^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 69 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7530514
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2296
7237
41704
95596
7530514

15-12-2018 เวลา 07 : 20

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

ข้อชวนคิดสำหรับผู้มีวิจารณญาณ กรณีผู้ปกครองซีเรีย

        ศาสตราจารย์ซาเมอร์ แอบเบาด์ แห่งมหาวิทยาลัยอาคาเดีย เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกากล่าวว่า “ผู้คนจำนวนมากต้องการที่จะเชื่อว่า บะชัร อัลอัซซัด คือผู้ปกป้องชนส่วนน้อย (ในซีเรีย) แต่ผมไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นเลย รัฐบาลซีเรียมีวิถีทางของตนเองเพื่อชาวซีเรียทั้งมวล โดยไม่มีความรู้สึกแบ่งแยกแต่อย่างใด”

        ที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย มีสถานที่ฝังศพของท่านหญิงซัยนับ บุตรีของอิมามอะลี อิบนิอบีฏอลิบ (อ.) และท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) ผู้เป็นบุตรีของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) นั่นคือท่านหญิงซัยนับเป็นหลานสาวของท่านศาสดา (ซ็อลฯ)

        และยังหมายถึงว่า ท่านเป็นน้องสาวของอิมามฮูเซน (อ.) นายแห่งผู้สละชีพในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า ผู้สร้างวีรกรรมอมตะที่แผ่นดินกัรบะลาอ์ ซึ่งท่านหญิงซัยนับร่วมอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวตลอดเวลา และสารแห่งกัรบะลาอ์ก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่าน การที่สถานที่ฝังศพของท่านหญิงซัยนับตั้งอยู่ที่กรุงดามัสกัสคือความภูมิใจของชาวซีเรีย

        มัสยิดญามิอ์ (มัสยิดหลวง) ในกรุงดามัสกัส ที่สร้างโดยอับดุลมาลิก บินมัรวาน คอลีฟะฮ์คนที่ 5 ของราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ซึ่งสร้างบนรากฐานของโบสถ์เซนต์จอห์นของศาสนาคริสต์ ซึ่งภายในมีสถานที่ฝังศีรษะของจอห์น เดอะแบบติสต์ หรือศาสดายะฮ์ยา (อ.) ซึ่งเป็นญาติสนิทของศาสดาอีซา (อ.) หรือพระเยซูในศาสนาคริสต์ และถูกสังหารโดยเฮรอด แอนทิพาส ผู้ปกครองเยรูซาเล็ม ด้วยการถูกตัดศีรษะ ในช่วงสมัยของท่านศาสดาอีซา (อ.)

        ราชวงศ์อุมัยยะฮ์ซึ่งยะซีด บุตรมุอาวิยะฮ์ผู้ปกครองคนที่สองคือผู้ส่งทหารจำนวนกว่าสามหมื่นคนไปปิดล้อมอิมามฮูเซน (อ.) ที่กัรบะลาอ์ในอิรัก เมื่อ ค.ศ. 680 และสังหารท่านอิมามที่นั่นพร้อมด้วยผู้คนของท่านรวม 72 คน

        แม่ทัพของยะซีด บุตรมุอาวิยะฮ์ ตัดศีรษะของอิมามฮูเซน (อ.) และผู้สละชีพทุกคน พร้อมกับจับผู้รอดชีวิตที่เกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกในครอบครัวของอิมามฮูเซน (อ.) เป็นเชลย ส่งมายังกรุงดามัสกัส ในบรรดาเชลยเหล่านี้มีท่านหญิงซัยนับน้องสาว และอิมามซัยนุลอาบิดีน (อ.) บุตรชายของอิมามฮูเซน (อ.) รวมอยู่ด้วย

        ศพของมุอาวิยะฮ์ บุตรอบูซุฟยาน ผู้ก่อกบฏต่อการปกครองของอิมามอะลี (อ.) และเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์อุมัยยะฮ์ และศพของยะซีดบุตรชายของเขา ซึ่งเป็นฆาตกรสั่งการให้สังหารอิมามฮูเซน (อ.) หลานรักของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ก็ถูกฝังอยู่ที่กรุงดามัสกัส

        มะกอมหรือสถานที่ฝังศีรษะของจอห์น เดอะแบบติสต์ ก็ปรากฏอยู่ในมัสยิดอะมะวีย์ มีทั้งมุสลิมและชาวคริสต์เดินทางมาซิยาเราะฮ์ (เยี่ยมเยียน) มากมายไม่ขาดสาย

        ลองพิจารณาดู สถานที่ฝังศพของเหยื่อแห่งการอธรรม (ซัยนับ บินติอะลี) อยู่ในเมืองเดียวกันกับสถานที่ฝังศพของบิดาของผู้อธรรม (มุอาวิยะฮ์ บุตรอบูซุฟยาน) และสถานที่ฝังศพของผู้อธรรม ยะซีดบุตรมุอาวิยะฮ์) เอง

        ที่จัตุรัสเมืองดามัสกัส มีอนุสาวรีย์ของซอลาฮุดดีน อัยยูบีย์ อดีตนายทหารชาวเคิร์ด ผู้สถาปนาราชวงศ์อัยยูบีย์ (ค.ศ. 1171-1246) ในอียิปต์ตั้งอยู่

และสถานที่ฝังศพของเขาก็อยู่ริมกำแพงมัสยิดอะมาวีย์ ซึ่งถูกสร้างอย่างสวยงาม มีมุสลิมเดินทางมาเยี่ยมเยียนสถานที่ฝังศพของเขาตลอดเวลาเช่นกัน

       ซอลาฮุดดีน คือผู้ก่อกบฏโค่นล้มราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ในอียิปต์ และเปลี่ยนระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ที่ราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ (ซึ่งเป็นชีอะฮ์อิสมาอิลียะฮ์) ตั้งขึ้น มาสอนในสำนักคิดชาฟิอีและขยายเป็นสี่มัซฮับในภายหลัง

       นอกจากกิติศัพท์การเป็นวีรบุรุษผู้ปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการยึดครองของคริสเตียนแล้ว ซอลาฮุดดีนยังเป็นผู้ที่มีอคติต่อชีอะฮ์และสังหารชีอะฮ์ไปจำนวนมากมายมหาศาล

       ในกรุงดามัสกัสเช่นเดียวกัน บริเวณที่ตั้งของมหาวิทยาลัยดามัสกัส มีสถานที่ฝังศพของตะกียุดดีน อะฮ์มัด อิบนิตัยมียะฮ์ ผู้เป็นครูทางจิตวิญญาณและแรงบันดาลใจทางอุดมการณ์ศาสนาของมุฮัมมัด อิบนิอับดุลวะฮาบ ต้นธารของสำนักคิดวะฮาบี หลุมฝังศพของอิบนิตัยมียะฮ์ได้รับการก่ออิฐถือปูนอย่างดี ไม่มีใครไปทุบทำลายเหมือนในบางประเทศ

       อีกด้านหนึ่งของกรุงดามัสกัส เป็นสถานที่ฝังศพของเชคมุฮัยยิดดีน อิบนิอารอบี นักวิชาการซูฟีที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 12 ฝังอยู่ มีการสร้างมัสยิดอยู่ติดกับสถานที่ฝังศพของเขา ก็มีพี่น้องมุสลิมเดินทางไปเยี่ยมเยียนตลอดเวลาเช่นกัน

       สถานที่ฝังศพของต้นธารวะฮาบีสามารถอยู่ร่วมเมืองกับครูผู้ยิ่งใหญ่ของซูฟีได้ที่ซีเรีย

       นี่คือสภาพโดยทั่วไปของประเทศซีเรีย ซึ่งเป็นอู่อารยธรรมแห่งหนึ่งของโลก และเป็นแหล่งอารยธรรมอิสลามที่สำคัญเช่นกัน

       คือซีเรียที่มีประชากรเป็นมุสลิมซุนนี่ ร้อยละ 73 อะลาวี ร้อยละ 11 ชีอะฮ์อิมามียะฮ์ ร้อยละ 2 ชีอะฮ์อิสมาอิลียะฮ์ ร้อยละ 1 ดรูซ ร้อยละ 3 และคริสเตียน ร้อยละ 10

       คือซีเรียที่มีประชากรเป็นอาหรับร้อยละ 69 ไม่ใช่อาหรับ (เช่นเคิร์ดและอื่นๆ) ร้อยละ 31 ในจำนวนนี้เป็นผู้อพยพชาวอิรักประมาณ 1,000,000-1,500,000 คน และผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ประมาณ 580,000 คน

       นี่คือประเทศซีเรียที่มีบะชัร อัลอัซซัด ซึ่งจบการศึกษาด้านจักษุแพทย์จากประเทศอังกฤษเป็นประธานาธิบดี

       ท่ามกลางลักษณะเฉพาะทางศาสนา วัฒนธรรมและเผ่าพันธุ์เช่นนี้ของประเทศซีเรีย เป็นไปได้หรือไม่ ที่บะชัร อัลอัซซัด จะเป็นผู้นำเผด็จการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนของตนเอง โดยไม่มีสำนึกทางด้านมนุษยธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมแบบพหุวัฒนธรรมเลย

       และในทางกลับกัน ถ้าไอซิสได้ปกครองซีเรีย ถามว่า จะมีประชาชนซีเรียรอดจากการถูกตัดศีรษะกี่คน

       ผู้มีวิจารณญาณย่อมคิดได้!!

บทความ : Fareed Denyingyoch

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles