^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 103 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7184122
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
1422
7094
43218
131599
7184122

20-10-2018 เวลา 01 : 53

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์สถานการณ์ โลก

ทำไมกลุ่มตักฟีรีย์ จึงต้องปรากฏตัวขึ้น

       ปัจจุบันนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่เรียกว่า“กระแสแนวคิดตักฟีรีย์” (1) ซึ่งจะพบเห็นได้อย่างชัดเจนในอิรัก ซีเรีย และในพื้นที่อื่นๆ ในทัศนะของผมเชื่อว่า ชาวไซออนิสต์และลัทธิจักรวรรดินิยมอยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ มีเหตุผลหลายประการสำหรับการปรากฏขึ้นของตักฟีรีย์กลุ่มต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  1. สาเหตุของการปรากฏตัวขึ้นของตักฟีรีย์กลุ่มต่างๆ ในช่วงสามปีมานี้เกิดจากความล้มเหลวที่หนักหน่วงในนโยบายต่างๆ ของอเมริกาและไซออนิสต์(อิสราเอล) ในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความล้มเหลวของพวกเขาในควาพยายามที่จะทำลายกลุ่มฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนและกลุ่มต้านทาน (มุกอวะมะฮ์) แห่งอิสลามในปาเลสไตน์ ผลก็คือ ภายหลังจากความล้มเหลวเหล่านี้ พวกเขาได้ไปถึงบทสรุปที่ว่า พวกเขาจะต้องใช้บรรดาสมุนรับจ้างและเครื่องมือต่างๆ ของตนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหรับบางรัฐบาลเพื่อปลุกระดมชาวมุสลิมบนพื้นฐานของปัจจัยต่างๆ ทางประวัติศาสตร์

      เริ่มต้นนั้น พวกเขาทำให้ชาวมุสลิมในอิรักหันมากล่าวให้ร้ายกันเองว่าเป็นผู้ปฏิเสธอิสลาม (ตักฟีร)และพวกเขาพยายามปลุกปั่นประชาชนชาวอิรักให้ต่อต้านกันเอง จนทำให้ในช่วงหลายปีมานี้ เลือดจำนวนมากต้องถูกหลั่งลงสู่พื้นดินอย่างไร้ความชอบธรรม และชาวมุสลิมจำนวนมากมายต้องเสียชีวิตลง แต่พวกเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จที่จะสร้างสงครามกลางเมืองให้เกิดขึ้นในอิรัก จากนั้นพวกเขาจึงมุ่งไปยังประเทศซีเรีย และปลุกปั่นความคิดของสาธารณชนชาวซีเรียโดยอาศัยปัจจัยและตัวกระตุ้นต่างๆ ทางด้านมัซฮับ(สำนักคิดทางศาสนา) และพยายามทำให้ชาวมุสลิมจากทุกจุดของโลกเข้าร่วมในกระแสคลื่นแห่งความขัดแย้งทางด้านมัซฮับ (ส..ำนักคิดทางศาสนา) และขณะนี้ชาวมุสลิมมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ได้เดินทางออกไปเพื่อทำสงครามกับมุสลิมด้วยกันเองในประเทศซีเรีย

  1. หากต้องการที่จะให้ชัดเจนในเรื่องนี้ เราจำเป็นจะต้องกล่าวว่า เนื่องจากในช่วงเวลา 20- 30 ปี มานี้ ซาอุดิอาระเบียได้สูญเสียอิทธิพลในอิรัก ซีเรีย และ เลบานอน จึงทำให้รู้สึกว่าสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ไปถึงซึ่งอำนาจที่สำคัญในระดับสากล และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ทำให้ซาอุดิอาระเบียพยายามที่จะชดเชยความสูญเสียของตนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังหมกมุ่นอยู่กับความพยายามสุดท้ายของตนในซีเรีย จำเป็นที่จะต้องกล่าวว่า ตัวเลือกในการสร้างความขัดแย้งระหว่างมัซฮับนั้นคือไพ่ใบสุดท้ายของไซออนิสต์และลัทธิจักรวรรดินิยม ที่พวกเขากำลังใช้บรรดาสมุนรับจ้างในภูมิภาคเพื่อทำลายการแผ่ขยายของอิสลามที่ได้เริ่มต้นขึ้นจากสาธารณรัฐอิสลาม โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะปลดปล่อยปาเลสไตน์
  1. ขณะนี้รัฐบาลอาหรับในคาบสมุทรอาหรับต่างรวมศูนย์ไปที่ประเทศซีเรีย เนื่องจากปัญหาของซีเรียเป็นปัญหาที่สำคัญ และเป็นเหมือนชีวิตและความตายสำหรับพวกเขา พวกเขาเชื่อว่าหากพวกเขาประสบความสำเร็จในซีเรีย ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเขาก็จะเป็นผู้ชนะ และหากในสมรภูมิซีเรียพวกเขาเป็นผู้พ่ายแพ้ นั่นย่อมหมายถึงความหายนะและการถูกโค่นล้มของพวกเขา ดังนั้นปัญหาซีเรียจึงเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของพวกเขา หากสงครามครั้งนี้พวกเขาชนะ ขั้นต่อไปพวกเขาก็จะมุ่งไปยังอิรัก หลังจากอิรัก พวกเขาก็จะมุ่งไปยังอิหร่าน โดยอาศัยการช่วยเหลือจากลัทธิไซออนิสต์และลัทธิจักรวรรดินิยม พวกเขาจะทำให้การปิดล้อมทางการทหารรอบประเทศอิหร่านเกิดความสมบูรณ์ พวกเขาจะใช้ทุกวิธีการและทุกหนทางเพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่เข็มขัดทางการทหารในการปิดล้อมรอบสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยไม่ใส่ใจว่าจะต้องใช้จ่ายเงินมากสักเพียงใด และไม่ย่นย่อในการปลุกปั่นกระแสกลุ่มตักฟีรีย์ ขณะนี้มุสลิมจำนวนมากกำลังถูกหลอกด้วยแนวคิดความขัดแย้งทางด้านมัซฮับ (สำนักคิดทางศาสนา) ตัวอย่างเช่น เราจะเห็นได้ว่าพวกเขามุ่งไปยังประเทศอิสลามบางประเทศในเอเซีย และดึงดูดประชาชนเหล่านั้นด้วยชื่อ ฮัมบะลียะฮ์ อิบนิตัยมียะฮ์ และวะฮ์ฮาบียะฮ์ และนำพาเข้าสู่กระแสตักฟีรีย์ เช่นเดียวกันพวกเขาจะทำให้มุสลิมจากประเทศต่างๆ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสนี้และเข้าสู่สงครามกับซีเรีย เบื้องหลังของการระดมกองทัพเหล่านี้คือสหรัฐอเมริกาและสมุนรับใช้ของมันในภูมิภาค
  1. หลังจากการตื่นตัวของอิสลาม ผลประโยชน์ต่างๆ ของอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ และต้องสูญเสียสถานะที่มีอยู่แต่เดิมไปอเมริกาแม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นความตกต่ำและความเสื่อมถอยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงใช้ประโยชน์จากหน่วยสืบราชการลับของตนอยู่ในภูมิภาคนี้ และอเมริกาก็รู้ดีว่าในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้านี้ คือช่วงปีต่างๆ ของการกำหนดชะตากรรม นั่นหมายความว่า บรรดาประเทศอิสลามในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะก้าวไปถึงสถานภาพหนึ่งอันเป็นเฉพาะ การเมืองต่างๆ ของอเมริกาและระบอบผู้ยึดครองของอิสราเอล จะตกอยู่ในวงล้อมของสถานภาพใหม่ของอิสลาม บรรดามุสลิมจะไม่ลืมเลือนการยึดครองอิรักและอัฟกานิสถานโดยอเมริกา การโจมตีจากเครื่องบินไร้คนขับของอเมริกา ที่กระทำต่อประชาชนชาวปากีสถาน เยเมนและโซมาเลีย พวกเขาเห็นการจัดตั้งฐานทัพของอเมริกาในแอฟริกา และถือว่าการดำเนินการทั้งหมดเหล่านี้เป็นนโยบายทางการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์

      ดังนั้นเมื่อเจตนารมณ์ของบรรดามุสลิมได้ปกคลุมเหนือชะตากรรมของพวกเขา และพวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนขึ้น สิ่งนี้จะเป็นอันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุดส..ำหรับจักรวรรดินิยมอเมริกา และศัตรูแห่งไซออนิสต์ก็จะเป็นผู้พ่ายแพ้ที่ใหญ่ที่สุดในสนามศึกครั้งนี้ แล้วหลังจากนั้นอเมริกาจะถูกบังคับให้ต้องล่าถอย ด้วยเหตุนี้เองอเมริกาจึงใช้ความพยายามของตนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะสร้างความเบี่ยงเบนให้เกิดขึ้นในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และได้นำกระแสแนวคิดตักฟีรีย์เข้ามาใจกลางสถานการณ์ เพื่อที่จะหยุดยั้งการล่มสลายของตน

      อเมริกาพยายามที่จะกัดกร่อนภูมิภาคตะวันออกกลาง เราทุกคนยังคงจำได้ดีที่ท่านอิมามคอเมเนอีได้เตือนไว้ในสุนทโรวาทของท่าน ในช่วงเริ่มแรกของสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เกี่ยวกับแผนสมรู้ร่วมคิดของอเมริกา ในการเบี่ยงเบนกระแสการตื่นตัวของอิสลาม จักรวรรดินิยมอเมริกาและลัทธิไซออนิสต์สากลกำลังพยายามกัดกร่อนภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวคือพวกเขาคิดคำนึงถึงความมั่งคั่งต่างๆ ของภูมิภาคนี้และไม่พร้อมที่จะละสายตาไปจากมัน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงใช้ความพยายามอย่างที่สุด ที่จะเบี่ยงเบนขบวนการยืนหยัดและการตื่นตัวของชนชาติทั้งหลายออกไปจากเส้นทางหลักของมัน พวกเขาจะดำเนินการเช่นนี้โดยอาศัยกระแสแนวคิดต่างๆของตักฟีรีย์

     ดังนั้นกระแสแนวคิดตักฟีรีย์ ในอีกความหมายหนึ่งนั่นก็คือ ความพยายามในการที่จะปล้นสะดมขบวนการเคลื่อนไหวแห่งอิสลามและปล้นสะดมการตื่นตัวของอิสลามในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาต้องการที่จะผลักดันการตื่นตัวของอิสลามในภูมิภาคไปสู่หุบเหวของการล่มสลาย ซึ่งอเมริกาจะคอยชี้นำและให้การช่วยเหลือแก่พวกเขา ตลอดเวลาอเมริกาจะใช้นโยบายสร้างแรงจูงใจแบบ “หัวผักกาดกับไม้เรียว” (Carrot and Stick) เสมอมา เพื่อทำให้ผู้นำอิสลามบางคนเชื่อฟัง และอเมริกาก็จะใช้หัวผักกาด (เป็นรางวัล) และจะใช้ไม้เรียว (เป็นการลงโทษ) สำหรับบางคน ขณะนี้ผมยังไม่สามารถที่จะพูดถึงรายละเอียดของปัญหาต่างๆ ในภูมภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาใต้ได้ แต่นับเป็นความโชคร้ายที่พวกเขาถูกหลอกด้วยหัวผักกาดของอเมริกาและติดกับดักของมัน และขณะนี้พวกเขากำลังสำนึกเสียใจต่อการกระทำของตัวเอง



เขียนโดย : ดร.มุฮัมมัด อัลอาซี  (อิมามผู้ถูกคัดสรรของศูนย์อิสลามแห่งวอชิงตันและสมาชิกสมัชชาสมานฉันท์ระหว่างสำนักคิดในอิสลาม)

แปลและเรียบเรียงโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles