^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 61 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7187774
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5074
7094
46870
135251
7187774

20-10-2018 เวลา 12 : 19

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

เรื่องราวของการเข้ารับอิสลามของชายชาวไซออนิสต์

 “มุฮัมมัด อาหรับ” เป็นบุคคลที่สำนึกผิดคนหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา เขากล่าวว่า “ด้วยกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผมในสถานที่ทำงาน ได้กลายเป็นสาเหตุในการเข้ารับอิสลามของเพื่อนชาวยิวไซออนิสต์คนหนึ่งของผม” ด้วยกับตรรกะและเหตุผล ชายผู้ซึ่งต่อต้านการมีศาสนา เขาได้กล่าวว่า “ผมปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในลักษณะที่ว่า หากวันสิ้นโลกเกิดขึ้น ผมจะได้ไม่ขาดทุน”

       เขาได้เล่าเกี่ยวกับชีวประวัติสั้นๆ ของเขาไว้ดังนี้ว่า “ผมมีโอกาสเข้าไปอยู่ในอเมริกาเมื่อตอนอายุ 14 ปี  ตอนแรกได้เข้าไปอยู่ในรัฐจอร์เจีย หลังจากนั้นได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในลอสเองเจลิส ผมจบการศึกษาด้านวัฒนธรรมตะวันตกและงานด้านวิศวกรรม และผมก็มีความหลงใหลอย่างมากมายในด้านดนตรี”

       มุฮัมมัด อาหรับ : ในนิทรรศนะเกี่ยวกับบรรดาผู้ที่ได้รับทางนำ ซึ่งถูกจัดขึ้นโดยองค์กรของชะฮีด Edoardo Agnelli ในกรุงเตหะราน เขาได้กล่าวถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงและการหวนคืนสู่ศาสนาอิสลามของเขา ซึ่งเขาเรียกมันว่า “เป็นแบบฉบับดั้งเดิมของอิหร่าน” เขากล่าวเสริมอีกว่า “เมื่อครั้งที่ผมต้องการเดินทางไปร่วมงานรื่นเริงที่ประเทศบราซิล พี่สาวของผมเธอรู้ได้ทันทีว่าผมจะต้องอยู่ในการเดินทางครั้งนี้อย่างยาวนานแน่นอน เธอได้ไห้ผมเดินก้มศีรษะลอดอัลกุรอาน ซึ่งคุณยายของเราได้นำมาจากอิหร่านเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพื่อที่ว่าผมจะได้ต่อสู้กับคำพูดต่างๆ และตรรกะที่ผิดพลาดและใช้ประโยชน์จากมันในการต่อสู้กับตัวเอง ผมได้หยิบอัลกุรอานจากพี่สาวและใส่ลงไปในเป้ของผม แต่ทว่า การอ่านคัมภีร์อัลกุรอานได้ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ไม่เพียงแต่ผมไม่เดินทางไปร่วมงานรื่นเริง แต่กลับกลายเป็นว่าพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงปลดโซ่ตรวนและให้ความรอดพ้นแก่ผม และได้แสดงไห้ผมได้เห็นถึงเสี้ยววินาทีที่สำคัญอย่างมากมาย”

       เขากล่าวเสริมอีกว่า “ในสองสัปดาห์ที่ผมอยู่ในป่าของประเทศบราซิล ผมได้รับรู้ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่พวกเขากราบไหว้พระเจ้าองค์เดียวและเป็นผู้ที่แสวงหาพระผู้สร้าง ซึ่งสิ่งนี้ครอบครัวชาวอินเดียนแดงได้สอนให้ผมได้รู้และประจักษ์ได้จากการกระทำโดยธรรมชาติของพวกเขา ขณะที่ผมอยู่ที่นั่นในทุกเวลาบ่ายคล้อยผมจะอ่านอัลกุรอาน สิ่งนี้สำหรับผมแล้วเป็นสิ่งที่ประทับใจอย่างมาก ผมรับรู้ได้ว่าคำพูดต่างๆ เหล่านี้คือพระดำรัสของพระเจ้า ในโองการที่ 23 ถึง 24 ของบทอัลบากอเราะฮ์ สำหรับผมนั้นถือว่าเป็นที่ประจักษ์แจ้งอย่างสมบูรณ์ที่สุด ถึงสาเหตุของการเป็นคัมภีร์จากฟากฟ้าของอัลกุรอาน ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวไว้ในโองการนี้ว่า พวกเจ้ามีเวลาถึงวันสิ้นโลกที่จะนำโองการที่เหมือนกับคัมภีร์นี้มา และด้วยกับความมั่นใจทั้งหมดนี้ได้ทำให้ผมกลายเป็นผู้ศรัทธาและเป็นมุสลิมอีกครั้งหนึ่ง”

         มุฮัมมัด อาหรับ ได้กล่าวเสริมอย่างต่อเนื่องว่า “แม้ว่ากุรอานเล่มนี้ได้ตกลงไปในแม่น้ำอเมซอนถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน แต่ผมก็ยังคงมีกุรอานเล่มนี้อยู่ และเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างมากมายสำหรับผม”

        เขาได้ชี้ให้เห็นถึงการศึกษาทางวิชาการในตะวันตกว่า “ตลอดเวลาหลักสูตรการศึกษาทางสังคมวิทยาจะบอกกับเราว่า ศาสนาคือรากฐานประการหนึ่งของสังคม แต่ทว่ามันคือศาสนาอะไร? ศาสนาที่ถูกบิดเบือนไปแล้วหรือว่าศาสนาที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น  ในทัศนะของผมศาสนาที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงใดๆ คือหนทางในการรอดพ้น”

        เขากล่าวว่า “การเผชิญหน้ากับครอบครัวของเขาถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ” และเขากล่าวอีกว่า “หลังจากที่ผมกลับมาจากบราซิล เมื่อพวกเขาพบเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันของผม พวกเขาได้ให้ความสนใจมาก โดยเริ่มที่พี่สาวของผม เธอจะช่วยในเรื่องการทำวุฎูอฺและทำนมาซของผม”

        มุฮัมมัด อาหรับ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่สามารถทำให้เพื่อนที่ไม่ใช่มุสลิมของเขาได้กลายมาเป็นมุสลิม ด้วยกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ ของผมในที่ทำงาน ได้กลายเป็นสาเหตุในการเข้ารับอิสลามของเพื่อนชาวยิวไซออนิสต์คนหนึ่งของผม ซึ่งด้วยกับตรรกะและเหตุผลที่ชายผู้ซึ่งต่อต้านการมีศาสนา เขาได้กล่าวว่า “ฉันปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในลักษณะที่ว่า หากวันสิ้นโลกเกิดขึ้น ฉันจะได้ไม่ขาดทุน”

       เขาเสริมอีกว่า ผมมีความหลงใหลในดนตรีอย่างมาก แต่ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงของผม  ผมก็ได้หันหลังให้กับเครื่องดนตรีทุกชนิด และหลังจากที่ผมได้รู้จักกับอิสลามมากขึ้นและผมมีความผูกพันกับอิสลาม ผมก็ตัดสินใจหันกลับไปหาดนตรีอีกครั้งแต่ทว่าด้วยกับเป้าหมายที่จะใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่อิสลาม และเป็นระยะเวลานานพอสมควรที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมความคิดที่ผิดพลาดของผมให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมเข้าใจแล้วว่าผมสามารถใช้ประโยชน์จากดนตรีในการรับใช้ศาสนานี้ได้ งานของผมในด้านดนตรีสามารถให้เบาะแสและข้อมูลต่างๆเพื่อที่ว่าประชาคมโลกจะได้รู้จักกับนามต่างๆ เช่น อิมามฮูเซน(อ)

       มุฮัมมัด อาหรับ ได้พูดทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมรู้สึกเกลียดตัวเอง แต่ไม่ใช่จากสิ่งแวดล้อมหรือว่าเพื่อนๆ ผมเกลียดตัวเองว่าทำไมเมื่อสิบปีก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้เลย และทำไมผมไม่ทำความรู้จักกับศาสนานี้ ผมวิงวอนขอพรอยู่ตลอดเวลาให้แก่เพื่อนๆ ของผมที่อยู่ในสังคมนั้น ผมรู้สึกเจ็บปวดที่พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์จากขุมคลังที่ยิ่งใหญ่นี้”

บทความโดย : มุฮัมมัด อาหรับ

แปล/เรียบเรียง : อามีนะฮ์ ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles