หนังสือ-วารสาร

สงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้น/อิหร่านอยู่ข้างรัสเซีย

"อเมริกาและรัสเซีย สองคู่แข่งเก่าแก่ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งต่างฝ่ายมีหัวรบนิวเคลียร์ครอบครองอยู่นับพันหัวรบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการทำสงครามพร็อกซี่ในซีเรีย โดยปราศจากช่องทางการสื่อสาร..."

"อเมริกาและรัสเซีย สองคู่แข่งเก่าแก่ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งต่างฝ่ายมีหัวรบนิวเคลียร์ครอบครองอยู่นับพันหัวรบ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการทำสงครามพร็อกซี่ในซีเรีย โดยปราศจากช่องทางการสื่อสาร..."

      ตามการรายงานของญอมนิวส์ เว็บไซต์อเมริกัน "HuffingtonPost" ได้ชี้ถึงการโจมตีซีเรียโดยสหรัฐฯ พร้อมกับระบุว่า ในกรณีหากมีการโจมตีซ้ำ สงครามโลกครั้งที่ 3 ก็จะมาถึง

     ในรายงานนี้กล่าวว่า : "สามารถกล่าวได้โดยไม่เกินความจริงว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจเปิดฉากการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียอีกครั้ง สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งต่างฝ่ายมีหัวรบนิวเคลียร์ครอบครองอยู่นับพันหัวรบ รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ 7,300 หัวรบ และสหรัฐฯ มีจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ 6,970 หัวรบ

     ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพอากาศของซีเรีย รัสเซียได้ตัดช่องทางการสื่อสารกับสหรัฐฯ ในซีเรียลง ตามรายงานกล่าวว่าในวันศุกร์กระทรวงกลาโหมของรัสเซียได้แจ้งข่าวไปยังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการตัดการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะโดยบังเอิญในซีเรีย

     นั่นหมายความว่า สหรัฐฯ และรัสเซีย สองคู่แข่งเก่าแก่ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมีหัวรบนิวเคลียร์นับพันหัวรบ ในขณะนี้กำลังอยู่ในการทำสงครามพร็อกซี่ในซีเรีย โดยปราศจากช่องทางการสื่อสารระหว่างกัน

     ประธานาธิบดีปูตินได้สัญญาว่า จะทำลายทุกๆ ภัยคุกคามที่มีต่อกองทัพรัสเซียในซีเรียทันที ประเทศซีเรียในขณะนี้ถูกผูกติดอยู่กับผลประโยชน์แห่งชาติของรัสเซียโดยตรง และประเทศนี้อยู่เคียงข้างกับอิหร่าน เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของรัสเซียในตะวันออกกลาง

     สหรัฐฯ ไม่มีความสัมพันธ์เช่นนี้กับซีเรีย และนั่นหมายความว่า รัสเซียจะไม่อนุญาตให้ทรัมป์บีบบังคับให้บัชชาร อัลอะซัดลงจากอำนาจได้อย่างเด็ดขาด

     จำเป็นต้องกล่าวว่า กลุ่มอนุรักษ์นิยมอเมริกันที่แทรกแซงในอิรักได้ประสบกับความพ่ายแพ้แล้ว พวกเขาพ่ายแพ้ในอัฟกานิสถาน พวกเขาพ่ายแพ้ในลิเบีย และดูเหมือนว่าขณะนี้ พวกเขาคาดคิดว่าซีเรียจะมีความแตกต่างออกไป ทั้งๆ ที่หัวรบนิวเคลียร์ของรัสเซียนั้นเป็นเหมือนกับดาบของดาโมคลิส (Sword of Damocles) * ที่อยู่บนศีรษะของพวกเขา!

     ความจริงก็คือว่า ในปี 2012 นางฮิลลารี คลินตัน ไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยให้บรรลุข้อตกลงการหยุดยิงในซีเรีย แต่ยังเป็นอุปสรรคกีดขวางข้อตกลงอีกด้วย ความรุนแรงต่างๆ ทางด้านนโยบายของนางคลินตัน ซึ่งโดยรวมแล้วสหรัฐนั่นเองที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงในการหยุดยิงในปีนั้น และจำเป็นต้องกล่าวว่า นางคลินตันต้องรับผิดชอบที่หนักหน่วงต่อเลือดที่ถูกหลั่งในซีเรียในช่วงเวลานี้

     ประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับนางคลินตัน โอบามาและทรัมป์ ไม่ใช่ประชาชนของซีเรียอย่างแน่นอน สิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขานั่นก็คือ การโค่นบัชชาร อัลอะซัด ลงจากอำนาจ แม้ว่าประชาชนนับแสนคนจะต้องตายลงและจำนวนนับล้านคนจะต้องถูกบังคับให้ละทิ้งจากบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาก็ตาม

     หากทรัมป์ จะยังมีการดำเนินการโจมตีซีเรียต่อไป หรือด้วยกับความพยายามที่จะเปลี่ยนรัฐบาลของประเทศนี้ อาจจะทำให้สงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มต้นขึ้นได้ ทุกๆ ความพยายามที่เพิ่มขึ้นในเรื่องนี้ อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่างๆ ที่ไม่พึงปรารถนาต่อโลกได้"

* ดาบของดาโมคลิส (Sword of Damocles) ดาโมคลิสเป็นข้าราชบริพารของ Dionysius I ผู้ปกครองไซราคิวส์ในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตศักราช ดาโมคลิสชอบยกยอปอปั้นสรรเสริญการครองบัลลังก์ ไดโอนีเชียสจึงสั่งสอนบทเรียนด้วยการจับดาโมคลิสนั่งในงานเลี้ยง โดยมีดาบแขวนอยู่เหนือศีรษะด้วยเส้นผมเส้นเดียว เพื่อแสดงให้เห็นความหมิ่นเหม่ล่อแหลมของสถานภาพความเป็นกษัตริย์ สำนวน "ดาบของดาโมคลิส" ถูดนำมาใช้เปรียบเปรยในประเด็นการเมืองและสังคม หมายถึง ภัยคุกคามที่มีอยู่ตลอดเวลา 

ที่มา : jamnews

แปล : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม