^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 76 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7507329
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5507
6450
18519
72411
7507329

11-12-2018 เวลา 17 : 32

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์สถานการณ์ โลก

พวกฟรีเมสันกำลังมุ่งแสวงหาสิ่งใดในป่าโบฮีเมียน?+ภาพถ่าย

พวกฟรีเมสันกำลังมุ่งแสวงหาสิ่งใดในป่า "โบฮีเมียน" ?

      องค์กรฟรีเมสันสากลมีการจัดสังสรรค์ต่างๆ เป็นพิเศษของพวกเขา ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมทางด้านการเมืองและด้านเศรษฐกิจ ในทุกๆ ปีในบริเวณป่าโบฮีเมียน (Bohemian) ของรัฐแคลิฟอร์เนีย บุคคลชั้นนำที่สุดทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของอเมริกาจะมาพักผ่อนและสังสรรค์กันเป็นเวลาสามสัปดาห์พร้อมกับการจัดพิธีกรรมบูชาซาตานและการบูชายันต์มนุษย์ และพร้อมกันนั้นจะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม

      เป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 160 ปี ที่สโมสรต่างๆ ที่เป็นส่วนตัวของบรรดาขุนนางจะมีดำเนินกิจกรรมในบรรยากาศสบายๆ สำหรับชนชั้นที่มีอิทธิพลในนโยบายต่างๆ ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของอเมริกาและของโลกที่อยู่ในประเทศนี้ สโมสรเหล่านี้มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะมีบทบาทในการรักษาอำนาจไว้ให้อยู่ในกลุ่มคนในจำนวนจำกัดของชนชั้นสูง แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปขอบเขตอันจำกัดทางด้านเชื้อชาติ เผ่าชนและเพศของสมาชิกในสโมสรเหล่านี้ก็ถูกทำให้จืดจางลงไป

      ท่ามกลางสโมสรเหล่านี้ สโมสรโบฮีเมียนซึ่งสมาชิกทั้งหมดเป็นผู้ชาย จะพยายามรักษาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของตนเองเอาไว้ และเป็นหนึ่งจากบรรดาสโมสรลับของชนชั้นสูงของอเมริกาที่มีสมาชิกเพียงสองถึงสามพันคนเท่านั้น และนับจากปี 1899 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีพวกเขาจะไปรวมตัวกันในป่าแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า “โบฮีเมียน” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลาประมาณสามสัปดาห์

สโมสรโบฮีเมียนมีการดำเนินกิจกรรมมายาวนานมากกว่า 120 ปีโมสรโบฮีเมียนมีการดำเนินกิจกรรมมายาวนานมากกว่า 120 ปี 

การชุมนุมในป่าโบฮีเมียน

      การชุมนุมของกลุ่มนี้แม้ในช่วงวันที่เต็มไปด้วยวิกฤติของสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ยังไม่มีการงดเว้น บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วยบรรดานักการเมืองและบุคคลชั้นแนวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและการทหารของอเมริกา โดยที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจทั้งมวลจะมีตัวแทนของตนอยู่ในกลุ่มนี้ สมาชิกของกลุ่มนี้จะมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างใกล้ชิด และจะมีการประสานงานกันอย่างสมบูรณ์ในการกำหนดนโยบายและกระบวนการทำงานของเขา ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ คนธรรมดาที่ไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในด้านใดด้านหนึ่งกับชนชั้นผู้มีอำนาจและมีความมั่งคั่ง จะไม่สามารถเป็นสมาชิกของสโมสรนี้ได้ และไม่สามารถเป็นกแขกเข้าร่วมในพิธีกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูร้อนของสโมสรนี้ได้ แม้แต่ขุนนางและผู้มีตำแหน่งสูงก็ไม่สามารถเข้าสู่สโมสรนี้ได้ง่ายๆ

บรรยากาศการเป็นแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำในโบฮีเมียน

บรรยากาศการเป็นแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำในโบฮีเมียน

      ป่าโบฮีเมียนคือสถานที่ซึ่งการเลี้ยงสังสรรค์จะถูกจัดขึ้นในพื้นที่นี้เป็นเวลาสามสัปดาห์ โดยมีพิธีการพิเศษต่างๆ อย่างเช่น การอ่านบทกวี ละครและการแสดงดนตรี เกมส์กีฬาต่างๆ และการประชุมพิเศษที่ควบคู่ไปกับการดื่มสุราและสังสรรค์เฮฮา ในช่วงสามสัปดาห์นี้ สัปดาห์ที่สองจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ต่างพยายามมาปรากฏตัวในโบฮีเมียนให้ได้ในช่วงสัปดาห์นี้ ควบคู่ไปกับการสังสรรค์เฮฮานั้นจะมีการปรึกษาหารือ การบรรยายทางด้านการเมืองและสังคม ตลอดจนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาซึ่งจะถูกนำเสนอโดยสมาชิกคนหนึ่งของสโมสร
    สโมสรมีพนักงานบริการมากกว่า 500 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลจัดการภารกิจต่างๆ ในระหว่างการพบปะชุมนุม บรรดาแขกทั้งหมดที่เข้ามาจะถูกคัดเลือกจากชนชั้นสูงและนักการเมืองโดยมีขั้นตอนและพิธีรีตองเป็นพิเศษ ผู้ที่ทำหน้าที่เชื้อเชิญจะต้องอยู่ต้อนรับด้วยตัวเอง และหากไม่เป็นเช่นนี้แขกจะไม่สามารถเข้าไปในสโมสรได้

      การเป็นสมาชิกในกลุ่มจะเกิดขึ้นได้ด้วยการเชื้อเชิญจากสมาชิกถาวรเท่านั้น ใบสมัครของบุคคลที่ได้รับเชิญจะมอบให้แก่คณะกรรมการกลาง และหลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ในกรณีที่พิสูจน์ถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม บุคคลนั้นจึงจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มได้ กระบวนการดังกล่าวนี้อาจใช้เวลาถึงสิบห้าปีหรือมากกว่า

แคมป์ต่างๆ ของสโมสรโบฮีเมียน
    สโมสรนี้ประกอบไปด้วยแคมป์ที่แยกเป็นอิสระจากกันจำนวน 95 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีสถานที่ตั้งของตัวเองอยู่ในป่า และจะมีอาคารที่พักที่แยกเป็นอิสระจากกันถูกจัดไว้สำหรับสมาชิกของแต่ละแคมป์เหล่านี้ แต่ละแคมป์จะมีชื่อเฉพาะและมีกลุ่มสมาชิกเฉพาะของตนอยู่ ตัวอย่างเช่น สมาชิก “เฮนรี่ คิสซิงเจอร์” (Henry Kissinger) และทำนองเดียวกันนี้บรรดาอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางและอดีตผู้นำคนอื่นๆ ของแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ (The New World Order) จะอยู่ในแคมป์ที่พิเศษที่สุดที่มีชื่อว่า "ฮิลล์บิลลี่ส์" (Hillbillies) แคมป์ฮิลล์บิลลี่ส์นี้เป็นกลุ่มที่บุชผู้เป็นพ่อและบุชผู้เป็นลูกและบรรดาสมาชิกชั้นนำในทีมงานของนักการเมืองของอเมริกาในกลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่ (neoconservative) เป็นสมาชิกในกลุ่มนี้

บรรดาอดีตประธานาธิบดีของอเมริกาในแคมป์รังนกฮูก (Owls Nest Camp)

    โดยทั่วไปแล้วสมาชิกของแคมป์นี้จะมีธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารและสื่อต่างๆ อยู่ในอำนาจของตนเอง “แคมป์มนุษย์ชาวถ้ำ” (Cave Man Camp) เป็นแคมป์ที่สำคัญอีกแคมป์หนึ่งซึ่งสมาชิกของแคมป์นี้ประกอบด้วยผู้ที่ทำหน้าที่เคลื่อนไหวอยู่ในกลุ่ม Think tank (นักวางแผน) บรรดาบริษัทน้ำมันและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและบรรดามหาวิทยาลัย ใน "แคมป์สโตวาเวย์" (Stowaway Camp) จะเป็นที่พักของสมาชิกครอบครัวร็อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller) และบรรดาผู้จัดการบริษัทน้ำมัน ธนาคาร และผู้จัดการกลุ่ม Think tank (นักวางแผน) ทั้งหลาย ใน “แคมป์รังนกฮูก” (Owls Nest Camp) ก็เช่นกัน อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา ผู้บัญชาการทหารระดับสูงและสมาชิกของกระทรวงกลาโหม จะพักอยู่ที่นั่น

     เป็นที่ชัดว่าว่าการรวมตัวของบรรดาแม่ทัพและผู้มีอิทธิพลของโลกกลุ่มนี้ ในสถานที่เดียวกันเป็นเวลาติดต่อกันถึงสามสัปดาห์นั้นคงไม่ว่างเปล่าจากผลสรุปต่างๆ ที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับมนุษยชาติไปได้เลย ตัวอย่างเช่น มีรายงานมากมายอยู่ในมือที่แสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจในการดำเนินการโครงการแมนฮัตตันโดยกระทรวงกลาโหมของอเมริกาซึ่งผลของมันคือทิ้งระเบิดปรมาณูที่ผลิตโดยฝีมือมนุษย์เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการตัดสินใจจากการชุมนุมสังสรรค์ครั้งหนึ่งของบรรดาสมาชิกของสโมสรนี้

บรรดาสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นในโบฮีเมียนนั้นเป็นเชิงสัญลักษณ์และการตกแต่ง

      เนื่องจากมีศิลปินที่มีชื่อเสียงบางคนได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกในสโมสรนี้ จึงได้ตกแต่งสถานที่ต่างๆ ที่เป็นสาธารณะของสโมสรนี้ อย่างเช่น ห้องสมุด ห้องเต้นรำ ห้องพักของแขก บาร์และอื่นๆ โดยแผ่นบอร์ดและอุปกรณ์ทางด้านศิลปะอันมีค่าต่างๆ กระทั่งมัมมี่อายุ 2,500 ปีของประเทศอียิปต์ สโมสรนี้ยังได้รับมาไว้ในครอบครองตั้งแต่ปี 1914 ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นถึงความผูกพันเป็นพิเศษของสมาชิกในสโมสรนี้ที่มีต่อวัฒนธรรมของอียิปต์โบราณ

      มัมมี่นี้ถูกมอบเป็นของขวัญโดยสมาชิกคนหนึ่งของสโมสร และแน่นอนยิ่งว่าผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของ “อิลลูมินาตี” (Illuminati) มาโซนิค (Masonic) ลัทธิบูชาซาตาน (Satanism) และอื่นๆ จะทราบดีถึงเหตุผลต่างๆ ที่สโมสรโบฮีเมียนมีความผูกพันกับวัฒนธรรมของอียิปต์โบราณ

     มัมมี่นี้ มีชื่อว่า "Lady Isis" ตั้งอยู่ในโลงแก้วตรงทางเข้าโรงละครโบฮิเมียน บรรดาสมาชิกจะมายืนเบื้องหน้ามันและแสดงความเคารพอยู่เสมอ สิ่งที่สมควรกล่าวถึงก็คือ พวกฟรีเมสัน (Freemasons) นั้นถือว่า "Lady Isis" คือเทพี ผู้เป็นมารดาแห่งจิตวิญญาณของพวกเขา ในพิธีกรรมของพวกฟรีเมสันรีซึ่งเต็มไปด้วยการแสดงออกซึ่งสัญลักษณ์ต่างๆ นั้น บรรดาเทพีของอียิปต์โบราณจะมีสถานะที่พิเศษยิ่งสำหรับพวกเขา มีรายงานที่ได้รับการตีพิมพ์ระบุว่าอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) นั้นเป็นสัญลักษณ์ของ "Lady Isis" (เลดี้ไอซีซ)

     เป็นที่ชัดเจนยิ่งว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา พวกฟรีเมสันรี ลัทธิไซออนิสต์สากล และศาสนาต่างๆ ที่ต่อต้านพระเจ้า อย่างเช่น ลัทธิบูชาซาตานและลัทธิคับบาลาห์ (Kabbalah) จะควบคุมชีพจรการเมือง เศรษฐกิจและสื่อมวลชนไว้ในมือ พิธีกรรมในช่วงฤดูร้อนของสโมสรโบฮิเมียนก็เช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงสมาชิกโดยรวมของสโมสรแล้วก็ไม่อาจที่ปฏิเสธความเชื่อเหล่านี้ได้ที่ว่า ไม่ใช่แค่การชุมนุมเพื่อการสังสรรค์และการพักผ่อนหย่อนใจเพียงเท่านั้น

นกฮูก สัญลักษณ์ของป่าโบฮีเมียน

      สัญลักษณ์ของสโมสรนี้คือ “นกฮูก” ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่ปีแรกของการก่อตั้งสโมสรแห่งนี้ ตามการเห็นชอบของสมาชิกในสโมสร นกฮูกเป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาในการดำเนินชีวิตและความร่วมมือของพวกเขา ซึ่งจะก่อให้เกิดการรำลึกถึงความเป็นไปได้ในการดำรงอยู่และต่อสู้กับความสิ้นหวังของมวลมนุษย์ในโลกนี้ เมื่อพิจารณาถึงปริมาณของความมั่งคั่งและอำนาจที่มีอยู่ในมือของพวกสวาปามโลกเหล่านี้ การใช้นกฮูกเป็นสัญลักษณ์สำหรับการต่อสู้กับความสิ้นหวังนั้นไม่ได้แสดงถึงตรรกะแต่อย่างใด สภาพความสิ้นหวังสำหรับมนุษย์กลุ่มนี้ผู้ที่สามารถรีบเร่งกระทำทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการได้อย่างใจหวังนั้นเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความนึกคิด ดังนั้นนกฮูกจึงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อันสูงส่งของความเป็นมนุษย์อย่างเช่นเรื่องการต่อสู้กับความสิ้นหวังสำหรับคนกลุ่มนี้

      สัญลักษณ์นี้ถูกนำมาใช้ในทุกพื้นที่และในอุปกรณ์ทุกชิ้นของสโมสร และนอกจากนี้ยังมีรูปปั้นหินที่มีความสูง 12 เมตรตัวหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นด้วยรูปของนกฮูกตั้งอยู่ในบริเวณชายทะเลสาบของป่าโบฮีเมียน รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1929 ซึ่งพิธีกรรมต่างๆ ทางลัทธิโบฮิเมียนจะกระทำเคียงข้างรูปปั้นนี้ บริเวณฐานของรูปปั้นนี้จะมีแท่นบูชาสีดำปรากฏอยู่ซึ่งเป็นสถานที่พิเศษสำหรับพิธีกรรมต่างๆ ชาวโบฮิเมียนจะเรียกรูปปั้นนี้ว่า “มหาเทพ” (moloch) และในพิธีกรรมที่มีชื่อว่า "Drude" นี้ พวกเขาจะสวมใส่เสื้อคลุมสีแดงในการทำพิธีแห่และภาวนา ซึ่งจะกระทำบริเวณเบื้องหน้าเทวรูปนี้

     สัญลักษณ์ “นกฮูก” เป็นสัญลักษณ์ที่มีการใช้งานมากที่สุดของพวกอิลลูมินาติและมาโซนิค ซึ่งในเมืองต่างๆ ทั่วอเมริกาจะถูกนำมาใช้ในงานออกแบบอาคารต่างๆ และโครงสร้างของเมืองในรูปแบบที่ละเอียดอ่อน

     ในตะวันออกกลาง จีนและตะวันออกไกล นกฮูกเป็นสัญลักษณ์ของลางร้ายและวิญญาณของซาตาน และในมุมมองศาสนาคริสต์แบบดั้งเดิมก็เช่นกัน นกฮูกถูกนับว่าเป็นสัญลักษณ์ของกองกำลังแห่งความชั่วร้าย เหตุการณ์ที่น่ากลัวและความหายนะ ในอีกด้านหนึ่ง นกฮูกเป็นสัญลักษณ์ของชาวยิว Marranos ชาวยิวกลุ่มนี้จะปกปิดศาสนาและพิธีกรรมของตนเองไว้เป็นความลับเพื่อการก้าวไปสู่เป้าหมายต่างๆ ของตน ทั้งนี้หมายความว่า “นกฮูก” นั้น ในเวลากลางคืนที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นสิ่งใด แต่มันจะตื่นขึ้นและสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ ชาวยิว Marranos จึงใช้มันเป็นสัญลักษณ์ของตัวเอง

เทวรูป “moloch”

     ดังนั้นเทวรูป “moloch” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งความชั่วยุคโบราณ ปัจจุบันนี้ก็ยังคงเอาเครื่องเซ่นสังเวยจากประชาชนผู้บริสุทธิ์และเด็กๆ อยู่ เทวรูป “moloch” คือเทพธิดาแห่งการพลี (สังเวยชีวิต) ในยุคโบราณ ซึ่งมีการกล่าวถึงในพระคัมภีร์เช่นเดียวกัน ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์นั้นบรรดาชนเผ่าที่เคารพบูชาเทวรูป “moloch” จะมีเป็นพิธีกรรมต่างๆ ที่น่าสยดสยอง อย่างเช่นการดื่มเลือดของมนุษย์ที่ถูกพลีใต้เบื้องเท้าของเทวรูปนี้

      ผู้ที่ถูกเชือดพลีเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเด็ก ในแต่ละปีจะมีเด็กๆ ในอเมริกาสูญหายเป็นจำนวนหลายพันคน และตำรวจไม่สามารถหาร่องรอยของพวกเขาได้เลย บางครั้งศพของเด็กเหล่านี้จะถูกพบในสถานที่ต่างๆ ที่ผิดวิสัยปกติ บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาชญากรรมต่างยืนยันถึงการไม่มีเลือดในศพของพวกเขา

เทวรูป “moloch” ในรูปของนกฮูกเคียงข้างทะเลสาบโบฮิเมียน

เกิดอะไรขึ้นในป่าโบฮีเมียน?

      ในทศวรรษที่ 40 มีรายงานต่างๆ ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารบางฉบับของอเมริกาซึ่งชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากการดื่มสุรา การใช้ยาเสพติดและพฤติกรรมรักร่วมเพศแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่น การลักพาตัว การข่มขืน การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และการเซ่นสังเวยเลือดที่กระทำกันในสโมสรโบฮีเมียน หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ได้มีการเริ่มต้นการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่แล้วการตรวจสอบสวนเหล่านี้ก็ต้องยุติลงในปี 1947 และคดีก็ถูกปล่อยไว้ในสภาพเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตามสโมสรนี้และความลี้ลับต่างๆ ของมันก็ยังคงเป็นคำถามสำหรับผู้ที่รู้เรื่องนี้และผู้ที่อยากรู้อยากเห็นตลอดมา

     ในปี 2000 นักสร้างภาพยนตร์ซึ่งมีนามว่า อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) สามารถฝ่าอุปสรรคกีดขวางทางด้านการรักษาความปลอดภัยของป่าโบฮีเมียนและเข้าไปในบริเวณค่ายพักแห่งนี้ได้อย่างปาฏิหาริย์ และได้ถ่ายภาพจากพิธีกรรมต่างๆ อันแปลกประหลาดของบรรดาสมาชิกในสโมสรนี้ ในพิธีกรรมเหล่านั้น มีพิธีกรรมบูชายัญมนุษย์ถูกกระทำขึ้นเบื้องหน้ารูปปั้นนกฮูก เขาใช้เวลา 5 ชั่วโมงอยู่ในค่าย และเขากล่าวว่า “แม้เขาจะได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยกับตาของตัวเอง แต่เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นเลย”

     อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) กล่าวในคำบรรยายส่วนหนึ่งของเขาเช่นนี้ว่า จากนั้นปุโรหิตได้พูดเกี่ยวกับ ‘บาบิโลนและใบหน้าต่างๆ ที่สวยงาม’ เรารู้ว่ามีเพียงนกฮูกที่มีขนาดใหญ่และ ‘ใบหน้าต่างๆ ที่สวยงาม’ ในคัมภีร์อินญีล (ไบเบิล) และในเอกสารทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ได้บันทึกไว้ว่าในดินแดนของบาบิโลนและคานาอันนั้น พวกเขาจะเผาเด็กๆ เบื้องหน้าเทพธิดานกฮูก “moloch” ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ความสนใจของเราถูกดึงดูดไปยังด้านหลังของค่ายพักที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของชายหาด ซึ่งทำให้เราถูกเบี่ยงเบนไปจากนกฮูก ทันใดนั้นเราก็นึกขึ้นได้เราจึงมุ่งความสนใจไปที่นกฮูกและปุโรหิตที่อยู่บนเกาะ”

      บนชายฝั่งตะวันตกมีเรือเก่าๆ ลำหนึ่งที่ใช้ในแม่น้ำ และมีบุคลผู้หนึ่งที่มีบุคลิกเหมือนดัง “อิซรออีล” ซึ่งกำลังขับเคลื่อนราชรถ เขาข้ามแม่น้ำมาด้วยเรือลำนั้น โดยที่มีบุคคลหนึ่งถูกมัดมือมัดเท้าในสภาพของการกราบกรานอยู่ในเรือ เขาผู้นั้นถูกนำตัวมาบูชายันต์ต่อหน้าปุโรหิตใหญ่ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าเท้าของนกฮูกที่อยู่บนฐานบันไดที่สว่างไสวนั้น

"ความเศร้าโศกที่ถูกควบคุม" แล้วค่อยๆ ถูกเผาทั้งเป็นในกองไฟ

 พิธีกรรมบูชายันต์มนุษย์ ณ เบื้องหน้าเท้าของเทวรูป “moloch”

     ต่อจากนั้นเป็นฉากที่น่ากลัวอย่างมาก เมื่อสองปุโรหิตที่สวมใส่ชุดสีดำนำตัวผู้ถูกบูชายันต์ไปเบื้องหน้านกฮูก เสียงของผู้ถูกบูชายันต์ที่ร้องขอชีวิตของเขาได้ยินผ่านลำโพงออกมา แต่พวกเขาปฏิเสธคำร้องขอของเขา พวกเขานำเขาไปยังแท่นบูชายันต์ด้านใน ความต้องการของนกฮูกตัวใหญ่นี้เองที่ทำให้พวกเขาเผาผู้ถูกบูชายันต์ทั้งเป็น (ผู้ถูกบูชายันต์นี้ถูกเรียกว่า “ความเศร้าโศกที่ถูกควบคุม") เหมือนกับผู้ที่ถูกห่อไว้ในผ้าสีดำ ที่ด้านบนของแท่นบูชายันต์นั้นมีคบเพลิงหินตั้งอยู่ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า “คบเพลิงนิรันดร์” ปุโรหิตใหญ่จะหยิบคบเพลิงที่ดับอยู่ขึ้นมา และจุดไฟด้วยคบเพลิงนิรันดร์นั้น

     ผู้ถูกบูชายันต์ร้องขอชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ปุโรหิตใหญ่ก้าวลงไปด้านล่าง (แต่เนื่องจากความชราภาพทำให้ปุโรหิตแม้แต่จะก้าวเดินก็ยังยากลำบาก) และจุดไฟเผาไม้ฟืน เขากล่าวว่าเขาต้องการจะอ่านสัญญาณต่างๆ จากส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ สิ่งนี้เป็นประเพณีที่น่าสยดสยองและลึกลับมาก นี่ไม่ใช่ซาตานที่ถูกสร้างโดยฮอลลีวูด แต่นี่เป็นประเพณีสยดสยองของชาวบาบิโลนและที่เป็นความจริง

     เขาร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้นไม้กางเขนเล็กๆ ทั้งหมดที่ผมเห็นจากชายฝั่งก็ถูกโยนลงไปในกองไฟ ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้มองเห็นภาพผลงานของ “Hieronymus Bosch” จิตรกรแห่งยุคกลางที่มีชื่อว่า “ภูมิทัศน์แห่งนรก” ด้วยตาของตนเอง ไม้กางเขนที่เป็นโลหะถูกเผาไหม้จนหมด บรรดาปุโรหิตที่สวมเสื้อคลุมสีแดงและสีดำ และปุโรหิตใหญ่ที่สวมเสื้อคลุมสีเงินและหมวกสีแดงได้ดึงร่างที่ถูกเผาซึ่งกำลังส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา ในพิธีกรรมครั้งนี้บรรดาผู้นำ บรรดานายธนาคาร เจ้าของสื่อและการศึกษาของโลก ต่างมารวมตัวกันอยู่หน้านกฮูกยักษ์ที่มีเขาขนาดใหญ่นี้ และนี่คือสุดยอดของความบ้าคลั่ง"

การเปิดโปงอื่นๆ 

      ในปี 2004 นิวยอร์กโพสต์ได้รายงานว่า หนึ่งในนักแสดงหนังโป๊ชายชั้นนำได้รับการว่าจ้างจากสโมสรเพื่อมาให้บริการแก่บรรดาสมาชิกที่มีความประสงค์ ในตลอดช่วงเวลาของการอยู่ค่าย ในความเป็นจริงแล้วในค่ายนี้เคียงข้างกิจกรรมต่างๆ ของมันก็คือการสนุกสนานอย่างเป็นบ้าเป็นหลังในเรื่องของรักร่วมเพศที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้สำหรับบรรดาสมาชิก

      ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีของอเมริกา และก่อนการเป็นประธานาธิบดีนั้นเขาถูกเชิญไปยังสโมสรนี้เช่นกัน เขาได้กล่าวถึงพิธีกรรมต่างๆ ของสโมสรและเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในค่ายนี้ว่า "เป็นการกระทำที่ชั่วร้ายน่าขยะแขยงที่สุดที่พวกท่านไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการมัน"

      ในปี 2005 คริส โจนส์ (Chris Jones) หนึ่งจากบรรดาผู้รับใช้บริการในค่ายนี้ เขาได้เปิดเผยว่าหลายครั้งที่ผู้มีเกียรติระดับสูงที่อยู่ในวัยชราซึ่งเข้าร่วมในค่ายนี้ได้เสนอที่จะขอมีเพศสัมพันธ์กับเขา และผลจากการเปิดเผยความลับของสโมสรนี้ คริส โจนส์ (Chris Jones) จึงถูกพิพากษาจำคุกโดยศาลท้องถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนีย

รายชื่อของผู้ที่เข้าร่วมในสโมสรโบฮีเมียนในปี 2008

      ในปี 2008 รายชื่อของผู้ที่เข้าร่วมในสโมสรถูกค้นพบโดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข้อเท็จต่างๆ ของอเมริกา และถูกตีพิมพ์เผยแพร่เพื่อยืนยันถึงการปรากฏตัวของกลุ่มนักอนุรักษ์นิยม อดีตประธานาธิบดีอเมริกา ที่ปรากฏตัวในค่ายนี้เคียงข้างกับบรรดาตัวแทนบริษัท อุตสาห์กรรมขนาดใหญ่ บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐและนักการธนาคาร จอร์จ บุช (George Bush) ดาวิด ร็อกกี้เฟลเลอร์ (David Rockefeller) เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) โดนัลด์ รัมสเฟลด์ (Donald Rumsfeld) โคลิน เพาเวลล์ (Colin Powell) และอีกหลายคนจากหน่วยข่าวกรอง ซีไอเอ. อย่างเช่น เจมส์ วูลซีย์ (james woolsey) ซึ่งในปี 2008 ก็ได้เข้าร่วมในค่ายชุมนุมนี้ด้วย


แหล่งข้อมูล :

http://www.propagandamatrix.com/articles/july2004/220704gaypornstar.htm

http://www.prisonplanet.com/032604nixontape.html

http://www.alvadossadegh.com/fa/freemasonry.html

http://www.sonomacountyfreepress.com/bohos/bohofact.html

http://www.sonomacountyfreepress.com/bohos/camps2008.html


แปลและเรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles