^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 49 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7167803
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
6272
7069
26899
115280
7167803

17-10-2018 เวลา 19 : 57

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

ใครคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของท่านอิมามซะมาน (อ.)?

        อิบลีส ผู้ซึ่งปัจจุบันนี้ ได้รับการยกย่องสรรเสริญ และได้กลายเป็นที่บูชาของคนบางกลุ่ม (หมายถึงลัทธิบูชาซาตาน) ไปแล้วนั้น คือศัตรูตัวฉกาจและสำคัญที่สุดของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เหตุผลของมัน ท่านทั้งหลายจะรับรู้และเข้าใจได้ในช่วงท้ายของบทความนี้ และทำนองเดียวกันนี้ท่านทั้งหลายจะรับรู้ได้ว่าสงครามที่ใหญ่ที่สุดของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) นั้น คือสงครามกับอิบลีสและไพร่พลของมัน ทั้งนี้เนื่องจากว่า ตราบที่อิบลีสผู้ถูกสาปแช่งนี้ยังไม่ถูกทำลายลง พื้นฐานสำหรับการชี้นำ (ฮิดายะฮ์) มนุษย์ก็จะยังไม่ถูกจัดเตรียมขึ้น

การสร้างอิบลีส

        อิบลีสถูกสร้างมาจากไฟและเป็นหนึ่งสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้าจากเผ่าพันธุ์ของญิน ในช่วงเริ่มแรกนั้นมีชื่อว่า “อะซาซีล” หมายถึง “ผู้เป็นที่รักของพระเจ้า” แต่หลังจากที่มันได้ปฏิเสธที่จะสุญูดต่อท่านศาสดาอาดัม (อ.) และไม่ยอมกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮ์) มันจึงถูกเรียกว่า “อิบลีส” ซึ่งหมายถึง “ผู้ที่สิ้นหวังจากความเมตตาของพระเจ้า” (1)

        ในคัมภีร์อัลกุรอานได้พูดถึงความเป็น “ญิน” ของอิบลีสไว้เช่นนี้ว่า :

وَ إِذْ قُلْنا لِلْمَلائِكَةِ اسْجُدُوا لِآدَمَ فَسَجَدُوا إِلاَّ إِبْليسَ كانَ مِنَ الْجِنِّ فَفَسَقَ عَنْ أَمْرِ رَبِّهِ

“และ (จงรำลึก) เมื่อเราได้กล่าวแก่มะลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) ว่า พวกเจ้าจงสุญูดต่ออาดัมเถิด แล้วพวกเขาก็สุญูด เว้นแต่อิบลิสเท่านั้น มันอยู่ในจำพวกญิน ดังนั้นมันจึงฝ่าฝืนคำสั่งของพระผู้อภิบาลของมัน” (2)

การอิบาดะฮ์ของอิบลีส

        ด้วยสาเหตุของการอิบาดะฮ์อย่างมากมายของอิบลีส จึงทำให้มันได้ยกระดับสู่ตำแหน่งความใกล้ชิดต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า :

فَاعْتَبِرُوا بِمَا كَانَ مِنْ فِعْلِ اللَّهِ بِإِبْلِيسَ إِذْ أَحْبَطَ عَمَلَهُ الطَّوِيلَ وَجَهْدَهُ الْجَهِيدَ وَكَانَ قَدْ عَبَدَ اللَّهَ سِتَّةَ آلَافِ سَنَةٍ لَا يُدْرَى أَ مِنْ سِنِي الدُّنْيَا أَمْ مِنْ سِنِي الْآخِرَةِ عَنْ كِبْرِ سَاعَةٍ وَاحِدَةٍ

“ดังนั้นพวกท่านจงนำเอาสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงกระทำกับอิบลีสมาเป็นบทเรียนเถิด เมื่อครั้งที่พระองค์ได้ทรงทำให้การงาน (อิบาดะฮ์) ที่ยาวนานของมันและความอุตสาห์พยายามอย่างยิ่งยวดของมันเป็นโมฆะ ในขณะที่มันได้ทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ถึงหกพันปี โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นปีของโลกนี้หรือปีของปรโลก เนื่องจากความยโสเพียงชั่วยามเท่านั้น” (3)

การทดสอบอิบลีสโดยท่านศาสดาอาดัม (อ.)

        ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวถึงความดื้อดึงของอิบลีสต่อพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าในการสุญูดต่ออาดัม (อ.) ไว้เช่นนี้ว่า :

اعْتَرَضَتْهُ الْحَمِيَّةُ فَافْتَخَرَ عَلَى آدَمَ بِخَلْقِهِ وَتَعَصَّبَ عَلَيْهِ لِأَصْلِهِ فَعَدُوُّ اللَّهِ إِمَامُ الْمُتَعَصِّبِينَ وَسَلَفُ الْمُسْتَكْبِرِينَ الَّذِي وَضَعَ أَسَاسَ الْعَصَبِيَّةِ وَنَازَعَ اللَّهَ رِدَاءَ الْجَبْرِيَّةِ وَادَّرَعَ لِبَاسَ التَّعَزُّزِ وَخَلَعَ قِنَاعَ التَّذَلُّلِ

“ความหลงตนได้คัดค้านเขา ดังนั้นเขาจึงรู้สึกภาคภูมิใจเหนืออาดัม ด้วยการสร้างของตน และถือทิฐิต่อเขา เนื่องจากกำเนิดของตน (ที่มาจากไฟ) ดังนั้นศัตรูของอัลลอฮ์ (ตนนี้) คือหัวหน้าของบรรดาผู้ถือทิฐิ และเป็นบรรพบุรุษของบรรดาผู้ยโสโอหัง ผู้ซึ่งได้วางรากฐานความถือดี และได้แสดงการขัดแย้งต่ออัลลอฮ์ด้วยเสื้อคลุมแห่งการอวดใหญ่ และการสวมอาภรณ์แห่งการถือตนว่ามีเกียรติ และได้ปลดเปลื้องผ้าคลุมแห่งความต่ำต้อย (สถานะความเป็นบ่าวของตน)”(4)

         ผลของความหลงตนและความยโสโอหังนี้ ทำให้มันถูกขับออกจากเบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า :

فَاهْبِطْ مِنْهَا فَمَا يَكُونُ لَكَ أَن تَتَكَبَّرَ فِيهَا فَاخْرُجْ إِنَّكَ مِنَ الصَّاغِرِينَ

"ดังนั้นจงลงไปจากมัน (สวรรค์) ไม่สมควรที่เจ้าที่จะแสดงความยโสโอหังในนั้น จงออกไปให้พ้น แท้จริงเจ้านั้นอยู่ในหมู่ผู้ต่ำต้อย" (5)

         นับจากช่วงเวลานั้น อิบลีสได้ผูกพยาบาทต่อมนุษย์ และได้ทูลต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งว่า :

رَبِّ فَأَنظِرْنِي إِلَىٰ يَوْمِ يُبْعَثُونَ قَالَ فَإِنَّكَ مِنَ الْمُنظَرِينَ إِلَىٰ يَوْمِ الْوَقْتِ الْمَعْلُومِ

             “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์! โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด พระองค์ตรัสว่า ดังนั้นแท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลา จนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว" (6)

ความพยายามของชัยฏอน (มารร้าย) หลังจากการปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.)

        การเคลื่อนไหวต่างๆ ของชัยฏอน (มารร้าย) ในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) นั้นมากมายเกินกว่าจะนำมากล่าวถึงในที่นี้ได้ การแพร่ขยายของความชั่ว การตั้งภาคี (ชิรก์) ต่อพระผู้เป็นเจ้า และความเสื่อมทรามทางศีลธรรม โดยตัวมันเองแล้วก็คือพยานยืนยันถึงคำกล่าวอ้างที่ว่า ชัยฎอน (มารร้าย) จะใช้ความพยายามทั้งหมดของตนในการล่อลวงลูกหลานของอาดัม ประกอบกับอารมณ์ใฝ่ต่ำ (นัฟซุลอัมมาเราะฮ์) ที่จะทำให้มนุษย์จำนวนมากออกห่างจากพฤติกรรมแห่งความเป็นมนุษย์

        หลังจากการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ความพยายามของชัยฏอน (มารร้าย) ที่จะปฏิบัติตามสัญญาที่มันได้ให้ไว้กับพระผู้เป็นเจ้าที่ว่าจะล่อลวงลูกหลานของอาดัมนั้นก็จะยังคงดำเนินต่อไป ในช่วงเวลาใกล้การปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) นั้น ชัยฏอน (มารร้าย) จะทำงานของมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของมนุษย์เป็นอย่างมาก 

        ในเช้าตรู่ (ช่วงเวลาซุบฮ์) ของวันที่ 23 เดือนรอมฎอน ก่อนการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ญิบรออีล อัลอามีน (อ.) จะประกาศก้องด้วยเสียงเรียกแห่งปาฏิหาริย์ และแจ้งข่าวดีถึงการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) แก่มนุษย์ทั้งมวล แต่ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้น อิบลีสจะออกมาสู่สนามเพื่อต่อต้านเสียงประกาศดังกล่าวของญิบรออีล (อ.) เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกรายงานไว้จากคำพูดของท่านอิมามบากิร (อ.) เช่นนี้ว่า :

        “... และเสียงนั้น คือเสียงของญิบรออีล รูฮุลอามีน และเสียงจะเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ยี่สิบสามของเดือนรอมฎอน พวกท่านอย่างได้คลางแคลงสงสัย พวกท่านจงรับฟังและจงปฏิบัติตาม ในช่วงเย็นของวันนั้น เสียงของอิบลีสผู้ถูกสาปแช่ง (จะถูกได้ยิน) มันจะประกาศว่า : คนนั้นคนนี้ (ฟุลาน) ได้ถูกฆ่าตายอย่างอธรรม จนกระทั่งทำให้ประชาชนตกอยู่ในความคลางแคลงสงสัย และจะทำให้พวกเขาประสบกับฟิตนะฮ์ (วิกฤตความขัดแย้ง)” (8)

จุดจบของชีวิตชัยฏอน

        ตามคำอธิบายของริวายะฮ์ (คำรายงาน) ทั้งหลายนั้น จุดจบแห่งชีวิตของชัยตอนนั้นอยู่ในมือของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) เป็นผู้ที่จะมาจะมาสถาปนาความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมขึ้นในแผ่นดิน และเพื่อบรรลุเป้าหมายอันบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์นี้ ท่านจะดำเนินภารกิจต่างๆ ตัวอย่างเช่น การทำสงครามกับอุปสรรคทั้งหลายที่กีดขวางการเกิดขึ้นจริงของความยุติธรรมในโลก

        ส่วนหนึ่งจากสงครามที่สำคัญที่สุดเหล่านี้ สามารถชี้ให้เห็นได้ดังต่อไปนี้ คือ : สงครามกับซุฟยานี หลังจากนั้น คือสงครามกับชาวยิว การปราบดัจญาล และการทำลายยะอ์ญูจญ์และมะอ์ญูจญ์ และในท้ายที่สุดการทำสงครามกับอิบลีสจะเริ่มต้นขึ้น และผลของมันก็คือความพินาศของชัยฏอน (มารร้าย) (9)

        อิสหาก บินยะอ์กูบ เล่าว่า : ฉันได้ถามท่านอิมามซอดิก (อ.) ว่า “ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสต่อชัยฏอน (มารร้าย) ว่า จงรอจนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้วนั้น เวลาที่ถูกกำหนดไว้นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด?” ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า :

الوقت المعلوم يوم قيام القائم، فإذا بعثه الله كان في مسجد الكوفة وجاء إبليس حتى يجثو على ركبتيه فيقول: يا ويلاه من هذا اليوم، فيأخذ بناصيته فيضرب عنقه، فذلك يوم الوقت المعلوم منتهى أجله

“ช่วงเวลาที่ถูกกำหนด คือ วันแห่งการยืนหยัดขึ้นของกออิม (อ.) เมื่ออัลลอฮ์ทรงส่งเขา ในขณะที่เขาอยู่ในมัสยิดกูฟะฮ์ และอิบลีสได้มา จนกระทั่งมันได้นั่งคุกเข่า แล้วจะกล่าวว่า : โอ้ความวิบัติที่จะเกิดขึ้นจากวันนี้! จากนั้นกออิมก็จะจับจงอยผมของมัน แล้วฟันคอมัน แล้วนั่นก็คือวันแห่งช่วงเวลาที่ถูกกำหนด ซึ่งอายุขัยของมันจะสิ้นสุดลง” (10)

แหล่งอ้างอิง :

(1) ตัรญุมะฮ์ อิษบาตุ้ลวะซียะฮ์, อะลี บินฮุเซน มัสอูดี, แปลโดย มุฮัมมัดญะวาด นะยะฟี, หน้าที่ 7

(2) อัลกุรอาน บทอัลกะฮ์ฟิ โองการที่ 50

(3) นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์, คุฏบะฮ์ที่ 192

(4) แหล่งที่มาเดิม

(5) อัลกุรอาน บทอัลอะอ์ร๊อฟ โองการที่ 13

(6) อัลกุรอาน บทซ๊อด โองการที่ 79 - 81

(7) หนังสือฏ้อวาลิอุลอันวาร, หน้า 166 อ้างจากเว็บไซต์เมาอูด

(8) อัลฆ็อยบะฮ์, นุอ์มาน, หน้าที่ 17 : บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 2, หน้าที่ 231

(9) ดูเพิ่มเติมจาก นิตยสารรายเดือน “เมาอูด” ฉบับที่ 97

(10) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 2, หน้าที่ 231

แปล/เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles