^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 138 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7167641
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
6110
7069
26737
115118
7167641

17-10-2018 เวลา 19 : 13

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

รากฐานของความเป็นศัตรู คือการที่อิหร่านต่อต้านระบบการครอบงำ

ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามระบุว่า รากฐานของแผนสมคบคิดและความเป็นศัตรูต่อต้านสาธารณรัฐอิสลาม (แห่งอิหร่าน) นั้น คือการต่อต้านระบบครอบงำในอิหร่าน

      ในเช้าวันอังคาร (27/12/59) ในช่วงเริ่มต้นบทเรียนฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) ระดับสูง และในโอกาสวันครบรอบปีของวีรกรรมในวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ.2009 (9 เดย์ 88 ปีอิหร่าน) ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ได้ชี้ถึงความเป็นปฏิปักษ์และความเป็นศัตรูของบรรดามหาอำนาจต่ออำนาจอธิปไตยอิสลาม และความพยายามของพวกเขาที่จะกำจัดองค์ประกอบต่างๆ ของอำนาจในระบอบอิสลาม และถือว่าเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนใครของวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ.2009 เป็นหนึ่งในตัวอย่างของอำนาจของสาธารณรัฐอิสลาม และกล่าวว่า " ในการเผชิญกับความเป็นศัตรูทั้งหลายนั้น สาธารณรัฐอิสลาม (แห่งอิหร่าน) จำเป็นต้องเพิ่มพลังอำนาจของตน และเหตุผลที่ต้องเน้นย้ำอยู่เสมอให้มีการเพิ่มพลังอำนาจภายในประเทศ และการสร้างความเข้มแข็งต่อโครงสร้างภายใน ก็เนื่องจากประเด็นนี้"

      ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่า รากฐานที่มาของแผนสมคบคิดและความเป็นศัตรูต่างๆ ที่มีต่อสาธารณรัฐอิสลาม คือการตกผลึกของการต่อต้านระบบครอบงำ (ครองความเป็นเจ้า) ในอิหร่านที่เพียบพร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรมนุษย์และเศรษฐกิจ คำพูดและตรรกะ เครื่องมือและความสามารถทางการทหาร และกล่าวว่า "วันนี้รูปทรงในการเผชิญหน้าของมหาอำนาจกับสาธารณรัฐอิสลามอยู่ในทิศทางของการทำลายอำนาจทางวัตถุและทางจิตวิญญาณ และความมุ่งมั่นของประชนชนอิหร่าน และทางตอบโต้นั้นจำเป็นต้องรักษาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งต่ออำนาจนี้ยิ่งขึ้นในแต่ละวัน"

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ชี้ถึงริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทหนึ่งของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และถือว่า การบรรลุสู่ความดีงามและความผาสุกของประชาคมแห่งมนุษยชาตินั้นอยู่ภายใต้การมีพลังอำนาจ และกล่าวเสริมว่า "มหาอำนาจจอมอหังการอย่างเช่นอเมริกา มุ่งแสวงหาความผาสุกของสังคมและสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ค่านิยมแบบอเมริกัน" การสะสมความมั่งคั่งและการครอบครองโลก แต่ศาสนาอิสลามถือว่าความผาสุกของมนุษยชาตินั้นอยู่ในการบรรลุสู่ความสมบูรณ์ของความเป็นมนุษย์ การดำเนินไปของความคิดและการกระทำตามแบบอย่างอัลกุรอาน ในทุกภาคส่วนของสังคม"

     ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่า การมีอยู่ของระบอบที่มาจากอิสลาม การมีอำนาจและอิทธิพลในปัญหาต่างๆ ในระดับภูมิภาคนั้น ได้ปลุกกระตุ้นความเป็นปฏิปักษ์และความเกลียดชังให้แก่บรรดามหาอำนาจของโลก และกล่าวเสริมว่า "ระบบครอบงำ (ครองความเป็นเจ้า) นั้นจะต่อต้านทุกความคิดและกระแสต่อต้านการกดขี่และการเลือกปฏิบัติในโลก แต่ช่วงเวลาที่พวกเขายืนหยัดขึ้นต่อต้านนั้น กระแสดังกล่าวสามารถทำให้มหาสมุทรของชนชาติหนึ่งได้ขับเคลื่อนไปแล้ว"

ความจำเป็นในการติดอาวุธความคิด เศรษฐกิจ สังคมและกองกำลังอาสาสมัครประชาชน

       ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ชี้ถึงความจำเป็นในการติดอาวุธด้วยกับอำนาจทุกประเภท อย่างเช่น อำนาจทางความคิด เศรษฐกิจ สังคมและกองกำลังอาสาสมัครประชาชน (บะซีจญ์) และเสริมว่า “การปรากฏตัวในท้องถนนของประชาชนจำนวนหลายล้านคนในวันที่ 22 บะฮ์มัน (คบรอบปีชัยชนะการปฏิวัติ) แม้จะผ่านพ้นการปฏิวัติอิสลามมาเป็นเวลาถึง 40 ปีแล้วนั้น คือเครื่องแสดงถึงพลังอำนาจของระบอบอิสลามในการระดมมวลชน ประเด็นนี้ไม่มีใครเหมือนในโลก"

       ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่า เหตุการณ์วันที่ 9 เดย์ (ปี 88) คือหนึ่งในตัวอย่างขององค์ประกอบของพลังอำนาจของระบอบปกครอง และกล่าวเสริมว่า "ในเหตุการณ์ที่ไม่มีใครเหมือนดังกล่าวนั้น ไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่พลังอำนาจทางความคิดซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของระบอบอิสลามที่ได้นำประชาชนออกมาสู่ท้องถนนสายต่างๆ และได้ก่อกำเนิดเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าว"

       ท่านได้ชี้ถึงกลอุบายและการหลอกลวงของเหล่าศัตรู ที่จะทำลายองค์ประกอบของอำนาจของระบอบการปกครองแห่งอิสลาม โดยกล่าวว่า "ศัตรูก็เหมือนโจรที่ต้องการจะยึดครองบ้าน แต่ก็เสแสร้งทำให้เห็นว่า สาเหตุของความเป็นศัตรูคืออาวุธที่เจ้าของบ้านมีไว้สำหรับป้องกันตนเอง และหากเขาวางอาวุธความขัดแย้งก็จะจบลง ดังนั้นพวกเขาพยายามที่จะปลดอาวุธเจ้าของบ้านเพื่อเข้าสู่ในบ้าน ด้วยการใช้กลอุบายและวิธีการต่างๆ อย่างเช่น การพูด การล้อเล่น การส่งรอยยิ้มและการข่มขู่"

       นอกจากนี้ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอียังถือว่า ความผาสุกและความโชคร้ายนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการในการใช้พลังอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังอำนาจที่เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ และกล่าวเสริมว่า “การห้ามอาวุธนิวเคลียร์นั้นมีพื้นฐานสำคัญต่างๆ มากมายทางด้านฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) และเหตุผลทางปัญญา แต่ความเป็นไปได้ในความพยายามเพื่อแสวงหาพลังอำนาจอื่นๆ นั้นอยู่ในมือของรัฐบาลและประชน”

ที่มา : PressTV

แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles