^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 252 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7546406
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
6524
5473
11997
111488
7546406

17-12-2018 เวลา 17 : 27

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

“อีดฆอดีร” อีดอาลิมุฮัมมัด

       อีดฆอดีร คืออีดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ณ อัลลอฮ์ เป็นอีดอาลิมุฮัมมัด (วันแห่งการเฉลิมฉลองของวงศ์วานของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และเป็นวันอีดที่มีคุณค่าที่สุดและมีความสูงส่งที่สุดในอิสลาม ในทัศนะของชาวชีอะฮ์ในช่วงเวลาตลอดทั้งปีนั้น ไม่มีวันใดจะมีความจำเริญ (บะรอกัต) และมีความดีงามมากไปกว่าวันนี้ ทั้งนี้เนื่องจากท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) ได้กล่าวไว้ว่า

 ان یوم غدیر خم بین الفطر و الاضحى و الجمعه کالقمر بین الکواکب

“แท้จริงวันฆอดีรคุม ท่ามกลางวันอีดิลฟิฏรี่ วันอีดิลอัฎฮาและวันศุกร์นั้น เปรียบได้ดั่งดวงจันทร์ที่อยู่ท่ามกลางดวงดาวทั้งหลาย...” (1)

       นับเป็นถ้อยคำที่มีความละเอียดอ่อนยิ่งนักที่ท่านอิมาม (อ.) ได้เปรียบเทียบวันอีดฆอดีรเหมือนกับดวงจันทร์ และเปรียบเทียบวันอีดอื่น ๆ เหมือนดั่งดวงดวงที่อยู่ท่ามกลางดวงจันทร์ ทั้งนี้เนื่องจากในวันอันยิ่งใหญ่นี้ พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งได้ทรงประกาศว่า :

 الیوم اکملت لکم دینکم و اتممت علیکم نعمتى و رضیت لکم الاسلام دینا 

“วันนี้ข้าได้ทำให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์สำหรับพวกเจ้าแล้ว และข้าได้มอบความโปรดปรานของข้าครบถ้วนแก่พวกเจ้าแล้ว และข้าพึงพอใจแล้วที่จะให้อิสลามเป็นศาสนาของพวกเจ้า” (2)

       เนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราน) อันยิ่งใหญ่แห่งอิสลามนั้น ถือเป็นเนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราน) ที่ทรงคุณค่าที่สุด ซึ่งไม่อาจจะสมบูรณ์และเป็นจริงขึ้นมาได้เว้นเสีย แต่ด้วยกับวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) ของท่านอิมามอะลี (อ.) ดั่งที่ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวว่า

 وَ لَمْ يُنادَ بِشَىءٍ ما نُودِىَ بِالوِلايَةِ يَوْمَ الغَدِيرِ

“ไม่มีสิ่งใดที่ถูกเรียกร้อง (ให้ยึดมั่นปฏิบัติตาม) เหมือนดังที่ถูกเรียกร้องในเรื่องของวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) ในวันฆอดีร” (3)

        มุฮิบบุดดีน อัฏฏ็อบรี นักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่ชาวซุนนีท่านหนึ่งได้รายงานว่า ศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้กล่าวว่า

 اذا جمع الله الاولین و الاخرین یوم القیامة و نصب الصراط على جسر جهنم، لم یجزها احد الا من کانت له براء ة بولایة على بن ابى طالب

“เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวมมนุษย์ทุกคนขึ้นในวันชาติหน้า และทรงทอดสะพาน (ซิรอฏ) ข้ามไปยังนรก จะไม่มีผู้ใดข้ามมันไปได้นอกจากบุคคลที่จะได้รับความรอดพ้นด้วยกับวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) ของอะลี บินอะบีฏอลิบ (อ.)”

        วิลายะฮ์ของท่านอิมามอะลี (อ.) นั้นคือ “ดีนฮะนิฟ” (ศาสนาอันบริสุทธิ์) ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสว่า

 فاقم وجهک للدین حنیفا فطرت الله التى فطر الناس علیها

“ดังนั้น เจ้าจงหันหน้าของเจ้าเข้าสู่ศาสนาที่มีความเที่ยงตรงเถิด อันเป็นธรรมชาติของอัลลอฮ์ที่พระองค์ได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาบนมัน” (4)

       และวิลายะฮ์ของท่านอะลี (อ.) ก็คือ “ฏอรีเกาะฮ์” (แนวทาง) ที่ถูกต้องสำหรับการดำเนินชีวิต หากมนุษย์เลือกเดินตามแนวทางนี้ ในวันกิยามะฮ์ (ชาติหน้า) พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งจะทรงให้เขาได้ดื่มน้ำอันหวานชื่นแห่งสระน้ำ “เกาษัร” ด้วยมือของท่านอะลี (อ.) โดยที่พระองค์ได้ทรงตรัสว่า :

 و ان لو استقاموا على الطریقة لاسقیناهم ماء غدقا

“และหากพวกเขาธำรงมั่นอยู่บนแนวทางอันเที่ยงตรงแล้ว แน่นอนยิ่ง เราก็จะให้พวกเขาได้ดื่มน้ำอันอุดม” (5)

        และวิลายะฮ์นี้คือเนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราน) ที่มนุษย์ทุกคนจะต้องถูกสอบถามว่าพวกเขาได้ปฏิบัติตนอย่างไรต่อสิ่งนั้น

 ثم لتسالن یومئذ عن النعیم

“ต่อจากนั้นพวกเจ้าจะต้องถูกสอบถามอย่างแน่นอนในวันนั้น เกี่ยวกับความโปรดปราน (ที่ได้รับในโลกดุนยา) (6)

       ท่านอาลูซี นักอรรถาธิบาย (มุฟัซซิร) คัมภีร์อัลกุรอานผู้ยิ่งใหญ่ของซุนนี่ ภายหลังจากที่ได้ยกโองการอับกุรอานที่ว่า

وقفوهم انهم مسئولون

“และพวกเจ้าจงหยุดพวกเขาไว้ แท้จริงพวกเขาจะต้องถูกสอบถาม” (7)

       ภายใต้โองการนี้เขาได้อ้างคำพูดและทัศนะต่างๆ มากมาย และท้ายที่สุดเขาได้สรุปโดยกล่าวว่า “ทัศนะคำพูดที่ดีที่สุดและถูกต้องที่สุดนั้นก็คือ ในวันนั้นจะถูกถามเกี่ยวกับความเชื่อและการกระทำต่างๆ ของมนุษย์ และสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่าทั้งหมดนั้นก็คือ จะต้องถูกสอบถามเกี่ยวกับวิลายะฮ์ของท่านอะลี (กัรร่อมัลลอฮุ วัจญ์ฮะฮ์)”

       เนื่องในวันอันยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งถือเป็นการย้ำเตือนความทรงจำในการแต่งตั้งท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) โดยท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) โดยพระบัญชาแห่งองค์พระผู้อภิบาลของท่าน สมควรอย่างยิ่งที่จะทำให้ฟิฏเราะฮ์ (ธรรมชาติ) อันเป็นแบบแผนแห่งการสร้างของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งนี้มีชีวิตและถูกรำลึกอยู่ตลอดไปในหัวใจทั้งหลาย และทำให้ม่านหมอกแห่งความมืดมน ความโง่เขลา ความไม่รู้และความหลงลืม ได้ถูกขจัดออกไปจากดวงตาของบรรดาผู้เผลอเลอทั้งหลาย เพื่อที่พวกเขาจะได้ย่างก้าวไปบนเส้นทาง (ฏอรีเกาะฮ์) อันเป็นสัจธรรม และหันกลับมาสู่ซิรอฏอลมุสตะกีม (แนวทางอันเที่ยงตรง) แห่งพระผู้เป็นเจ้า เพื่อศาสนาของพวกเขาจะได้เกิดความสมบูรณ์

        มีผู้ถามท่านอิหม่ามซอดิก (อ.) ว่า “โอ้นายของฉัน! ท่านจะใช้ให้พวกเราถือศีลอดในวันนี้กระนั้นหรือ” ท่านอิมาม (อ.) ตอบว่า :

 اى والله اى والله انه الیوم الذى نجى فیه ابراهیم من النار فصام لله شکرا لله عزوجل ذلک الیوم، و انه الیوم الذى اقام رسول الله امیرالمؤمنین علما و ابان فضله و وصیته، فصام ذلک الیوم، و ذلک یوم صیام و قیام و اطعام الطعام و صلة الاخوان و فیه مرضاة الرحمن و مرغمة الشیطان

“ใช่แล้ว ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! ใช่แล้ว ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! แท้จริงวันนี้ก็คือวันซึ่งท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.) รอดพ้นออกมาจากกองไฟ แล้วท่านก็ได้ถือศีลอดเพื่อขอบคุณต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงเกริกเกียรติเกรียงไกรในวันนั้น และวันนี้คือวันซึ่งท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ได้แต่งตั้งท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) เป็นตราสัญลักษณ์ (แห่งการชี้นำ) และได้ทำให้เกียรติและความเป็นผู้สืบทอดของท่านเป็นที่กระจ่างชัด และท่านก็ได้ถือศีลอดในวันนั้น และวันนั้นคือวันแห่งการถือศีลอด การดำรงอิบาดะฮ์ การเลี้ยงอาหารและการผูกสัมพันธ์ต่อพี่น้องร่วมศาสนา และในวันนี้เป็นวันแห่งความพึงพอพระทัยของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตา และเป็นวันแห่งความ โกรธแค้นของมารร้าย (ชัยฏอน)”

      ท่านอิหม่ามซอดิก (อ.) ได้สรุปอะมั้ลต่าง ๆ ที่สำคัญของวันนี้ไว้ 4 ประการ คือ

  1. การถือศีลอด : ในบางริวายะฮ์ (คำรายงาน) ได้กล่าวว่า การถือศีลอดในวันนี้มีคุณค่าเท่ากับการทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์ (มุสตะฮับ) ถึง 100 ครั้ง และในบางรายงานได้กล่าวว่า จะเป็นกัฟฟาเราะฮ์ (ไถ่โทษ) ความผิดถึง 60 ปี ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงควรให้ความสำคัญต่อคุณค่าอันสูงส่งนี้ และทำการถือศีลอดในวันนี้
  2. การดำรงอิบาดะฮ์ : โดยสำนวนแล้วคำว่า “การดำรงอิบาดะฮ์” และการให้ชีวิตแก่เยามุลลอฮ์ (วันแห่งอัลลอฮ์) นี้จะหมายถึง การวิงวอนขอดุอาอ์ การอิสติฆฟาร (ขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์) และเป็นไปได้ว่า คำว่า “การยืนหยัด” (กิยาม) ในที่นี้จะหมายถึง การยืนหยัดและการดำรงมั่นอยู่บนแนวทางอันเป็นสัจธรรม และการยืนหยัดเผชิญหน้าต่อเหล่าศัตรูของอิสลามและมวลมุสลิม การต่อสู้กับบรรดาทรราชและผู้อธรรมทั้งหลาย อย่างไรก็ดี การยืนหยัดเผชิญหน้ากับความเท็จและญิฮาด (การต่อสู้) ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้านั้น โดยตัวของมันแล้วก็คือการอิบาดะฮ์อันยิ่งใหญ่ประการหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น มันคือส่วนหนึ่งจากหน้าที่บังคับ (วาญิบาต) ที่สำคัญที่สุด
  3. การเลี้ยงอาหาร : การรับรองแขกและการเลี้ยงอาหารแก่พี่น้องผู้ศรัทธา นับว่าเป็นคุณลักษณะเฉพาะของวันอีดและการเฉลิมฉลองทั้งหลาย โดยเฉพาะในวันอีดอันยิ่งใหญ่นี้ที่ได้รับการเน้นย้ำเป็นพิเศษ แน่นอนยิ่งว่า การทำให้บรรดาผู้ศรัทธามีความสุขและเกิดความปีติยินดีนั้นคืออิบาดะฮ์ที่ดีเลิศที่สุด อันจะนำมาซึ่งความพึงพอพระทัยจากพระผู้เป็นเจ้า
  4. การผูกสัมพันธ์กับบรรดาญาติมิตร : การทำดีและการแสดงออกด้วยความดีงามต่อพี่น้องผู้ศรัทธา การไปมาหาสู่และการเยี่ยมเยือนพวกเขาอยู่เป็นเนืองนิตย์นั้น ถือเป็นอะมั้ล (การกระทำ) ที่ดีงามและน่าสรรเสริญยิ่งประการหนึ่ง แต่สำหรับในวันอีดฆอดีรนั้นถูกเน้นย้ำเป็นกรณีพิเศษ มีปรากฏในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ว่า คราใดก็ตามที่พบเจอกับพี่น้องผู้ศรัทธาในวันนี้ จงแสดงความปิติยินดีต่อเขาด้วยการกล่าวว่า :

 الحمد لله الذى جعلنا من المتمسکین بولایة امیرالمؤمنین و الائمة علیهم السلام

คำอ่าน : “อัลฮัมดุลิลลาฮิลละซี ญะอะละนา มินัลมุตะมัซซิกีนะ บิวิลายะติ อะมีริลมุอ์มินีนะ วัลอะอิมมะตะ อะลัยฮิมุสสะลาม”

         คำแปล : “มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิแด่อัลลอฮ์ ผู้ทรงทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ยึดมั่นในวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) ของท่านอะมีรุลมุอ์มินีนและบรรดาอิมาม (อ.)”

แหล่งอ้างอิง :

(1) อิกบาลุลอะอ์ม้าล, ซัยยิดอิบนิฎอวูซ, หน้าที่ 466

(2) อัลกุรอาน บทอัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 3

(3) อุซูลุลกาฟี, เล่มที่ 2, บาบดะอาอิมุลอิสลาม, ฮะดีษที่ 8

(4) อัลกุรอาน บทอัรรูม โองการที่ 30

(5) อัลกุรอาน บทอัลญิน โองการที่ 16

(6) อัลกุรอาน บทอัตตะกาซุร โองการที่ 8

(7) อัลกุรอาน บทอัซซอฟฟาต โองการที่ 14

เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles