^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 85 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

6851021
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
450
4857
11546
125458
6851021

21-08-2018 เวลา 01 : 49

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

ท่านผู้นำสูงสุด : อังกฤษคือแหล่งที่มาของการคุกคามและความชั่วร้าย

      ในการเข้าพบของบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐและแขกผู้เข้าร่วมสัมมนา “เอกภาพอิสลาม” ครั้งที่ 30 ซึ่งมีบรรดาทูตานุทูตของประเทศอิสลาม และประชาชนกลุ่มต่างๆ ในเช้าวันเสาร์ (17 ธันวาคม 2559 ) ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอีผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม ได้กล่าวย้ำว่า : วันนี้สองความต้องการที่ขัดแย้งกันในภูมิภาคได้เผชิญหน้ากัน นั่นคือ “ความต้องการเอกภาพ” และ “ความต้องการความแตกแยก” และในสถานการณ์ที่เปราะบางนี้ “การพึ่งพาอัลกุรอานและคำสอนแห่งพระผู้เป็นเจ้า” ของท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ (ซ็อลฯ) ในฐานะสื่อเยียวยาเอกภาพนั้น คือแนวทางแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากต่างๆ ของโลกอิสลาม

      ท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม กล่าวอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และวันประสูติของท่านอิมามญะอ์ฟัร (อ.) พร้อมกับเสริมว่า : ความสำคัญของการมีอยู่ของท่านศาสดาของอิสลามนั้น ถึงขั้นที่พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเกียรติทรงอ้างถึงพระคุณเหนือมนุษยชาติไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานอันศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากการประทานความโปรดปรานที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้นี้

      ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ถือว่าคำสอนต่างๆ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) คือแนวทางสำหรับความรอดพ้นของมนุษยชาติทั้งมวล โดยอ้างอิงถ้อยคำจากคัมภีร์อัลกุรอานที่ว่า “เราะห์มะตัน ลิลอาละมีน” (ความเมตตาแก่สากลจักรวาล) พร้อมกับกล่าเสริมว่า :  บรรดาศัตรูของมนุษยชาติและบรรดาพวกมั่งคั่งและพวกอหังการจะต่อต้านคำสอนที่จะทำให้เกิดความผาสุกนี้ ด้วยเหตุนี้เองพระผู้เป็นเจ้าจึงได้ทรงบัญชาต่อท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ว่า นอกจากการยับยั้งตนจากการปฏิบัติตามและประนีประนอมกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา (กุฟฟาร) และบรรดาผู้กลับกลอก (มุนาฟิกีน) แล้ว ยังจะต้องต่อสู้และแสดงความแข็งกร้าวกับพวกเขา

      ท่านได้กล่าวเสริมว่า : การต่อสู้ (ญิฮาด) กับบรรดาศัตรูของอิสลามและของมนุษยชาติ ตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมนั้น บางครั้ง (เป็นการต่อสู้) ในทางการทหาร บางครั้งในทางการเมืองและในบางสภาพเงื่อนไข (เป็นการต่อสู้) ในทางวัฒนธรรมหรือแม้กระทั่งในทางวิทยาการ ประชาชาติมุสลิมทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้เผยแพร่ศาสนาและบรรดาเยาวชน จะต้องใช้ประโยชน์จากคำสอนและการใช้ชีวิตของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยการศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจต่อคำสอนทั้งหมดเหล่านั้น

       ท่านผู้นำการปฏิวัติได้ชี้ถึงความพยายามที่ไม่หยุดยั้งของมหาอำนาจและนักล่าอาณานิคม ในการสร้างความแตกแยกและความอ่อนแอแก่บรรดามุสลิม พร้อมกับเสริมว่า : โลกอิสลามวันนี้กำลังเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากมากมาย โดยที่เอกภาพ การทำงานร่วมกัน ความร่วมมือและการข้ามผ่านความแตกต่างทางด้านนิกาย (มัซฮับ) และความคิด ภายใต้ร่มเงาของสิ่งต่างๆ ที่เหมือนกันในอิสลาม จะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาและความทุกข์ยากเหล่านี้ได้

       ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี กล่าวว่า : หากประชาชนและรัฐบาลอิสลามทั้งหลายมีความเป็นเอกภาพแล้ว สหรัฐอเมริกาและไซออนิสต์ก็จะสูญเสียอำนาจในการบีบบังคับความต้องการต่างๆ ของตนเหนือบรรดามุสลิม และแผนสมคบคิดที่จะทำให้ลืมประเด็นของปาเลสไตน์ก็จะล้มเหลว

      ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่าการโจมตีและการเข่นฆ่าชาวมุสลิมเริ่มจากประเทศเมียนม่าในตะวันออกของเอเชีย ไปจนถึงประเทศไนจีเรียในตะวันตกของแอฟริกา และการเผชิญหน้ากันของชาวมุสลิมในภูมิภาคที่สำคัญมากในตะวันตกของเอเชียนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากผลของแผนสมคบคิดต่างๆ ในการสร้างความแตกแยกของบรรดามหาอำนาจ และได้กล่าวเสริมว่า : ในสถานการณ์และสภาพการณ์เช่นนี้ ชีอะฮ์ที่ถูกสร้างโดยอังกฤษ (British Shia) และซุนนีที่ถูกสร้างโดยอเมริกา (American Sunnis) นั้น เป็นเหมือนสองปากของกรรไกรที่กำลังทำงานเพื่อจุดไฟและสร้างความขัดแย้ง

      ท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลามชี้ถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างความต้องการของมาร (ชัยฏอน) ในการ “สร้างความแตกแยก” กับความต้องการที่จะก่อให้เกิดเกียรติศักดิ์ศรีของการสร้าง “เอกภาพ”  โดยกล่าวว่า : นโยบายเดิมๆ ของอังกฤษบนพื้นฐานของการแบ่งแยกแล้วปกครอง ได้กลายเป็นวาระการปฏิบัติที่จริงจังของบรรดาศัตรูของอิสลาม

      ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ได้ชี้ถึงนโยบายและการดำเนินการต่างๆ ของอังกฤษในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมาว่าเป็นบ่อเกิดของความชั่วร้ายและความทุกข์ยากของประเทศทั้งหลายในภูมิภาค และกล่าวว่า : ในช่วงล่าสุดนี้ รัฐบาลอังกฤษได้เรียกอิหร่านที่ถูกกดขี่และมีเกียรติอย่างไร้ยางอายที่สุดว่า เป็นภัยคุกคามของภูมิภาค แต่ทุกคนทราบดีว่าตรงข้ามกับคำกล่าวหาเหล่านี้ รัฐบาลอังกฤษนี้เองที่เป็นบ่อเกิดและแหล่งที่มาของภัยคุกคาม ความชั่วร้าย อันตรายและความทุกข์ยากเสมอมา

      ท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลามถือว่า การที่บรรดามหาอำนาจได้เพิ่มการเคลื่อนไหวต่างๆ ในการต่อต้านอิสลามหลังจากชัยชนะของการปฏิวัติอิสลามนั้น เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความหวั่นกลัวของพวกเขาต่อความมั่นคงและการดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องของระบอบอิสลามที่แข็งแกร่ง ก้าวหน้าและเป็นแบบอย่าง และกล่าวเสริมว่า : บรรดาศัตรูแม้ว่าพวกเขาจะมีการกล่าวอ้างการประนีประนอมและการเสริมสร้างภาพลักษณ์ภายนอกก็ตาม แต่ด้านในนั้นพวกเขามีความป่าเถื่อนและหยาบช้าอย่างสมบูรณ์แบบ ประเทศทั้งหลายจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไร้ศีลธรรม ไร้ศาสนา และไร้ความยุติธรรมนี้

       ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอีถือว่า "เอกภาพ"  คือการเตรียมความพร้อมที่สำคัญที่สุดที่เป็นความจำเป็นของโลกอิสลาม และกล่าวเสริมว่า : ทุกกลุ่มนิกายของอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นชีอะฮ์หรือซุนนี จะต้องระมัดระวังจากการสร้างความแตกแยก และจะต้องยึดเอาท่านศาสดา (ซ็อลฯ) คัมภีร์อัลกุรอานและกะอ์บะฮ์อันทรงเกียรติ เป็นแกนกลางของเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

      ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามได้เรียกร้องให้ประชาชนและรัฐบาลทั้งหลายตระหนักและระแวดระวังต่อแผนการร้ายต่างๆ ของบรรดาประเทศที่แสวงหาอิทธิพลและการครอบงำ และกล่าวเสริมว่า : ทำไมประเทศทั้งหลายที่เป็นอิสลามจึงเชื่อคำพูดของบรรดาศัตรูเกี่ยวกับภัยคุกคามต่างๆ และความเป็นศัตรูภายในของโลกอิสลามเอง และดำเนินตามนโยบายต่างๆ ของพวกเขาอย่างเปิดเผย

      ในช่วงท้ายของคำพูด ท่านได้กล่าวกับประชาชนชาวอิหร่านว่า : การดำเนินตามแนวทางที่น่าภาคภูมิใจของท่านอิมาม (โคมัยนี) และการปฏิวัติอย่างต่อเนื่อง การยืนหยัดเผชิญหน้ากับบรรดาศัตรู และการปกป้องสัจธรรมความจริงโดยไม่หวั่นกลัวใดๆ นั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันจะนำมาซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีและความผาสุกทั้งในโลกนี้และปรโลก

ที่มา : farsi.khamenei.ir

แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles