^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 56 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7516063
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
562
6111
27253
81145
7516063

13-12-2018 เวลา 02 : 28

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทความ l Articles

บก.เราะยุ้ลเยาม์วิเคราะห์ว่า : การฉีกสัญญานิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงครามและผู้แพ้คืออิสราเอล

บก.เราะยุ้ลเยาม์วิเคราะห์ว่า : การฉีกสัญญานิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ เป็นการประกาศสงครามและผู้แพ้คืออิสราเอล

บรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ “เราะยุ้ลเยาม์” กล่าวถึงการถอนตัวของสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านว่า เท่ากับเป็นการประกาศสงคราม และผู้แพ้ในประเด็นนี้คืออิสราเอลกับบางประเทศอาหรับ

     อับดุลบารี อัฏวาน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ “เราะยุ้ลเยาม์” ได้เขียนในบทความหนึ่งเกี่ยวกับการถอนตัวของสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านว่า อยู่ในฐานะของย่างก้าวแรกสู่ในการประกาศสงคราม และเป้าหมายสำคัญของประเทศนี้บนเส้นทางของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน

     เขาเสริมว่า : สหรัฐอเมริกาต้องการที่จะปฏิบัติกับอิหร่านด้วยวิธีการเดียวกับที่ได้กระทำกับระบอบการปกครองของอิรัก ลิเบียและกรานาดา โดยอาศัยข้ออ้างว่ามีอาวุธเคมีหรืออาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง

     ผู้เขียนกล่าวว่า : นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่เนทันยาฮูได้กล่าวสุนทรพจน์ที่แปลกประหลาดของตนเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานการดำเนินงานทางด้านนิวเคลียร์อย่างลับๆ ของอิหร่านนั้น ก็เป็นที่รู้กันได้แล้วว่า รัฐบาลของทรัมป์และกลุ่มหัวรุนแรงกำลังเตรียมตัวที่จะละทิ้งข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านและเคลื่อนไปสู่มาตรการคว่ำบาตรเพื่อทำให้ชาวอิหร่านมีชีวิตอยู่อย่างหิวโซ เช่นเดียวกับที่ได้เคยกระทำกับอิรักพันธมิตรเก่าของตน เพื่อจะกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ที่ไม่สามารถปฏิบัติได้และสร้างความอับอายต่ออิหร่าน และจะบีบบังคับอิหร่านให้ยอมจำนนและปลดอาวุธทั้งหมด สุดท้ายก็คือการโค่นล้มระบอบการปกครองนี้

การฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์โดยสหรัฐอเมริกาได้ทำให้คำพูดของกลุ่มอนุรักษ์นิยมของอิหร่านขึ้นมาอยู่บนโต๊ะอีกครั้งหนึ่ง

     อัฏวานอธิบายว่า การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้เท่ากับเป็นการมอบของขวัญอันล้ำค่าให้กับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนิวเคลียร์ เขาเสริมว่า : การถอนตัวของสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ได้ทำลายบรรดาผู้สนับสนุนข้อตกลงนิวเคลียร์ในอิหร่าน และได้มอบโอกาสทองแก่บรรดาผู้ต่อต้านข้อตกลงนิวเคลียร์ภายในประเทศนี้ ที่จะได้เป็นมือบนในรัฐบาลเพราะพวกเขาจะพูดกับสาธารณชนชาวอิหร่านได้ว่า แม้พวกเขาจะส่งมอบรัฐบาลให้แก่รูฮานี และฝ่ายปฏิรูปของเขามีเห็นชอบกับการเจรจาอย่างไม่เต็มใจ เพื่อบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ เพื่อหลีกเลี่ยงจากความเป็นปรปักษ์และความไม่ไว้วางใจจากสหรัฐฯ และตะวันตก ถึงแม้จะระงับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศแล้วก็ตาม แต่ผลของมันก็ได้ออกมาอย่างที่เห็น

     ผู้เขียนกล่าวเสริมว่า : ทรัมป์พยายามที่จะตอบสนองความต้องการของเนทันยาฮูและระบอบการปกครองของเขาอย่างแท้จริง และได้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการบรรลุความต้องการต่างๆ ของพวกเขาเกี่ยวกับการโจมตีอิหร่าน และยังได้รวบรวมบางรัฐบาลอาหรับในอ่าว (เปอร์เซีย) มาเป็นแนวร่วมของตน เพื่อต้องการที่จะใช้มือของแนวร่วมเหล่านั้นในการทำให้ภูมิภาคจมอยู่ในกองเลือดเหมือนกับอิรัก โดยที่จะใช้เงินดอลลาร์ที่เหลืออยู่ในกองคลังของบรรดาประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเป็นค่าใช้จ่ายของสงครามนี้

สหรัฐอเมริกาต้องการปลดอาวุธอิหร่านแบบเบ็ดเสร็จ

     ผู้เขียนได้เสริมว่า : จนถึงขณะนี้เรายังไม่รับรู้เกี่ยวกับลักษณะการตอบโต้ของอิหร่าน  แต่ตามคำพูดของฮะซัน รูฮานี ประธานาธิบดีของอิหร่าน ซึ่งได้เรียกการตัดสินใจของทรัมป์ว่าเป็นสงครามจิตวิทยา และขู่ว่าจะดำเนินการต่อในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม นอกจากนี้ถ้อยแถลงของท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและดร.อะลี วิลายะตี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูสุดนั้น อิหร่านจะไม่เจรจาเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงข้อตกลงนิวเคลียร์และทำลายโครงการขีปนาวุธของตนอย่างแน่นอน... เนื่องจากทุกรูปแบบของการเจรจาก็เท่ากับเป็นการทำลายโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธลงทั้งหมด โดยตั้งข้อหาให้อิหร่านกลายเป็นประเทศก่อการร้าย

     อัฏวานได้เขียนว่า : ทรัมป์ไม่รับฟังคำแนะนำใดๆ ของพันธมิตรยุโรป ที่จะให้คงอยู่ในข้อตกลงนิวเคลียร์ต่อไป  เขาจะรับฟังคำพูดของเนทันยาฮู กับจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยชาวยิวไซออนิสต์ของตน และเดวิด ฟรีดแมน เอกอัครราชทูตของตนในเทลอาวีฟ ยังมีบุคคลสำคัญๆ ที่หัวรุนแรง คลั่งเชื้อชาติและเป็นศัตรูของอิสลามและชาวมุสลิมอย่างเช่น จอห์น โบลตัน เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เพียงเท่านั้น

อิสราเอลจะเป็นผู้แพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามครั้งใหม่ในภูมิภาคนี้

     ผู้เขียนกล่าวว่า : เมื่อสงครามเปิดฉากขึ้น พวกเขาจะใช้เรา ประชาชนในภูมิภาคทั้งชาวอาหรับและชาวมุสลิมเป็นเหยื่อและเป็นผู้สนองตอบค่าใช้จ่ายด้านการเงินของสงคราม แต่สงครามครั้งนี้พวกเขาจะไม่บรรลุเป้าหมายของตน และอิสราเอลซึ่งได้เสี้ยมเพื่อให้เปิดฉากสงครามและใช้มือมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดของโลกในการดำเนินแผนต่างๆ ของตนนั้น จะเป็นผู้แพ้ที่ใหญ่ที่สุด และประเด็นเดียวกันนี้ก็จะเกิดกับบรรดาประเทศอาหรับในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่โหมตีกลองสงครามกับอิหร่าน

     ผู้เขียนกล่าวว่า : ก่อนหน้านี้เราได้กล่าวไปแล้วและตอนนี้ก็จะขอกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า อิสราเอลจะไม่ได้ออกจากสงครามครั้งนี้อย่างปลอดภัย และซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์ได้เตือนอย่างจริงจังต่อบรรดาผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนที่ถูกยึดครองแล้วว่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของพวกเขาจงออกไปจากประเทศนี้เสียก่อน เพราะถ้ามีสงครามเกิดขึ้น สถานที่หลบภัยทั้งหลายและคลังแสงต่างๆ ของระบอบของพวกเขาก็จะถูกทำลายและจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อพวกเขา

     ผู้เขียนได้ย้ำในตอนท้ายว่า : อิหร่านไม่ได้เป็นอันตรายที่จะคุกคามสันติภาพและความมั่นคงของประชาคมระหว่างประเทศแต่อย่างใด แต่อิสราเอลต่างหากที่เป็นภัยคุกคาม อิสราเอลได้ฉกชิงและยึดครองดินแดนต่างๆ ของชาวอาหรับและเข่นฆ่าสังหารหมู่ผู้คนไม่เว้นแต่ละวัน และสหรัฐอเมริการับหน้าที่ในการดำเนินแผนทำลายล้างนี้ พวกเขาเป็นอันตรายต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

     ดังนั้นถ้าเราต้องการเลือกระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับแกนต้านทาน (มุกอวะมะฮ์) แล้ว ตัวเลือกของเราจะไม่ใช่แนวรบของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างแน่นอน พวกท่านต้องการจะพูดอะไรก็จงพูดไป แต่คำพูดที่เป็นสัจธรรมความจริงนั้นจำเป็นต้องถูกกล่าวด้วยเช่นกัน

ที่มา : สำนักข่าวฟาร์ส

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles