^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 75 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7184047
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
1347
7094
43143
131524
7184047

20-10-2018 เวลา 01 : 40

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

กษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาอูด คนใด ที่ยกดินแดนปาเลสไตน์ให้กับอิสราเอล

        ด้วยคำมั่นสัญญาและภาระผูกพันต่างๆ ที่ให้ไว้กับอังกฤษ อิบนิซะอูด จึงได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งในปี 1932 นอกเหนือจากแคว้นนัจด์และแคว้นฮิญาซ อิบนิซะอูดยังได้ครอบครองแคว้นต่างๆ ที่อยู่ทางภาคใต้และภาคตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ ไปจนถึงชายฝั่งทะเลแดง อาณาเขตเยเมนและเอเดน แคว้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งคูเวตและอิรัก

      สุดท้ายในวันที่ 23 กันยายน 1932 อับดุลอะซิซ อิบนิซะอูด ได้ประกาศจัดตั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย และสถาปนาระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ขึ้น เอกสารทางประวัติศาสตร์ชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า อับดุลอะซิซ อิบนิซะอูด ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย ในระหว่างการ ครองราชย์นั้นเขาได้ยกดินแดนปาเลสไตน์ให้กับรัฐบาลอังกฤษ โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น!

       เอกสารที่ถูกตีพิมพ์ในแวดวงสื่อบางสำนักเมื่อไม่นานมานี้ เป็นเอกสารที่สัมพันธ์ไปยัง อับดุลอะซีซ อิบนิซะอูด ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ซะอูด ซึ่งเขาได้กล่าวว่า

      “ข้าพเจ้าสุลต่านอับดุลอะซีซ อิบนิซะอูด ขอยืนยันและยอมรับพันครั้งต่อเซอร์เพอร์ซี่ คอคส์ ตัวแทนของสหราชอาณาจักร ว่า ไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้นจากข้าพเจ้าที่จะมอบปาเลสไตน์ให้กับประชาชนชาวยิว และหรือบุคคลอื่นจากพวกเขา ตามที่สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) จะเห็นสมควร และจวบจนถึงวันสิ้นโลก ข้าพเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงทัศนะแต่อย่างใดทั้งสิ้น”

      เอกสารฉบับนี้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร “อัลหัรซ์” ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ในเครือของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ในการประชุมของนักวิชาการศาสนาของฮิญาซ ในวันที่ 21 กรกฎาคม 1991

       อับดุลอะซีซ บินอับดุรเราะห์มาน บินเตอรกี บินอับดุลลอฮ์ บินมุฮัมมัด บินซะอูด ที่รู้จักในนามคิงส์อับดุลอะซีซ กษัตริย์คนแรก

       และเป็นผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย เขาถือกำเนิดในวันที่ 15 พฤษภาคม 1880 เขาอยู่ในครอบครัวอาลิซะอูดและกำลังหาทางที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานภาพของตนเอง เขาได้ใช้ความพยายามในทิศทางนี้ ในปี 1900 ได้ประสบความสำเร็จในการครอบครองเมืองริยาด ในปี 1912 ได้ขยายอำนาจของตนไปสู่แคว้นนัจด์ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1

      ชะรีฟ ฮุเซน ผู้ปกครองมักกะฮ์ ซึ่งอยู่ในสายตระกูลของบรรดาซุลต่าน (ผู้ปกครอง) ของอาณาจักรอุสมานียะฮ์ (จักรวรรดิออตโตมันเติร์ก) ซึ่งถูกยุยงและปลุกปั่นโดยอังกฤษให้ก่อการกบฏต่ออาณาจักรอุสมานียะฮ์ ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาบรรลุสู่อำนาจการปกครองแคว้นฮิญาซ ในช่วงเวลานั้นเช่นกันที่ตระกูลอิบนิซะอูด ซึ่งในเหตุการณ์สงครามต่อต้านพวกออตโตมันเติร์ก ได้ทำการปกครองอยู่ในภาคเหนือของคาบสมุทรอาหรับและพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเล

      อิบนิซะอูด ก็เช่นเดียวกับ ชะรีฟ ฮุเซน ที่ขึ้นตรงกับอังกฤษ แต่เขามีความกระสันที่จะได้ปกครองเหนือคาบสมุทรอาหรับทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในภูมิภาค (มักกะฮ์และมะดีนะฮ์) ด้วยเหตุนี้เองในโอกาสแรกที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ว่า ชะรีฟ ฮุเซน ได้ประกาศตัวเป็นค่อลีฟะฮ์ (กาหลิบ) ของมวลมุสลิม เขาจึงเริ่มต้นด้วยการเข้ายึดครองนครมักกะฮ์ และต่อจากนั้นก็เป็นนครมะดีนะฮ์และเมืองญิดดะฮ์ และได้สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นนัจด์และฮิญาซ

      ด้วยคำมั่นสัญญาและภาระผูกพันต่างๆ ที่ให้ไว้กับอังกฤษ อิบนิซะอูด จึงได้รับการสนับสนุนจากอังกฤษอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งในปี 1932 นอกเหนือจากแคว้นนัจด์และแคว้นฮิญาซ อิบนิซะอูดยังได้ครอบครองแคว้นต่างๆ ที่อยู่ทางภาคใต้และภาคตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ ไปจนถึงชายฝั่งทะเลแดง อาณาเขตเยเมนและเอเดน แคว้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งคูเวตและอิรัก

      สุดท้ายในวันที่ 23 กันยายน 1932 อับดุลอะซิซ อิบนิซะอูด ได้ประกาศจัดตั้งประเทศซาอุดีอาระเบียและสถาปนาระบอบการปกครองแบบกษัตริย์ขึ้น เขาบีบบังคับชนเผ่าเร่ร่อนจำนวนมากให้อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อทำให้สงครามภายในระหว่างพวกเขาสิ้นสุดลง และเป็นการยับยั้งการโจรกรรมและการปล้นสะดมบรรดาผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังนครมักกะฮ์และนครมะดีนะฮ์ จึงทำให้รัฐบาลของเขาได้รับความเชื่อถือ

      ในปี 1936 และ 1939 เขาได้มอบสัมปทานการขุดเจาะน้ำมันให้กับบริษัทต่างๆ ของอเมริกัน และด้วยกับรายได้จากการขายน้ำมันนี่เองที่ทำให้ซาอุดีอาระเบียกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนใหญ่จากน้ำมันถูกมอบให้กับครอบครัวของของกษัตริย์ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซาอุดีอาระเบียวางตัวเป็นกลาง แต่มีความโน้มเอียงไปทางฝ่ายพันธมิตร ในสงครามปี 1948 ระหว่างอาหรับและอิสราเอล เขาได้ประกาศสงครามกับอิสราเอล ในปี 1945 เขาได้ก่อตั้งสันนิบาตอาหรับเพื่อที่จะส่งเสริมความสามัคคีในหมู่ชาติอาหรับทั้งหลาย

แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles