^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 78 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7495389
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
17
6562
6579
60471
7495389

10-12-2018 เวลา 00 : 03

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

บทวิเคราะห์

การตื่นตัวของอิสลามคือผลแห่งเอกภาพของประชาชาติมุสลิม

การตื่นตัวของอิสลามคือผลแห่งเอกภาพของประชาชาติมุสลิม

        ชัยชนะของการปฏิวัติอิสลามของเราเป็นผลมาจาก “ความเป็นเอกภาพ” ของประชาชาติอิสลาม และเราเชื่อมั่นว่าการบรรลุสู่ผลสำเร็จจากเลือดของบรรดาชะฮีด (ผู้พลีชีพ) ของขบวนการต่อสู้นั้น เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงาของความเป็นปึกแผ่นของประชาชนชาวอิหร่าน บนแกนของ "วิลายะตุ้ลฟะกีฮ์" (อำนาจการปกครองของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางศาสนา) และการเป็นผู้นำของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา ซึ่งรวมพวกเราและชี้นำพวกเราภายใต้ร่มเงาของอิสลามและบนพื้นฐานของความศรัทธา (อีหม่าน)

       เอกภาพและความเป็นปึกแผ่นของมุสลิม การยึดมั่นในความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ความจำเป็นของความมีเอกภาพบนหลักของการยอมรับเตาฮีด (เอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า) สำหรับผู้ศรัทธาที่เคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้าในหน้าแผ่นดินนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งจากหลักคำสอนและข้อแนะนำหลักของศาสนาอิสลาม เป็นหลักการสำคัญขั้นพื้นฐานของพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้าที่มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน บนพื้นฐานดังกล่าวนี้เองที่คัมภีร์อัลกุอานได้อธิบายว่า หนึ่งในเป้าหมายหลักและสำคัญที่สุดของภารกิจของท่านศาสดาของอิสลาม (ซ็อลฯ) คือการประสานดวงใจและการเสริมสร้างความสนิทชิดเชื้อและความเข้าใจต่อกัน แทนที่ความเป็นปรปักษ์และความเป็นศัตรู หากใครก็ตามที่มองประวัติศาสตร์ในฐานะที่ถือว่าเป็นบทเรียนแล้ว เขาจะพบความหมายนี้จากผลงานชิ้นเอกของภารกิจและสาส์นของอิสลามอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

 وَاعْتَصِمُواْ بِحَبْلِ اللّهِ جَمِيعًا وَلاَ تَفَرَّقُواْ 

“และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮ์โดยพร้อมเพรียงกัน และจงอย่าแตกแยกกัน”

(อัลกุรอานบทอาลุอิมรอน โองการที่ 103)

      โองการนี้ คือหนึ่งในคำขวัญที่สวยงามที่สุดและสูงส่งที่สุด สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับเอกภาพและภราดรภาพ ภราดรภาพและความเป็นเอกภาพที่ท่านศาสดาแห่งความเมตตานำมาเป็นของขวัญสำหรับประชาคมของมนุษยชาติในการสืบสานภารกิจของท่านศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ท่านอื่นๆ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้เรียกร้องชาวมุฮาญิรีน (กลุ่มผู้อพยพจากนครมักกะฮ์) และชาวอันซ๊อร (ผู้ช่วยเหลือชาวมะดีนะฮ์) มาสู่พันธะสัญญาแห่งความเป็นพี่น้อง ด้วยวิธีการดังกล่าวนี้เอง เสียงเรียกร้องสู่เอกภาพได้ดังกึกก้องขึ้นเป็นครั้งแรกในบรรยากาศของนครมะดีนะฮ์ ซึ่งฟูมฟักรักษาดวงใจและจิตวิญญาณของยุคสมัยและศตวรรษต่างๆ กลิ่นหอมที่เย้ายวนใจของมันทำให้มวลมุสลิมเกิดความหลงใหล ศิลารากฐานของเอกภาพและความเป็นปึกแผ่นของอิสลามถูกวางลง คุณค่าต่างๆ อันสูงส่งของอิสลาม ภราดรภาพและความสามัคคีถูกวางลงแทนที่ค่านิยมที่ไร้แก่นสารและงมงายแห่งยุคญาฮิลียะฮ์ (ยุคอนารยะ)

      ใช่แล้ว! ท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ซ็อลฯ) ได้เรียกร้องเชิญชวนประชาคมอิสลามไปสู่การยึดมั่นต่อสายเชือกอันมั่นคงแห่งพระผู้เป็นเจ้า หลีกเลี่ยงจากความแตกแยกและการจัดตั้งประชาชาติหนึ่งเดียวขึ้นภายใต้ร่มเงาแห่งการยอมตนเป็นบ่าว (อุบูดียะฮ์) ต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยอ้างอิงโองการต่างๆ ของคัมภีร์อัลกุรอาน มุสลิมก็เช่นเดียวกัน ภายใต้การปฏิบัติตามคำเรียกร้องเชิญชวนนี้และการขับเคลื่อนไปบนเส้นทางแห่งเอกภาพ ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และเอาชนะเหนือบรรดาศัตรูได้สำเร็จ และในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานเท่าใดนัก เราก็ได้เห็นการพิชิตและชัยชนะเข้ามาสู่อ้อมกอดของอิสลาม ดังนั้นท่านทั้งหลายจงยึดสายเชือกแห่งพระผู้เป็นเจ้าโดยพร้อมเพรียงกันเถิด และจงอย่าแตกแยกกัน การมีกิบลัตหนึ่งเดียวกัน ศาสนทูตหนึ่งเดียวกัน คัมภีร์อัลกุรอานเล่มเดียวกัน คือเหตุผลที่ดีที่สุดสำหรับความเป็นเอกภาพของประชาชาติมุสลิม และเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระหว่างมุสลิมทั่วทุกมุมโลก

      ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพ วันคล้ายวันประสูติของท่านศาสดาแห่งความเมตตา ผู้อบรมขัดเกลามนุษยชาติและทูตผู้ทรงเกียรติของพระผู้เป็นเจ้าที่ถูกส่งมายังประชาชาติทั้งหลาย ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพซึ่งครอบคลุมถึงวันถือกำเนิดของผู้นำท่านที่หกของชีอะฮ์ ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพที่ทำให้แผนการทั้งหลายของบรรดาศัตรูในการสร้างความแตกแยกต้องล้มเหลว ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพซึ่งเป็นสัปดาห์แห่งรัศมีและความสุข เป็นช่วงเวลาของความปีติยินดีและความเป็นปึกแผ่น ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพที่จะทำให้ประชาชาติผู้มีวิสัยทัศน์และความเข้าใจที่ลึกซึ้งของเราเกิดการเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ทำให้บัยอัต (สัตยาบัน) ของประชาชาติของเราที่มีต่ออำนาจการปกครอง (วิลายะฮ์) และท่านผู้นำสูงสุดเกิดความมั่นคงแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ขอสดุดีต่อสัปดาห์เอกภาพที่ทำให้สาส์น พันธะกิจ (ริซาละฮ์) และเสียงเรียกร้องแห่ง "อิมามะฮ์" (ความเป็นผู้นำของอะฮ์ลุลบัยติ์ของท่านศาสดา) ดังกึกก้องไปทั่วโลก

      สัปดาห์นี้มีนัยที่สำคัญจากสองมุมมอง ประการแรกคือการตั้งชื่อว่า “สัปดาห์เอกภาพ” ในช่วงวันคล้ายวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ซึ่งวันเริ่มต้นของมันเป็นไปตามคำรายงานของพี่น้องอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ และวันสุดท้ายของมันเป็นไปตามความเชื่อของชีอะฮ์ และเนื่องจากเป็นช่วงวันแห่งความปีติยินดีและความจำเริญ ในด้านของจิตวิทยาก็นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพูดคุยกันในประเด็นของเอกภาพของมุสลิม ประการที่สองก็เช่นกัน การพิจารณาถึงบริบททางด้านมัซฮับ (นิกาย) ของประเทศอิหร่าน ดังที่เราทราบดีว่า แม้มัซฮับ (นิกาย) ที่เป็นทางการของประเทศอิหร่านจะเป็นชีอะฮ์ และจำนวนของชีอะฮ์ในประเทศนี้จะมีมากกว่า แต่หมู่ชนและประชาชนจำนวนไม่น้อยก็เลือกปฏิบัติตามมัซฮับ (นิกาย) ซุนนี และมีความเชื่อต่อนิกายนี้ ดังนั้นการมีอยู่ของความแตกต่างในท่ามกลางพวกเขา อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในประเทศอิหร่านได้เช่นเดียวกัน กระทั่งว่าอาจจะทำให้ความมั่นคงสงบสุขของประเทศตกอยู่ในอันตรายได้ ด้วยเหตุนี้เอง การรักษาเอกภาพและการกำหนดเอาส่วนหนึ่งของช่วงวันต่างๆ โดยท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ซึ่งนอกเหนือจากมิติทางด้านมัซฮับ (นิกาย) และทางบทบัญญัติศาสนาแล้ว ในมิติทางด้านสังคมและความมั่นคงสงบสุขก็นับว่าเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมและน่าคิดคำนึงยิ่ง

      ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม ได้กล่าวเกี่ยวกับสัปดาห์เอกภาพและความจำเป็นในความสามัคคีของชาวมุสลิมว่า “ท่านทั้งหลายจงรู้ถึงคุณค่าของสัปดาห์เอกภาพ และสัปดาห์ของการเคารพในเกียรติซึ่งกันและกันระหว่างมุสลิมเถิด ทุกคนจงพยายามใช้โอกาสและให้ความสำคัญต่อเอกภาพ การผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวกันและการเข้าร่วมอยู่ในแนวรบเดียวกันของขุมกำลังทั้งหลายของมุสลิม มันคือเคล็ดลับของความสำเร็จไพบูลย์ เป็นบ่อเกิดของเกียรติศักดิ์ศรีของมุสลิม และเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของประชาชาติทั้งหลายในการเผชิญหน้ากับมหาอำนาจของโลก"

การตื่นตัวของอิสลามคือผลแห่งเอกภาพของประชาชาติมุสลิม

      ดังนั้นเอกภาพคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการขจัดความเกลียดชัง ความรู้สึกขุ่นมัวในจิตใจ ความเห็นแก่ตัว การยึดติดกับกลุ่ม ความอคติทางด้านรสนิยมและความชอบส่วนตัว การเล่นพวกเล่นพ้องและการสร้างความแตกแยกต่างๆ

      สัปดาห์เอกภาพ คือแรงบันดาลใจของการขับเคลื่อน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความบริสุทธิ์ใจ มันคือเคล็ดลับของความผูกพันของมุสลิมและความเป็นปึกแผ่นของปวงชนมุสลิมผู้ศรัทธามั่นในพระผู้เป็นเจ้าและผู้ยึดมั่นในสัจธรรม มันคือธารน้ำบริสุทธิ์ที่ไหลรินมากจากมะอ์ริฟะฮ์ (การรู้จักพระผู้เป็นเจ้า) และสามัญสำนึกอันบริสุทธิ์ สู่ห้วงแห่งความกระหายของมนุษย์ผู้เป็นสิ่งถูกสร้างของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อที่ว่าเคียงข้างร่มเงาที่ให้ความสงบสุข ความเป็นที่ชื่นชอบและจิตวิญญาณที่ดำรงมั่นอยู่ในวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) จะทำให้พวกเขามองเห็นขอบฟ้าต่างๆ ที่สว่างไสวของความสำเร็จและดีงาม และใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวานชื่น ในการรอคอยการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ที่จะมาช่วยให้โลกของมวลมนุษยชาติได้รับความรอดพ้น

      สัปดาห์เอกภาพ คือช่วงเวลาแห่งพันธะสัญญาที่มีต่อเลือดของบรรดาชะฮีด (ผู้พลีชีพ) มันคือช่วงเวลาของการให้คำมั่นสัญญาใหม่อีกครั้งต่อแนวทางอิสลามและแนวทางของท่านอิมามรูฮุลลอฮ์ โคมัยนี (ร.ฮ.) ผู้ล่วงลับของเรา และการให้สัตยาบันอีกครั้งต่อผู้นำสูงสุด คือท่านอิมามคอเมเนอี (ขออัลลอฮ์ทรงพิทักษ์ปกป้องท่าน)

      สัปดาห์เอกภาพ คือฤดูกาลแห่งการเรียนรู้จากบทเรียนของครูแห่งมนุษยชาติ คือท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ตราประทับของปวงศาสดา ผู้ซึ่งด้วยความจำเริญแห่งการถือกำเนิดของท่าน ทำให้โฉมหน้าของโลกได้รับการเปลี่ยนแปลง การตั้งภาคีได้เปลี่ยนมาเป็นเตาฮีด (การยอมรับในเอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า) การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้าได้เข้ามาแทนที่การเชื่อฟังบรรดาเจว็ด ความกลับกลอก (นิฟาก) ได้เปลี่ยนเป็นสีใหม่ ความเกลียดชังและความเป็นศัตรูต่อกันที่ดำเนินมานานนับหลายปีได้เปลี่ยนเป็นความเป็นพี่น้อง "ภราดรภาพแห่งอิสลาม" ผู้อพยพ (มุฮาญิรีน) แห่งมักกะฮ์และผู้ช่วยเหลือ (อันซ๊อร) แห่งมะดีนะฮ์ได้กลายมาเป็นพี่น้องกัน ชาวอาหรับและชาวอาญัม (ผู้ไม่ใช่อาหรับ) ได้เปลี่ยนมาเป็นมิตรสนิทต่อกัน คนผิวขาวและผิวดำได้กลายมาเป็นพี่น้องกัน

      ในสัปดาห์นี้ ท่านมุฮัมมัด บินอับดุลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก เพื่อที่จะทำให้เนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราณ) ของพระผู้เป็นเจ้าเป็นที่สมบูรณ์แก่ปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อการชี้นำทางที่ถูกต้อง และภายใต้ร่มเงาแห่งความเป็นศาสดาของท่าน จะช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นออกจากความหลงผิดมาสู่ทางนำ จากความมืดมนมาสู่แสงสว่างและจากความแตกแยกมาสู่ความเป็นเอกภาพ

      การตื่นตัวของประชาชาติมุสลิมในวันนี้ คือการย้อนกลับของมุสลิมมาสู่คัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์ (แบบฉบับของท่านศาสดา) การหยิบยกปัญหาเกี่ยวกับ “วะลียุ้ลอัมร์” (ผู้ปกครองกิจการงาน) และผู้นำแห่งอิสลาม การเรียกร้องเสรีภาพ ศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และการเคลื่อนไหวในการเรียกร้องสู่เอกภาพของมวลมุสลิม ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่า เป็นส่วนหนึ่งจากผลผลิตของการปฏิวัติอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ในตลอดช่วงชีวิตของท่าน ท่านคือผู้บุกเบิกและผู้ริเริ่มการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่สำคัญขึ้นในโลกอิสลาม หนึ่งในการดำเนินการที่สำคัญของท่าน คือการเสริมสร้างเอกภาพและความเป็นพี่น้องทางศาสนาในหมู่มุสลิม มหาบุรุษผู้ปรีชาญาณท่านนี้เพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายอันศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว และเพื่อเสริมสร้างเอกภาพและการมีทิศทางเดียวกันของมวลมุสลิม ท่านยังได้เตือนประชาชาติมุสลิมจากความแตกแยกไว้ในคำพูดและข้อเขียนจำนวนมากของท่าน และชี้ให้พวกเขาเห็นถึงผลพวงต่างๆ ที่เลวร้ายและน่าขมขื่นของความขัดแย้งและความแตกแยก

      ท่านได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า "ปัจจุบันความแตกแยกในระหว่างพวกเรา จะเป็นประโยชน์แต่เฉพาะผู้ที่มิได้เชื่อมั่นทั้งต่อมัซฮับ (นิกาย) ชีอะฮ์และมัซฮับฮะนะฟี หรือมัซฮับอื่นๆ พวกเขาไม่ต้องการเป็นทั้งมัซฮับนั้นและมัซฮับนี้ แนวทางที่พวกเขาเชื่อก็คือ พวกเขาจะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างพวกท่านและระหว่างพวกเรา ด้วยการพิจารณาถึงประเด็นที่ว่า เราทุกคนเป็นมุสลิม เราทุกคนเป็นผู้ยึดถือคัมภีร์อัลกุรอาน และเราทุกคนเป็นผู้ยึดมั่นต่อเตาฮีด (เอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า) ดังนั้นเราจะต้องอุตสาห์พยายามและทำรับใช้คัมภีร์อัลกุรอานและเตาฮีด (เอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า)"

 الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي هَدَانَا لِهَذَا وَمَا كُنَّا لِنَهْتَدِيَ لَوْلا أَنْ هَدَانَا اللَّهُ
“มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้ทรงชี้นำพวกเราให้ได้รับสิ่งนี้ และใช่ว่าพวกเราจะได้รับการชี้นำก็หาไม่ หากว่าอัลลอฮ์ไม่ทรงชี้นำแก่พวกเรา”

(อัลกุรอานบทอัลอะอ์รอฟ โองการที่ 43)

وَالسَّلامُ عَلَى مَنِ اتَّبَعَ الْهُدَى

และความศานติพึงมีแด่ผู้ปฏิบัติตามทางนำ (อันถูกต้อง)


ที่มา : ส่วนหนึ่งสุนทโรวาทของท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน อายะตุลลอฮ์คอเมเนอี

แปลและเรียบเรียบ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles