^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 55 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7517226
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
1725
6111
28416
82308
7517226

13-12-2018 เวลา 07 : 08

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

มุฮัมมัด อาลี เคลย์ ตำนานแชมป์มวยโลก สาเหตุการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์

สาเหตุการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์

        ดั่งที่ได้กล่าวไปแล้วว่า บางคนเชื่อว่าการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์เป็นการประท้วงอย่างหนึ่งในการต่อต้านวัฒนธรรมที่ปกคลุมอยู่ในสังคมของคนผิวขาวในขณะนั้น แต่ความจริงก็คือ ภาพลักษณ์ของความเป็นพี่น้องและความเท่าเทียมกันในศาสนาอิสลามได้ดึงดูดแคสเซียส เคลย์ และเป็นสาเหตุทำให้เขาได้เปลี่ยนชื่อจาก “เคลย์” มาเป็น “มุฮัมมัดอาลี”

        Rahyafte รายงาน : อิสลามศาสนาแห่งฟากฟ้าและการยอมรับในเอกานุภาพของพระเจ้า เป็นหนึ่งในศาสนาซึ่งด้วยเหตุผลของการโจมตีอย่างมากมายและการโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านมันได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสื่อต่าง ๆ ของโลก ทำให้มันได้รับความสนใจและเป็นความท้าทายอย่างจริงจัง กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทางด้านนิติศาสตร์อิสลาม (ฟิกฮ์) ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อส่วนใหญ่ของตะวันตกและโดยนักวิชาการตะวันตก กระทั่งว่าการต่อต้านอิสลามและการสร้างความเกลียดชังแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีต่ออิสลามและชาวมุสลิมนั้น ได้กลายเป็นภารกิจที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของนักการเมืองและสื่อต่าง ๆ ของตะวันตกไปเลยทีเดียว

       ในบริบทนี้การสร้างความหวาดกลัวและความเกลียดชังต่ออิสลามได้ก่อรูปขึ้นเป็นกระแสที่มีขอบข่ายกว้างขวางในการเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ต่อต้านอิสลาม แต่เราก็ได้เห็นในสังคมตะวันตกมีการหันมาสนใจอิสลามอย่างกว้างขวางด้วยเช่นกัน กระทั่งว่าตั้งแต่สามัญชนทั่วไปในสังคมไปจนถึงบุคคลผู้มีชื่อเสียงและบรรดาศิลปิน ได้มีการเปลี่ยนศาสนาและเลือกอิสลามเป็นศาสนาของตนเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเป็นประวัติการณ์

        การวิเคราะห์และการศึกษาลักษณะมุมมองใหม่ของมุสลิมที่มีต่ออิสลาม และเหตุผลของการเปลี่ยนศาสนานี้ นับเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและน่าใคร่ครวญอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากว่าเมื่อพิจารณาถึงบริบทของการต่อต้านอิสลามและการโฆษณาชวนเชื่ออย่างกว้างขวางและการบีบครั้นทางสังคมที่เพิ่มทวีขึ้นในแต่ละวันที่มีต่อชาวมุสลิมในโลกตะวันตก คำถามพื้นฐานนี้ที่มีการหยิบยกขึ้นมาก็คือว่า ทำไมบุคคลผู้นี้จึงเปลี่ยนมาเป็นมุสลิม

        หนึ่งในบรรดาบุคคลที่เหตุผลในการเข้ารับอิสลามของเขาเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก นั่นก็คือ แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์ (Cassius Marcellus Clay Jr.) ผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1942 ในหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา

แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ ในสังคมอเมริกามีสถานะและได้รับความรักความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นนักมวยโลกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ และได้รับรางวัลแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทถึงสามครั้ง เขาได้หันเข้าสู่การฝึกชกมวยสากลตั้งแต่อายุ 12 ปี และประสบความสำเร็จในด้านนี้ ในอาชีพการชกมวยของเขา เขาได้รับชัยชนะถึง 56 ครั้ง และแพ้เพียง 5 ครั้งเท่านั้น

การเรียนชกมวยด้วยเหตุผลที่จักรยานถูกขโมย

        เรื่องราวของการเรียนชกมวยของแคสเซียส เคลย์นั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก ในขณะที่เขามีอายุสิบสองปี จักรยานของเขาถูกขโมย และแทนที่เขาจะร้องไห้และขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของเขา เขากลับไปหาโจมาร์ตินซึ่งเป็นตำรวจท้องที่ โจมาร์ตินซึ่งเป็นครูมวยได้เสนอแนะต่อแคสเซียส เคลย์ว่าให้เรียนรู้การชกมวยและการต่อสู้ภายใต้การดูแลของตน แม้ว่าแคสเซียส เคลย์จะเริ่มต้นการชกมวยในวัยเด็ก แต่เขาก็สามารถซื้อรถยนต์ให้พ่อแม่ของเขาได้ตั้งแต่ในช่วงอายุ 20 ปี

       หลังจากที่ได้รับชัยชนะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงโรมในปี 1960 แคสเซียส เคลย์ได้กลายเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์และมีความดึงดูดใจอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกัน กระทั่งในปี 1991 เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และสื่อจำนวนมากได้ขนานนามเขาว่า “นักชกมวยรุ่นยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล”

       หลังจากความสำเร็จในการแข็งขันกีฬาชกมวย แคสเซียส เคลย์ ได้ออกอัลบั้มเป็นการเชิดชูความสามารถของตนเองในชื่อ “ผมคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด” ในความเป็นจริงแล้วนี่เป็นเพียงการแสดงความสามารถของเขาเท่านั้น ที่กลายเป็นสื่อในการโฆษณาอย่างกว้างขวางสำหรับแคสเซียส เคลย์

       ในขณะที่ชาวมุสลิมโดยทั่วไปในสหรัฐอเมริกาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับความเกลียดชังนั้น แคสเซียส เคลย์ เนื่องจากมีความประทับใจในตัว “แมลคัม เอ็กซ์” (นักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิมและชาวอเมริกันผิวดำ) ทำให้เขารู้จักกับชาวมุสลิมผิวดำกลุ่มต่าง ๆ และได้เข้าสมทบกับพวกเขา และสิ่งนี้เองที่เป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเปลี่ยนมานับถืออิสลามของแคสเซียส เคลย์ เนื่องจากในช่วงเวลานั้นการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของคนผิวดำในอเมริกากำลังอยู่ในจุดสูงสุด

จาก “แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จูเนียร์” ไปสู่ “มุฮัมมัด อาลี”

        ในช่วงเริ่มแรกเนื่องจากความประทับใจในตัวแมลคัม เอ็กซ์ แคสเซียส เคลย์จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แคสเซียส เอ็กซ์” แต่ต่อมา  อีไลจาห์ มุฮัมมัด ซึ่งเป็นผู้นำมุสลิมในสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งชื่อให้เขาว่า "มุฮัมมัด อาลี"

        ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคสเซียส เคลย์ได้ขอร้องจากทุกคนว่า อย่าเรียกชื่อเขาว่า “เคลย์” อีก และให้เรียกเขาว่า “มุฮัมมัด อาลี” แทน เขาได้ประกาศว่า "เคลย์" นั้นเป็นชื่อที่บรรพบุรุษที่เป็นทาสได้ตั้งให้ และเคลย์ (Clay) ในภาษาอังกฤษหมายถึง ดินและโคลน

        มุฮัมมัด อาลีได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า : “แคสเซียส เคลย์” (Cassius Clay) เป็นชื่อของทาสคนหนึ่ง ผมไม่ได้เป็นคนเลือกชื่อนี้ และผมไม่ต้องการชื่อนี้ ผมคือมุฮัมมัด อาลี เป็นเสรีชนคนหนึ่ง และผมขอให้ประชาชนทุกคนเมื่อจะพูดกับผมหรือจะพูดคุยเกี่ยวกับผมให้พวกเขาใช้ชื่อนี้

ทำไม แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ จึงเปลี่ยนมาเป็นมุสลิม?

        นักวิจารณ์บางคนเชื่อว่า สาเหตุการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์นั้นเกี่ยวข้องกับสีผิวของเขา เนื่องจากเขาเป็นคนผิวดำ และในความเป็นจริงแล้วการเข้ารับอิสลามของเขาเป็นเพียงการประท้วงอย่างหนึ่งในการต่อต้านวัฒนธรรมที่ปกคลุมอยู่ในสังคมของคนผิวขาวชาวอเมริกันในขณะนั้น แต่ความจริงแล้วการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์ สามารถรับรู้ได้จากคำพูดต่าง ๆ ของเขาที่แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของอิสลาม

        แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ กล่าวว่า : “ผมเคยมีช่วงเวลาที่สวยงามอย่างมากในชีวิต แต่จวบจนถึงขณะนี้ผมไม่เคยมีความรู้สึกใด ๆ ที่เหมือนกับช่วงเวลาที่ผมยืนอยู่บนภูเขาอารอฟาตในพิธีฮัจญ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พิเศษยิ่งและไม่มีใครเหมือน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เนื่องจากบรรยากาศทางจิตวิญญาณที่ไม่สามารถอธิบายได้ที่ผู้แสวงบุญจำนวนหนึ่งพันห้าร้อยล้านคน ที่กำลังทำการอธิษฐานและวิงวอนขอต่อพระเจ้าให้ทรงอภัยโทษความผิดบาปต่าง ๆ ของพวกเขา และให้ทรงประทานเนี๊ยะอ์มัต (ความดีงาม) ต่าง ๆ อันเป็นพิเศษของพระองค์แก่พวกเขา

       นี่คือประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่าประทับใจเป็นพิเศษอย่างมาก เนื่องจากผมได้มองเห็นประชาชนสีผิวต่าง ๆ เชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกัน ทั้งที่เป็นบุคคลสำคัญทางศาสนา ผู้นำประเทศและสามัญชนทั่วไปจากประเทศทั้งหลายที่ยากจนอย่างมาก ที่สวมใส่ผ้าสองชิ้นสีขาวและเรียบง่ายเหมือนกันทำการวิงวอนและภาวนาขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยที่ไม่มีความรู้สึกถึงความลำพองตนและความต่ำต้อยไร้เกียรติแต่อย่างใด ในความเป็นจริงแล้วสำหรับผมนี่คือภาพสะท้อนในทางปฏิบัติให้เห็นถึงความหมายของคำว่า ความเท่าเทียมกันในอิสลาม”

       ในความเป็นจริงแล้วชีวิตของแคสเซียส เคลย์ หลังจากการเข้ารับอิสลามแล้วนั้นไปไกลยิ่งกว่าความเป็นแชมเปี้ยนส์มวยโลก เขาได้กลายเป็นนักเคลื่อนไหวทางด้านสังคมในด้านเกี่ยวกับการช่วยเหลือให้เกิดสันติภาพและมนุษยธรรมในคำพูดต่างๆ ของแคสเซียส เคลย์ หลังจากการแข่งขันชกมวยของเขาไม่มีคำพูดใดๆ เกี่ยวกับการยกย่องเชิดชูและการคุยโตเกี่ยวกับตัวเองอีกเลย ทว่าในคำพูดต่างๆ ของตนนั้นเขาจะกล่าวถึงความสำคัญของอิสลามในฐานะพลังทางด้านจิตวิญญาณในชีวิตของตน

แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์ ปฏิเสธการเข้าร่วมสงครามเวียตนามเนื่องจากความเชื่อในอิสลามของเขา

        ในปี 1966 แคสเซียส เคลย์ ถูกเรียกตัวให้เข้าร่วมในสงครามเวียตนาม แต่เขาได้ประกาศว่า เขาจะไม่จุดไฟเผาเพื่อนมนุษย์ชาวเวียตนามอย่างเด็ดขาด ประเด็นนี้ได้มีการกล่าวขานถึงกันในระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากนั้นทำให้เขาถูกห้ามเข้าร่วมในการแข็งขันชกมวยเป็นเวลาถึง 5 ปี และใบอนุญาตในการเป็นนักมวยได้ถูกระงับ แต่ต่อมาคำตัดสินลงโทษนี้ได้ลดลงเหลือเพียง 3 ปี

       แคสเซียส เคลย์ ถือว่าการเข้าร่วมในสงครามนี้ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาอิสลาม และเขาได้ปฏิเสธที่จะไปแสดงตัวต่อกองทัพอเมริกา เขาได้อธิบายเหตุผลการปฏิเสธการเข้าร่วมในสงครามเวียตนามเช่นนี้ว่า : “สงครามนี้ขัดแย้งกับคำสอนของคัมภีร์อัลกุรอานอันทรงเกียรติ ผมไม่มีเจตนาที่จะละเมิดหน้าที่ความรับผิดชอบ แต่ชาวมุสลิมถูกสั่งไม่ให้เข้าร่วมในสงครามใด นอกจากจะถูกประกาศจากพระผู้เป็นเจ้าหรือท่านศาสนทูตเท่านั้น เราจะไม่เข้าร่วมในสงครามของชาวคริสต์หรือบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา (กุฟฟาร)  ผมไม่มีปัญหาใด ๆ กับชาวเวียตนาม จนถึงขณะนี้ไม่มีชาวเวียตนามคนใดกล่าวกับผมว่า ผมเป็นนิโกร (คนผิวดำ)”

       หลังจากที่เขาได้แสดงทัศนะเช่นนี้ สื่อต่าง ๆ ของอเมริกาได้ทำการวิพากษ์วิจารณ์ “มุฮัมมัด อาลี” อย่างรุนแรง และได้เรียกเขาว่า “ผู้ทรยศต่อชาติ” นอกจากนี้คณะกรรมการนักกีฬาของรัฐนิวยอร์กและสมาคมมวยโลกได้ระงับเขาและได้เอาเหรียญแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทต่าง ๆ ไปจากเขา

       มุฮัมมัด อาลี ได้กล่าวในการแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการดำเนินการเหล่านี้ว่า : “ผมจะมอบคืนเหรียญต่าง ๆ ของผม ผมจะสูญเสียความร่ำรวยของผม และบางทีอนาคตของผมก็อาจจะต้องพบกับความเสียหาย มนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากมายเนื่องจากความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา ต่างก็ได้ถูกทดสอบแบบเดียวกันนี้ หากผมประสบความสำเร็จอย่างภาคภูมิใจจากการทดสอบนี้ ผมจะเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ผ่านมา”

มุมมองของบรรดานักวิจารณ์เกี่ยวกับการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์

        ดั่งที่ได้กล่าวไปแล้วว่า บางคนเชื่อว่าการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์เป็นการประท้วงอย่างหนึ่งในการต่อต้านวัฒนธรรมที่ปกคลุมอยู่ในสังคมของคนผิวขาวในขณะนั้น แต่ความจริงก็คือภาพลักษณ์ของความเป็นพี่น้องและความเท่าเทียมกันในศาสนาอิสลามได้ดึงดูดแคสเซียส เคลย์ และเป็นสาเหตุทำให้เขาได้เปลี่ยนชื่อจาก “เคลย์” มาเป็น “มุฮัมมัด อาลี”

        อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างของบรรดานักวิจารณ์เกี่ยวกับสาเหตุการการเข้ารับอิสลามของแคสเซียส เคลย์นั้นเป็นความเท็จอย่างแท้จริง ทั้งนี้เนื่องจากว่าถ้าหากการเข้ารับอิสลามของเขาเป็นแค่เพียงการประท้วงทางสังคมเท่านั้น เขาสามารถที่จะทำการประท้วงทางสังคมนี้ได้ดีกว่าและลุ่มลึกกว่าโดยอาศัยสถานะความเป็นแชมป์มวยโลกของเขา เพื่อที่ว่าสื่อต่าง ๆ จะให้การสนับสนุนเขามากกว่า

        แต่มุฮัมมัด อาลี ด้วยกับการไม่ไปเข้าร่วมสงครามเวียตนามและการเลือกที่จะปฏิบัติตามความเชื่อแห่งอิสลามของตนนั้น เขาได้ทำให้สถานภาพของเขาในสื่อต่างๆ และในวงการมวยเกิดความสั่นคลอน และในกรณีทั้งหมดเหล่านี้เป็นประจักษ์พยานและเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า เขาได้เลือกอิสลามเนื่องจากเหตุผลที่มันสามารถตอบสนองความต้องการทางด้านความคิดและจิตวิญญาณของเขาได้ ดังที่จะเห็นได้จากคำพูดต่าง ๆ ของเขา เขาถือว่าช่วงเวลาต่าง ๆ ที่เขาได้อยู่ในพิธีฮัจญ์นั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดและน่าประทับใจที่สุดสำหรับเขา และได้อธิบายว่า ทุกเชื้อชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ คนจนและคนรวย ทั้งหมดล้วนทำการอิบาดะฮ์ (นมัสการ) ต่อพระเจ้าของตนในรูปแบบเดียวกัน ภายใต้การสวมใส่ผ้าสีขาวสองชิ้นเหมือนกัน

        โดยแท้จริงแล้ว มุฮัมมัด อาลี ได้เข้ารับอิสลาม เนื่องจากรับรู้ถึงข้อเท็จจริงด้านในของโองการที่ว่า :

أَیُّهَا النَّاسُ إِنَّا خَلَقْناکُمْ مِنْ ذَکَرٍ وَ أُنْثى‏ وَ جَعَلْناکُمْ شُعُوباً وَ قَبائِلَ لِتَعارَفُوا إِنَّ أَکْرَمَکُمْ عِنْدَ اللَّهِ أَتْقاکُمْ إِنَّ اللَّهَ عَلیمٌ خَبیر

“โอ้มนุษย์เอ๋ย! แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นกลุ่มชนและต่าง ๆ เพื่อพวกเจ้าจะได้ทำความรู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮ์นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงที่สุดในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงรอบรู้ อีกทั้งทรงปราดเปรื่องยิ่ง”

(อัลกุรอาน บทอัลฮุญะรอต โองการที่ 13)

ที่มา : Rahyafte

แปล : ศูนย์สารทนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles