^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 81 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7508574
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
6752
6450
19764
73656
7508574

11-12-2018 เวลา 21 : 06

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

ดามัสกัสในยุคสุดท้ายของโลก (อาคิรุซซะมาน)

ดามัสกัสในยุคสุดท้ายของโลก (อาคิรุซซะมาน)

      ดามัสกัสหรือดิมิชก์-อัชชาม หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ชาม” คือเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศซีเรีย ตามทัศนะที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีนั้น ท่านหญิงซัยนับ (อ.) (บุตรีของท่านอิมามอะลี (อ.) และท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.)) เสียชีวิต ณ ที่นั่น และฮะรัม (หลุมฝังศพ) ของนางตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ซัยนะบียะฮ์ของกรุงดามัสกัส คอลิด บินวาลิดได้ยึดครองแผ่นดินนี้ในปี ฮ.ศ. 14 และยุคการปกครองพันปีของชาวตะวันตกก็สิ้นสุดลง ในปี ฮ.ศ. 36 มุอาวิยะฮ์ได้ยึดเอาสถานที่แห่งนี้เป็นฐานที่มั่นของตนจนถึงปี ฮ.ศ. 127 มัรวาน บินมุฮัมมัด ได้ตั้งเมืองฮัรรอนเป็นเมืองหลวง เมืองดามัสกัสจึงเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์อุมัยยะฮ์

      เกี่ยวกับเหตุผลที่มาของการตั้งชื่อเมืองนี้ว่า “ดามัสกัส” นั้น บางคนกล่าวว่า มันถูกตั้งชื่อตามชื่อของผู้ก่อตั้งเมืองนี้ ซึ่งเขาคือ "ดะมาชิก บินอิรัม บินซาม บินนูห์" มีผู้กล่าวไว้เช่นกันว่า ผู้ก่อตั้งเมืองนี้ คือ ญีรูน บินซะอัด บินอาด บินอิรัม บินซาม บินนูห์ และเรียกมันว่า "อิร่อมะ ซาติ้ลอิมาด" มีรายงานอีกว่าดามัสกัสเป็นสถานที่ตั้งบ้านของท่านศาสดานูห์ (อ.) ท่านนำไม้จากภูเขาต่างๆ ของเลบานอนมาใช้สร้างเรือของท่าน

      เกี่ยวกับฟิตนะฮ์ (วิกฤต) และสัญญาณต่าง ๆ ของการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) รวมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในซีเรียนั้น มีคำรายงาน (ริวายะฮ์) จำนวนมากบอกข่าวเกี่ยวกับการจลาจล สงครามและแผ่นดินไหวในเมืองชาม (ประเทศซีเรีย) และดามัสกัสเอาไว้ แต่เนื่องจาก “ซุฟยานี” จะปรากฏตัวขึ้นจากเมืองดามัสกัสนี่เอง ที่ทำให้บทบาทของเมืองนี้จึงมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ในบางคำรายงาน (ริวายะฮ์) ชี้ให้เห็นว่า ซุฟยานีจะปรากฏตัวขึ้นจาก "วาดีย์ ยาบิซ" (พรมแดนระหว่างซีเรียและจอร์แดน) และอีกบางรายงานกล่าวว่า เขาจะมาจากดามัสกัส

      ในหนังสือ “อัลฆ็อยบะฮ์” ของนุอ์มานี อ้างรายงานคำพูดจากท่านอิมามบากิร (อ.) ซึ่งท่านได้กล่าวว่า

توقعوا الصوت يأتيكم بغتة من قبل دمشق فيه لكم فرج عظيم يجيئكم الصوت من ناحية دمشق بالفتح

"พวกท่านจงรอคอยเสียง (เรียกของซุฟยานี) ซึ่งจะดังมาถึงพวกท่านอย่างฉับพลันจากดามัสกัส เสียงนี้คือการคลี่คลายความทุกข์ยากอันยิ่งใหญ่ (คือการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี-อ.) สำหรับพวกท่าน ทั้งนี้ (เนื่องจาก) เสียงนี้จะนำข่าวดีเกี่ยวกับชัยชนะจากดามัสกัสมายังพวกท่าน” (1)

      เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเป็นที่มาของการปรากฏตัวขึ้นของซุฟยานีนั้น มีคำรายงาน (ริวายะฮ์) จากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ซึ่งท่านกล่าวว่า

إذا هلك علج بالشام فإذا قام العلج الأصهب وعسر عليه القلب – يعني دمشق- لم يلبث حتى يقتل فهناك الملك إلى الترك ويحلّ بالشام الغلاء وتكثر الوقائع وتقوم الحرب على قدم وساق

"เมื่อผู้ปฏิเสธ(กาฟิร) คนหนึ่งในเมืองชามเสียชีวิตลง อัศฮับ ซึ่งเป็นการฟิร (ผู้ปฏิเสธอีกคนหนึ่ง) จะก่อการกบฏ การยึดครองศูนย์กลางจะเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับเขา และไม่นานนักเขาก็จะถูกฆ่าเช่นเดียวกัน และเมื่อนั้นอำนาจการปกครองจะตกไปอยู่กับชาวเติร์ก วิกฤตสินค้าราคาแพงจะเกิดขึ้นในเมืองชาม เหตุการณ์ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นอย่างมากมาย และสงครามจะเกิดขึ้นทุกหัวระแหง” (2)

      กามิล สุไลมาน ผู้เขียนหนังสือ “เยามุ้ลค่อลาศ” กล่าวว่า จุดประสงค์ของคำว่า “ศูนย์กลาง” (ก็อลบ์) ในฮะดีษบทนี้ก็คือเมืองดามัสกัส ซึ่งอัศฮับจะถูกฆ่าในเมืองนี้โดยซุฟยานี 

    เช่นเดียวกัน ในฮะดีษอีกบทหนึ่งได้กล่าวว่า

اذا دارت رحی بنی العباس، و ربط اصحاب الرایات خیولهم بزیتون الشام، یهلک الله لهم الاصهب و یقتله و عامة اهل بیته علی ایدیهم .. و یجلس ابن آکله الاکباد علی منبر دمشق

"เมื่อโม่ของบนีอับบาซได้หมุนไป และผู้ถือธงได้ผูกม้าของพวกเขาไว้กับต้นซัยตูนของเมืองชาม พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทำให้อัศฮับพบกับความหายนะและถูกฆ่า พระองค์จะทรงทำลายทหารทั้งหมดของเขาโดยมือของพวกเขา (กองทัพของซุฟยานี)... และเมื่อถึงเวลานั้น บุตรชายของ (นางฮินด์) ผู้กินตับ ก็จะขึ้นนั่งบนมินบัร (ธรรมาสน์) ของเมือง ดามัสกัส" (3)

      จุดประสงค์ของคำว่า “บุตรชายของนางฮินด์ผู้กินตับ” ก็คือซุฟยานีซึ่งสืบเชื่อสายมาจากอบูซุฟยาน (นางฮินด์คือภรรยาของอบูซุฟยาน เมื่อท่านฮัมซะฮ์ลุงของท่านศาสดาถูกสังหารในสงครามอุฮุด เนื่องจากความแค้นนางได้ควักตับของท่านฮัมซะฮ์ออกมากินสด ๆ) 

      เกี่ยวกับแผ่นดินแรกที่ซุฟยานีจะทำการยึดครองนั้น ในคำรายงาน (ริวายะฮ์) ที่อ้างอิงมาจากท่านอิมามอะลี (อ.) ซึ่งท่านกล่าวไว้เช่นนี้ว่า

ویخرج یوم الجمعة، فیصعد منبر دمشق و هو اول، منبر یصعده ثم یخطب و یأمرهم بالجهاد و یبایعهم علی انهم لا یخالفون امره رضوه ام کرهوه

"(ซุฟยานี) จะปรากฏตัวในวันศุกร์ และจะขึ้นสู่มินบัร (ธรรมาสน์) ของเมืองดามัสกัส และนั่นคือมินบัรแรกที่เขาจะขึ้น ต่อจากนั้นเขาจะกล่าวคำปราศรัยและออกคำสั่งให้ประชาชนทำการญิฮาด (ต่อสู้) เขาจะเอาสัตยาบัน (บัยอะฮ์) จากพวกเขา ซึ่งพวกเขาจะไม่คัดค้านต่อต้านคำสั่งของเขา ไม่ว่าพวกเขาจะพึงพอใจต่อมันหรือจะรังเกียจมันก็ตาม” (4)

      ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า

حین یقترب السفیانی من دمشق یهرب حاکمها، و تجتمع الیه قبائل العرب، و یخرج الربیعی و الجرهمی و الاصهب و غیرهم من اهل الفتن و الشغب، فیغلب السفیانی من یحار به منهم و ستولی علی الشام

"เมื่อซุฟยานีเข้ามาใกล้ดามัสกัส ผู้ปกครองดามัสกัสจะหลบหนี บรรดาเผ่าชนชาวอาหรับเผ่าก็จะมารวมตัวอยู่กับเขา ร่อบีอี ญุรฮะมี อัศฮับและคนอื่น ๆ จากพวกก่อวิกฤต (ฟิตนะฮ์) และสร้างความไม่สงบจะก่อกบฏต่อเขา แต่ซุฟยานีก็เอาชนะพวกที่ทำการสู้รบกับตนได้ และจะพิชิตเหนือเมืองชาม" (5)  

      ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า

إذا استوى السفياني على الكور الخمس: دمشق، وحمص، وحلب، والأردن، وقنسرين، فعدوا له تسعة أشهر

"เมื่อซุฟยานีได้พิชิตเหนือห้าแคว้น คือ ดามัสกัส, ฮัมศ์ (ฮ็อมส์) , ฮะลับ (อเลปโป), จอร์แดนและก็อนนิสรีน ดังนั้นพวกท่านจงนับไปเก้าเดือนสำหรับเขา" (6)

     มีปรากฏในฮะดีษต่าง ๆ ว่า กองทัพของซุฟยานี หลังจากการปรากฏกาย (ซุฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะถูกธรณีสูบโดยพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าในพื้นที่โล่งที่มีชื่อว่า "บีดาอ์" มีเพียงสองคนที่เหลือรอดอยู่ ซึ่งมะลาอิกะฮ์จะตบไปที่บุคคลทั้งสอง ใบหน้าของบุคคลทั้งสองจะพลิกกลับไปด้านหลัง คนหนึ่งจะถูกส่งตัวไปยังศัตรูของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) โดยเขาจะเตือนบุคคลเหล่านั้น อีกคนหนึ่งมีนามว่า “บะชีร” เขาจะไปยังกองทัพของท่านอิมาม (อ.) และแจ้งข่าวดีแก่ท่านอิมาม (อ.) เกี่ยวกับการถูกทำลายของกองทัพของซุฟยานี ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้บอกข่าวถึงการจบสิ้นของซุฟยานีไว้เช่นนี้ว่า

و لا تکون ساعة حتي يهلک الله اصحاب السفياني كلهم و لا يبقي علي الارض غيره وحده. فيأخذه المهدي (ع) فيذبحه تحت الشجرة التي اغصانها مدلاة علي بحيرة طبرية و يملک مدينة دمشق.

"... และเวลาผ่านไปไม่นานนัก อัลลอฮ์จะทรงทำลายกองทัพทั้งหมดของเขา (ซุฟยานี) และจะไม่เหลือใครเลยบนแผ่นดินนั้นนอกจากเขาเพียงคนเดียว ต่อมามะฮ์ดี (อ.) จะจับกุมเขา (ซุฟยานี) และตัดศีรษะเขาภายใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งกิ่งก้านของมันจะชี้ไปทางทะเลสาบฏ็อบรียะฮ์ และเขาจะปกครองเมืองดามัสกัส" (7) 

     นอกจากนี้ ท่านอิมามอะลี (อ.) ยังได้กล่าวอีกว่า

لأبنین بمصر منبراًً، و لأنقضنّ دمشق حجراً حجراً، و لأخرجنّ الیهود من کلّ کور العرب، و لأسوقنّ العرب بعصای هذه یفعله رجل منّی

"ฉันจะสร้างมินบัร (ธรรมาสน์) ขึ้นสำหรับอียิปต์ ฉันจะทำลายดามัสกัสลงอย่างราบคาบ ฉันจะขับไล่ชาวยิวออกจากดินแดนอาหรับทั้งหมด และฉันจะไล่ต้อนชาวอาหรับ (เข้าสู่สัจธรรม) ด้วยกับไม้เท้าของฉัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ บุรุษผู้หนึ่งจาก (เชื้อสาย) ของฉันจะกระทำมัน" (8) 

     นอกจากนี้ ยังมีปรากฏในบางฮะดีษว่า ท่านศาสดาอีซา (อ.) จะลงมาจากฟากฟ้าจากทางทิศตะวันออกของดามัสกัส (9)

     ดังนั้น ดังที่ได้เห็นแล้วว่า ดามัสกัสซึ่งเป็นหนึ่งในแคว้นทั้งห้านั้น ซุฟยานีจะทำการยึดครอง และทำนองเดียวกัน มันจะมีบทบาทสำคัญในยุคสุดท้ายของโลก (อาคิรุซซะมาน)
นิตยสารเมาอูด อันดับที่ 99


เชิงอรรถ :

1) อัลฆ็อยบะฮ์ อันนุอ์มานี หน้าที่ 149, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 1106
2) รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 992 
3) อัลฮาวี ลิลฟะตาวา เล่มที่ 2 หน้าที่ 141, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 995
4) อิลซามุนนาซิบ หน้าที่ 198, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 1088
5) รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 1116
6) อัลฆ็อยบะฮ์ อันนุอ์มานี หน้าที่ 163, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 2 หน้าที่ 1129
7) อัลมะลาฮิม วัลฟิตัน หน้าที่ 123, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 1 หน้าที่ 471
8) บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 53 หน้าที่ 60, อ้างอิงจาก : รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 1 หน้าที่ 472

      ในฮะดีษอีกบทหนึ่ง กล่าวไว้เช่นนี้ว่า

عن عبایة الأسدی قال: سمعت أمیرالمؤمنین (علیه السلام) و هو متّکِئ و أنا قائم علیه: لأبنین بمصر منبراً منیراً، ولأنقضنّ دمشق حجراً حجراً، و لأخرجنّ الیهود و النّصاری من کلّ کور العرب، و لأسوقنّ العرب بعصای هذه. قال: قلت له: یا أمیر المؤمنین! کأنّک تخبر أنّک تحیی بعد ما تموت! فقال: هیهات یا عبایة! ذهبت فی غیر مذهب، یفعله رجل منّی

“มีรายงานจากอะบายะฮ์ กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านอมีรุลมุอ์มินีน (อ.) กล่าวในขณะที่ท่านนั่งเอนกายและฉันยืนอยู่หน้าท่าน ซึ่งท่านกล่าวว่า “ฉันจะสร้างมินบัร (ธรรมาสน์) ที่จะชี้ทางสว่างขึ้นในอียิปต์ ฉันจะทำลายดามัสกัสลงอย่างราบคาบ ฉันจะขับไล่ชาวยะฮูดีและชาวนัศรอนีออกจากดินแดนอาหรับทั้งหมด และฉันจะไล่ต้อนชาวอาหรับ (เข้าสู่สัจธรรม) ด้วยกับไม้เท้านี้ของฉัน”

     อะบายะฮ์ กล่าวว่า ฉันกล่าวกับท่านว่า “โอ้ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน! ดูเหมือนว่าท่านกำลังบอกข่าวว่า ท่านจะมีชีวิตขึ้นใหม่ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว”

    ดังนั้น ท่านจึงตอบว่า “หามิได้ โอ้อะบายะฮ์ (จุดประสงค์ของฉัน) ไม่ใช่ดังที่เจ้าคิด (แต่ทุกสิ่งเหล่านี้) บุรุษผู้หนึ่งจาก (เชื้อสาย) ของฉันจะกระทำมัน” (บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 53 หน้าที่ 59)
9) รูซกอเร่ ระฮออี เล่มที่ 1 หน้าที่ 552


แปลและเรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles