของตน สถานะดังกล่าวนี้ถูกตั้งนิยามไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้กล่าวซ้ำไปหลายครั้งแล้วว่า ประเทศของเราควรจะไปถึงยังสถานะหนึ่ง ซึ่งก็คือนักศึกษาค้นคว้าทางวิชาการทั้งหลายของโลก เพื่อที่จะไปให้ถึงยอดสูงสุดของวิทยาการ พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาเปอร์เซีย นี่คือสถานะที่ถูกตั้งนิยามไว้ แม้ว่าเราอาจจะไปถึงจุดนี้ได้ในอีกห้าสิบปีข้างหน้าก็ตาม การที่เราจะสามารถบรรลุถึงสถานะที่กำหนดไว้ได้นั้น หนทางของมันก็คือ เราจะต้องใช้ประโยชน์จากความรู้ สติปัญญา พลังแห่งความกระตือรือร้นอย่างสูง พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจที่แน่วแน่มั่นคงในทุกภาคส่วน เราจะต้องยกระดับเศรษฐกิจ แต่การยกระดับเศรษฐกิจโดยปราศจากการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมนั้น นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ อีกด้วย เพราะวัฒนธรรมก็จำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาให้เกิดความเจริญก้าวหน้าไปด้วย

       ดังนั้นคำขวัญของปีนี้ คือคำขวัญแห่งชีวิตของเรา เป็นคำขวัญถาวรของเรา นับเป็นความโชคดีที่วันนี้ในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ที่กระตือรือร้นทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ อย่างเช่นในกลุ่ม “แม็พนา” (Mapna) เรากำลังพบเห็นสิ่งนี้ แน่นอน ข้าพเจ้าได้รับรายงานต่างๆ และในวันนี้ข้าพเจ้าได้มาเห็นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับบางสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เคยอ่านจากรายงานต่างๆ และข้าพเจ้าก็ได้เห็นแล้ว สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคำขวัญที่ท่านอิมาม (โคมัยนี) ผู้เป็นที่เคารพรักของเราได้เคยนำเสนอไว้ หมายถึงคำขวัญที่ว่า “เราสามารถทำได้” คือคำขวัญที่เป็นจริง ไม่ใช่เป็นคำขวัญแค่เพียงคำพูด ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในวันหนึ่งงานต่างๆ ที่ในทัศนะของผู้บริหารระดับสูงบางคนของเรามองว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับประเทศของเรา วันนี้กำลังได้รับการปฏิบัติอย่างง่ายดายและรวดเร็วในกลุ่มของพวกท่าน

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

ริษกีที่ไม่คาดคิดจากจากความไว้วางใจในพระเจ้า

      ปัจจัยที่สำคัญของการบริหารจัดการแบบญิฮาด (ในเชิงการต่อสู้) นั่นก็คือ ความเชื่อมั่นในตนเองและความไว้วางใจในความช่วยเหลือของพระผู้เป็นเจ้า ในทุกกิจการงานนั้นเราจงมอบหมาย (ตะวักกุ้ล) ต่อพระเจ้าผู้ทรงสูงส่ง และแสวงหาความช่วยเหลือจากพระองค์ จงเชื่อมั่นในความช่วยเหลือต่างๆ จากพระองค์ เมื่อพวกท่านขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าผู้ทรงสูงส่งแล้ว หนทางจะถูกเปิดสำหรับพวกท่าน

 وَ مَن یَتَّقِ اللهَ یَجعَل لَهُ مَخرَجًا ، وَ یَرزُقهُ مِن حَیثُ لایَحتَسِب.

“ผู้ใดยำเกรงอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงประทานทางออกให้แก่เขา และจะทรงประทานริษกี (โชคผลและปัจจัย) แก่เขา โดยที่เขาไม่คาดคิด" (3)

     ริษกี (โชคผลและปัจจัย) ที่ถูกกล่าวถึงในโองการนี้ จะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายในรูปต่างๆ บางครั้งพวกท่านอาจจะมีสิ่งหนึ่งฉุกคิดและเปล่งประกายขึ้นมาในความคิดของพวกท่านอย่างฉับพลัน หนทางจะเปิดขึ้น นี่คือริษกีของพระเจ้า ในช่วงเวลาที่กดดัน (คับขัน) ทันใดก็จะเกิดความหวังที่เปี่ยมล้นขึ้นในหัวใจของพวกท่าน นั่นก็คือริษกีแห่งพระผู้เป็นเจ้า

การพัฒนาทางวัตถุและจิตวิญญาณ ล้วนขึ้นอยู่กับการทำงาน

แหล่งอ้างอิง :

(1) อัลกุรอานบทอันนัจญ์มุ โองการที่ 39

(2) อัลอัมษาลันนะบะวียะฮ์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 103

(3) อัลกุรอานบทอัฏฏอลาก โองการที่ 2-3

หมายเหตุ :

     บางส่วนจากสุนทโรวาทของท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ในการพบปะกับคนงานในกลุ่มอุตสาหกรรมแม็พนา (Mapna) เนื่องในโอกาสวันแรงงาน (วันที่ 1 พฤษภาคม 2014)


แปลและเรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles