^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 78 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7507427
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5605
6450
18617
72509
7507427

11-12-2018 เวลา 17 : 49

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์สถานการณ์ โลก

แม่ของระเบิดทั้งมวล คืออาวุธเพื่อสงครามจิตวิทยา เป้าหมายไม่ใช่กลุ่มไอซิส! เรดาร์เมื่อ 50 ปีที่แล้วยังสามารถตรวจพบและทำลายได้

 ช่องโหว่ของการใช้ระเบิดขนาดใหญ่นี้ก็คือว่า ต้องขนย้ายโดยเครื่องบิน C-130 สามารถไล่ล่าและตรวจสอบมันได้อย่างง่ายดายมากสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ แม้จะย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมาก็ตาม

      ตามรายงานของมัชริกนิวส์ (Mashreghnews) นับตั้งแต่การขึ้นสู่อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ บรรยากาศใหม่ของการโฆษณาชวนเชื่อและสื่อได้ถูกสร้างและยกระดับขึ้นเพื่อกดดันประเทศต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทัพของประเทศนี้รับหน้าที่แสดงบทบาทพิเศษของมัน กระแสใหม่นี้ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการยิงขีปนาวุธร่อน (Cruise missile) จำนวน 59 ลูก ไปยังฐานทัพอากาศในซีเรีย และต่อเนื่องด้วยการทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ (แม่ระเบิด) ลงในอัฟกานิสถาน เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา

      ทั้งสองเหตุการณ์นี้กลายเป็นพาดหัวข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ของโลกอย่างรวดเร็ว และติดตามมาด้วยปฏิกิริยาต่างๆ มากมาย นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า สาส์นของการใช้แม่ระเบิดครั้งนี้คือการเตือนไปยังอิหร่านและเกาหลีเหนือ แม้กระทั่งบางคนก็คิดว่ามันเป็นอาวุธที่เหมาะสมสำหรับจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน

แม่ของระเบิดทั้งมวล คืออาวุธเพื่อสงครามจิตวิทยา ไม่ใช่สงครามจริง!

       แล้วระเบิดที่เต็มไปด้วยเสียงอึกกระทึกครึกโครมของสหรัฐนี้มันคืออะไร? และมาจากไหน? เพื่อตอบคำถามนี้ อันดับแรกเราต้องย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์ในสงครามเวียดนามสักเล็กน้อย ในช่วงเวลาดังกล่าวสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิด BLU-82 ซึ่งมีน้ำหนัก 6,800 กิโลกรัม ลงในป่าต่างๆ ของเวียดนาม โดยใช้เครื่องบิน C-130 ระเบิดนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม "เดซี่คัตเตอร์" (Daisy Cutter) ซึ่งบรรจุวัตถุระเบิดน้ำหนัก 5,700 กิโลกรัม และภารกิจหลักของมันคือการทำลายพื้นที่ป่าธรรมชาติในประเทศเวียดนามอย่างรวดเร็วเพื่อจัดเตรียมสถานที่ให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด

      ก่อนการเริ่มต้นสงครามอิรักในปี 2003 รัฐบาลสหรัฐมีความคิดที่จะพัฒนาระเบิดใหม่บนพื้นฐานของระเบิดข้างต้นนี้ เป็นอาวุธที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อสร้างความหวาดกลัวต่อกองกำลังของอิรัก ความคิดดังกล่าวนี้ในที่สุดได้นำไปสู่การสร้าง "GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast" ที่มีชื่อย่อว่า "MOAB" ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า "แม่ของระเบิดทั้งมวล" เป็นฉายาที่สื่อทั้งหลายได้ตั้งให้แก่ระเบิดนี้ และวลีเดิมของคำว่า "MOAB" ที่ถูกย่อลงมาให้สั้นนั้น หมายถึง "ระเบิดแรงอัดอากาศขนาดยักษ์" และด้วยกับการตั้งชื่อ (แม่ของระเบิดทั้งมวล) ที่เป็นการพูดเกินจริงของสื่อมวลชนอเมริกันนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อันดับแรกวัตถุประสงค์หลักของการทิ้งระเบิดนี้คือการใช้ประโยชน์ทางด้านสื่อ (สงครามจิตวิทยา) ระเบิดนี้มีน้ำหนักประมาณ 9,800 กิโลกรัม ซึ่ง 8,500 กิโลกรัม ของน้ำหนักของมันคือวัตถุระเบิดที่ใช้ในมัน

      ระเบิดชนิดนี้ หลังจากที่มันได้ระเบิดจะก่อให้เกิดรูปทรงคล้ายเมฆที่เป็นดอกเห็ดเหมือนกับระเบิดปรมาณู และจากที่ที่ห่างไกลจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าระเบิดปรมาณูได้ถูกทิ้งลงในบริเวณใกล้ๆ พวกเขา ก่อนการเริ่มต้นสงครามในอิรัก ระเบิดที่มีเสียงอึกกระทึกครึกโครมนี้ถูกทดสอบโดยกองทัพสหรัฐ แต่ไม่เคยถูกนำมาใช้จริงในสงครามดังกล่าวเลย

      สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า ด้วยเหตุผลซึ่งไม่เป็นไปตามประเด็นต่างๆ ทางด้านยุทธวิธี ระเบิดนี้จะต้องถูกทิ้งจากเครื่องบิน C-130 โดยอาศัยร่มต่างๆ และหลังจากช่วงเวลาหนึ่งร่มจะแยกตัวออกจากมัน และใบพัดที่ถูกติดตั้งบนมันบวกกับระบบการชี้นำของดาวเทียมจะชี้นำมันไปสู่เป้าหมาย โครงสร้างของการทำงานและการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการของ MOAB แสดงให้เห็นว่า ระเบิดนี้โดยหลักแล้วถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ที่มีการป้องกันน้อย ในพื้นที่ของกองกำลังทหารราบ และโดยทั่วไปไม่มีความสามารถที่จะเจาะลึกลงไปยังสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่อยู่ใต้พื้นผิวดินได้

      ด้วยกับคุณลักษณะต่างๆ ที่กล่าวไปนั้น ปัญหาแรกของระเบิดนี้คือ จะต้องขนย้ายโดยเครื่องบิน C-130 ซึ่งสามารถตรวจสอบและถูกสอยได้อย่างง่ายดายมากสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแม้จะย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แล้วบางคนคิดได้อย่างไรว่าเครื่องบิน C-130 นั้นจะสามารถเจาะเข้าไปในระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานนิวเคลียร์และทิ้งระเบิดนี้ลงไป นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจ?

      ปัญหาถัดไปก็คือ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า ระเบิดนี้เป็นเพียงอาวุธที่ใช้จัดการกับทหารราบเพียงเท่านั้น และจะหวังผลทางด้านจิตวิทยาเสียมากกว่า และไม่มีศักยภาพที่จะสามารถเจาะลงไปยังโรงงานต่างๆ ที่อยู่ใต้ดิน หมายความว่า ระเบิดนี้จะใช้สำหรับสถานที่ต่างๆ ซึ่งประการแรก ไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศอยู่ และในขณะเดียวกัน เป้าหมายก็จะตั้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม

ทำไมอเมริกาจึงทิ้งระเบิดนี้?

      เมื่อพิจารณาถึงคำอธิบายข้างต้นนี้ บางทีอาจจะเกิดคำถามขึ้นสำหรับหลายคนว่า แล้วทำไมสหรัฐจึงทำการทิ้งระเบิดนี้ลงในอัฟกานิสถาน คำตอบของคำถามนี้ก็คือว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เป็นประเด็นทางการทหาร แต่เป็นประเด็นทางการเมืองและการโฆษณาชวนเชื่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่เข้ามาทำหน้าที่ในทำเนียบขาว ได้เผชิญกับปัญหาและการต่อต้านอย่างมากมายทั้งในเวทีต่างประเทศและในประเทศ ประเด็นต่างๆ อย่างเช่น การมีความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย ขาดความนิยมภายในประเทศ และการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากบรรดาประเทศพันธมิตรของสหรัฐ จนทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องหันมาดำเนินการในการสร้างภาพ

      การเริ่มต้นการดำเนินการเหล่านี้ด้วยการใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีไปยังฐานทัพอากาศของกองทัพซีเรีย คนที่ทำการโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อน (Cruise missile) จำนวนถึง 59 ลูกไปยังฐานทัพอากาศที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากนัก (และประมาณครึ่งหนึ่งของขีปนาวุธนั้นไม่ได้ตกลงยังเป้าหมาย) และมาตอนนี้ก็ได้ทำการโจมตีถ้ำแห่งหนึ่งในอัฟกานิสถานด้วยระเบิดที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ ที่มีอยู่ในคลังสรรพาวุธของสหรัฐ เพื่อทำลายสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายไอซิสจำนวนเพียงไม่กี่คน ในขณะที่การปฏิบัติการนี้ในอัฟกานิสถานสามารถที่จะใช้เครื่องบินรบเพียงลำเดียวที่ติดระเบิดนำวิถีด้วยเรดาร์หรือดาวเทียมเพียงไม่กี่ลูก หรือระเบิดเทอร์โมบาริก (Thermobaric Bomb) ก็สามารถทำการโจมตีได้อย่างง่ายดายและให้ผลต่างๆ ที่ดีกว่ามาก

      โดยทั่วไปแล้วประชาชนส่วนมากไม่มีความรู้ว่าระเบิดนี้คืออะไร และถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด แต่ทว่าสื่อต่างๆ ได้รายงานออกมาอย่างรวดเร็วว่า สหรัฐใช้ระเบิดที่ใหญ่ที่สุดในการจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส ในขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญรู้เป็นอย่างดีว่าอาวุธดังกล่าวนี้ในความเป็นจริงแล้วไม่มีความหมายใดๆ ในการใช้ต่อสู้กับศัตรูที่แท้จริง แต่โชคร้ายที่การระเบิดของการโฆษณาชวนเชื่อและการปูพรมทิ้งระเบิดทางด้านจิตวิทยาของมันได้ส่งผลกระทบอย่างมากมายหลายเท่าในหน้าสื่อและความคิดเห็นของสาธารณชน และทำให้สื่อต่างๆ ของโลก รวมทั้งในประเทศไทยร่วมโรงไปกับกระแสการระเบิดนี้

ที่มา : Mashreghnews

แปล/เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles