^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 36 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7890135
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2733
3719
12615
78140
7890135

26-02-2020 เวลา 18 : 22

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

การมีบั้นปลายชีวิตที่ดีงาม หมายถึงอะไร?

       บนพื้นฐานคำสอนของอิสลาม มนุษย์จำเป็นต้องวิงวอนขอความต้องการต่างๆ ทั้งหมดของตนเองจากพระผู้เป็นเจ้า และเพื่อที่จะได้มาซึ่งสิ่งต้องการและปัจจัยจำเป็นทั้งหลายในชีวิตนั้น จะต้องไม่พึ่งพิงสื่อภายนอกเพียงอย่างเดียว แม้ว่าพระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานเนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราน) และปัจจัยต่างๆ ให้แก่ปวงบ่าวโดยผ่านสื่อก็ตาม พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสกับมูซา (อ.) ว่า :

يَا مُوسَى سَلْنِي كُلَّمَا تَحْتَاجُ إِلَيْهِ حَتَّى عَلَفَ شَاتِكَ وَ مِلْحَ عَجِينِكَ

“โอ้มูชาเอ๋ย! จงวิงวอนขอต่อข้าในทุกสิ่งที่เจ้ามีความต้องการมัน แม้แต่หญ้าของแกะของเจ้า และเกลือของแป้งนวดของเจ้า” (1)

       ในอัลกุรอาน บทอัลบะกอเราะฮ์ พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสไว้เช่นกันว่า :

وَ إِذا سَأَلَكَ عِبادی عَنِّی فَإِنِّی قَریبٌ أُجیبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذا دَعانِ فَلْیَسْتَجیبُوا لی‏ وَ لْیُؤْمِنُوا بی‏ لَعَلَّهُمْ یَرْشُدُونَ

“และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้า  (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงข้าอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วอนขอ เมื่อเขาวิงวอนขอต่อข้า ดังนั้นพวกเขาจงตอบรับข้า และจงศรัทธาต่อข้าเถิด เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง“ (2)

      ดังนั้นได้ถูกกำชับแนะนำแก่เราว่า ให้เราวิงวอนขอต่อพระองค์ในทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เล็กที่สุด ไปจนถึงเรื่องที่ใหญ่ที่สุด และจำเป็นที่เราจะต้องรับรู้ถึงประเด็นที่สำคัญที่ว่า ความต้องการและการวิงวอนขอของเราต่อพระผู้เป็นเจ้าก็เป็นเนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปราน) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่งที่คนเราส่วนใหญ่มักจะหลงลืม

เนียะอ์มัตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

      เนียะอ์มัต (ความโปรดปราน) และสิ่งดีงามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกประการหนึ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้แก่มนุษย์คือ การมีศาสนา การมีความศรัทธา และการมีปรโลก (อาคิเราะฮ์) ที่สมบูรณ์ ซึ่งจำเป็นที่เราจะต้องวิงวอนขอต่อพระผู้เป็นเจ้าให้สิ่งนี้อยู่คู่ไปกับเราจวบจนถึงบั้นปลายชีวิตของเรา อย่าให้ความศรัทธาและศาสนาถูกทำลายลงไปจากหัวใจของเรา และทำให้เรากลายเป็นผู้มีจุดจบที่ไร้ซึ่งศาสนาและพบกับความอัปยศทั้งชีวิตในโลกนี้และในปรโลก

      โดยแท้จริงแล้วไม่มีใครจะรู้ได้ว่าบั้นปลายชีวิตของเขาจะจบลงอย่างไร? โลกนี้คือสถานที่แห่งการทดสอบ เราได้ยินและได้อ่านอยู่เสมอเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ว่า “ฮุร บินยะซีด อัรริยาฮี” คือบุคคลแรกที่ได้ปิดกั้นน้ำจากท่านอิมามฮุเซน (อ.) แต่เขาเองก็เป็นบุคคลแรกที่จบชีวิตและเป็นชะฮีดลงในหนทางของการพิทักษ์ปกป้องท่านอิมามฮุเซน (อ.) ในทำนองเดียวกัน "อุมัร บินซะอัด" ก็เป็นคนแรกที่เขียนจดหมายถึงท่านอิมามฮุเซน (อ.) และเชิญท่านไปยังเมืองกูฟะฮ์ แต่เขาเองกลับเป็นคนแรกที่ยิงธนูไปยังท่าน! ดังนั้นด้วยกับทุกการทดสอบที่เราจะเผชิญนั้น อาจทำให้เราเบี่ยงเบนและเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยไม่มีหลักประกันและความแน่นอนใดๆ

ดุอาอ์ (คำวิงวอน) สำหรับการมีบั้นปลายชีวิตที่ดี

       การวิงวอนขอให้มีจุดจบและบั้นปลายชีวิตที่ดีในยุคของการเร้นกายที่ยาวนาน (ฆ็อยบะฮ์ กุบรอ) และยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) นั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก และถูกเน้นย้ำในเรื่องนี้ และได้มีการกำชับสั่งเสียว่าในยุคที่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมและวิกฤตการณ์อันเลวร้ายได้ปกคลุมเหนือโลกนี้ จงวิงวอนขอดุอาอ์ให้มากเพื่อการมีบั้นปลายชีวิตที่ดีของตัวพวกท่านเอง ของครอบครัวของพวกท่าน ของบรรดาเยาวชนและเครือญาติใกล้ชิดของพวกท่าน

       มัรฮูม อายะตุลลอฮ์ชะฮาบุดดีน อัชรอกี (บุตรเขยของท่านอิมามโคมัยนี –ร.ฮ.) ได้เล่าว่า : พวกเราได้เดินร่วมทางไปกับท่านอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ท่านได้กล่าวกับฉันว่า “ถ้าหากดุอาอ์เพียงอย่างเดียวที่จะถูกตอบรับแก่เจ้า เจ้าจะขออะไร?” ฉันกล่าวว่า “ท่านเป็นผู้ถามคำถามนี้ ขอให้ตัวท่านเป็นผู้ตอบคำถามนี้เถิด!” ท่านอิมาม (ร.ฮ.) ได้ตอบว่า “การมีจุดจบที่ดีงาม”

       การมีจุดจบที่ดีงามนี้มีสองความหมาย หนึ่งในความหมายของมันก็คือ เราจะต้องวิงวอนขอต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่าให้เราได้พบกับความอัปยศอดสูหลังจากที่เราได้รับเกียรติศักดิ์ศรี เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดอย่างมากหากคนเราเคยมีเกียรติศักดิ์ศรีทางครอบครัวและวงศ์ตระกูล แต่ต่อมาต้องประสบกับความอัปยศอดสูทางด้านร่างกาย (เช่น เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ) หรือชื่อเสียง ดังนั้นจำเป็นจะต้องวิงวอนขอดุอาอ์อย่าให้เราประสบกับสิ่งนี้ เนื่องจากความต่ำต้อยไร้เกียรติและความจำเป็นนั้น เป็นการตายผ่อนส่งที่มาพร้อมกับความอัปยศอดสู ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการเน้นย้ำให้วิงวอนขอว่า :

اللّهم اجعَل عَاقِبَة أمرِنا خیرًا

“โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้บั้นปลายของกิจการงานของข้าพระองค์ดีงามงามด้วยเถิด”

        ความหมายที่สองของคำว่า “การมีบั้นปลายสุดท้ายที่ดีงาม” นั้นก็คือ การที่มนุษย์จะสามารถนำพาศาสนาและอีหม่าน (ความศรัทธา) ของตนไปยังอาลัมบัรซัคและวันแห่งการฟื้นคืนชีพในปรโลกให้ได้ ชัยฏอน (มาร้าย) และไพร่พลของมันพยายามอย่างมากที่จะเอาศาสนาและอีหม่าน (ความศรัทธา) ไปจากมนุษย์ ซึ่งทำให้มนุษย์ต้องจากโลกนี้ไปในสภาพที่ไร้ศาสนา ไร้ความศรัทธา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่สามารถขัดเกลาตนและไม่สามารถทำลายลักษณะนิสัยที่ต่ำทรามของตนเองให้หมดไปได้ ในสภาพการณ์เช่นนี้มันจะถูกปลุกปั่นและทำให้มนุษย์กลายเป็นคนไร้ศรัทธาและไร้ศาสนา บางคนอาจเป็นไปได้ถึงขั้นที่ว่า ในช่วงลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิตของเขา เขาจะปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่าง

       มีให้เห็นไม่น้อย บุคคลที่เป็นผู้เคร่งครัดศาสนา นมาซตะฮัดญุดเป็นประจำ ปฏิบัติสิ่งที่เป็นข้อกำหนดบังคับ (วาญิบ) ทางศาสนาอย่างสมบูรณ์ แต่ขาดการขัดเกลาจิตใจของตน ขาดความเข้าใจที่ลึกซึ้งในศาสนา ที่เรียกว่า “บะซีเราะฮ์” ท้ายที่สุด ด้วยกับความเคลือบแคลงสงสัย (ชุบฮะฮ์) บางอย่าง หรือด้วยกับคำพูดโน้มน้าวที่ทำให้เกิดความหลงผิดของผู้รู้ศาสนาที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือสนองตอบผลประโยชน์ทางวัตถุของตน ทำให้เขาเบี่ยงเบนออกจากทางนำที่ถูกต้อง หรือปฏิเสธหลักความเชื่อทั้งหมดลง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง จึงมีการเรียกร้องจากบรรดาชีอะฮ์ในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) ว่า เพื่อที่จะรักษาศาสนาและอีหม่าน (ความศรัทธา) ของตนเองไว้ให้ได้นั้น ให้พวกเขาวิงวอนขอ “ดุอาอ์ อัลฆอรีก”  เป็นประจำว่า :

یَا اللَّهُ یَا رَحْمَانُ یَا رَحِیمُ یَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِی عَلَى دِینِك‏

“โอ้อัลลอฮ์ โอ้ผู้ทรงเมตตา โอ้ผู้ทรงปรานี โอ้ผู้ทรงพลิกผันดวงใจทั้งหลาย ได้โปรดทำให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด” (3)

       มนุษย์จำเป็นต้องระมัดระวังอย่าให้ตนเองได้ประสบกับพายุร้ายและการโหมกระหน่ำของความเคลือบแคลงสงสัย และจะต้องวิงวอนขออยู่ตลอดเวลาให้ตนเองปลอดภัยและมีจุดจบที่ดีงามด้วย “ดุอาอ์ อัลฆอรีก” นี้

คำพูดสุดท้าย :

       บางทีฮิกมะฮ์ (วิทยปัญญา) ประการหนึ่งของเรื่องราวของอิบลีสในคัมภีร์อัลใกุรอานนั้นก็คือ เราจะต้องรับรู้ว่า เราจะต้องไม่ไว้วางใจแค่เพียงอิบาดะฮ์และการทำความดีต่างๆ ของเราเพียงเท่านั้น เราจะต้องระลึกอยู่เสมอว่า เมื่อเราต้องการที่จะวิงวอนขอ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องวิงวอนขอนั่นก็คือ “การมีบั้นปลายและจุดจบที่ดีงาม” และควรที่จะวิงวอนขอดุอาอ์กุหนูตในนมาซ ด้วยโองการนี้อยู่เสมอว่า :

رَبَّنَا لاَ تُزِغْ قُلُوبَنَا بَعْدَ إِذْ هَدَیْتَنَا وَهَبْ لَنَا مِن لَّدُنکَ رَحْمَةً إِنَّکَ أَنتَ الْوَهَّابُ

“โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา! โปรดอย่าให้หัวใจของพวกเราเอนเอียง หลังจากที่พระองค์ได้ทรงนำทางแก่พวกเราแล้ว และโปรดทรงประทานความเมตตาจากพระองค์ให้แก่พวกเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงประทานให้อย่างมากมาย” (4)

      ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทหนึ่งได้กล่าวว่า ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้เขียนจดหมายถึงชายคนหนึ่งว่า :

إِنْ أَرَدْتَ أَنْ یُخْتَمَ بِخَیْرٍ عَمَلُكَ حَتَّى تُقْبَضَ وَ أَنْتَ فِی أَفْضَلِ الْأَعْمَالِ فَعَظِّمْ لِلَّهِ حَقَّهُ أَنْ [لَا] تَبْذُلَ نَعْمَاءَهُ فِی مَعَاصِیهِ وَ أَنْ تَغْتَرَّ بِحِلْمِهِ عَنْكَ وَ أَكْرِمْ كُلَّ مَنْ وَجَدْتَهُ یَذْكُرُنَا أَوْ یَنْتَحِلُ مَوَدَّتَنَا ثُمَّ لَیْسَ عَلَیْكَ صَادِقاً كَانَ أَوْ كَاذِباً إِنَّمَا عَلَیْكَ نِیَّتُكَ وَ عَلَیْهِ كَذِبُهُ

“หากท่านต้องการให้การงานของท่านจบลงด้วยความดีงาม จนกระทั่งท่านจะถูกเอาชีวิตไปในสภาพที่อยู่ในการงานที่ดีที่สุดแล้ว ดังนั้นท่านก็จงให้ความสำคัญต่อสิทธิของอัลลอฮ์ โดยที่ท่านจะไม่ใช้จ่ายเนี๊ยะอ์มัตต่างๆ ของพระองค์ไปในการละเมิดฝ่าฝืนพระองค์ และท่านจะไม่หลงลำพองต่อความอดทนอดกลั้นของพระองค์ จาก (การละเมิดฝ่าฝืนของ) ท่าน และจงให้เกียรติต่อทุกคนที่ท่านพบเห็นเขากล่าวถึงเรา หรือกล่าวอ้างความรักต่อเรา แล้วก็ไม่จำเป็นที่เจ้าจะต้องรู้ว่าเขาเป็นผู้พูดจริงหรือเป็นผู้มดเท็จ อันที่จริงท่านมีหน้าที่ปฏิบัติตามความตั้งใจ (เหนียต) ของท่าน และจงปล่อยเขาให้อยู่กับความมดเท็จของเขา” (5)

ดุอาอ์ อัลฆอรีก

       “ดุอาอ์ อัลฆอรีก” เป็นบทดุอาอ์ที่ใช่อ่านเพื่อขอให้อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงคุ้มครองรักษาศาสนาและความศรัทธา (อีหม่าน) ในตัวเรา เป็นดุอาอ์ที่ถูกเน้นย้ำให้อ่านเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน)

       อับดุลลอฮ์ บินซะนาน ได้เล่าว่า : ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า “ในไม่ช้าความเคลือบแคลงสงสัยจะมาประสบกับพวกท่าน โดยที่ (ในช่วงเวลานั้น) พวกท่านจะคงอยู่โดยปราศจากสัญลักษณ์ใดๆ ที่จะถูกพบเห็น และไม่มีอิมาม (ผู้นำ) ที่จะให้การชี้นำ จะไม่มีผู้ใดรอดพ้นจากมัน (ความเคลือบแคลงสงสัยดังกล่าว) นอกจากบุคคลที่วิงวอนขอด้วยดุอาอ์ อัลฆอรีก”

       ฉันกล่าวว่า “ดุอาอ์ อัลฆอรีกนั้นเป็นอย่างไรหรือ?” ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า “คือการที่ท่านจะกล่าวว่า ...

يَا اللَّهُ يَا رَحْمَانُ يَا رَحِيمُ يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ

คำอ่าน : ยา อัลลอฮุ ยา เราะมานุ ยา ร่อมฮีมุ, ยามุก็อลลิบัลกุลูบะ, ซับบิต ก็อลบี อะลา ดีนิก

       ความหมาย : “โอ้อัลลอฮ์ โอ้ผู้ทรงเมตตา โอ้ผู้ทรงปรานี โอ้ผู้ทรงพลิกผันดวงใจทั้งหลาย โปรดทำให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด”

       ดังนั้นฉันจึงกล่าวว่า :

يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ وَ الْاَبْصَارِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ

“โอ้ผู้ทรงพลิกผันดวงใจและสายตาทั้งหลาย โปรดทำให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด” (ผู้รายงานได้เพิ่มคำว่า وَ الْاَبْصَارِ “และสายตาทั้งหลาย” เข้าไปในบทดุอาอ์)

       ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติ ผู้ทรงเกรียงไกรนั้น คือผู้ทรงพลิกผันดวงใจและสายตาทั้งหลาย แต่ท่านจงกล่าวเหมือนดั่งที่ฉันได้กล่าวเถิดว่า ...

يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ

“โอ้ผู้ทรงพลิกผันดวงใจทั้งหลาย โปรดทำให้หัวใจของข้าพระองค์มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด” (6)

      ดุอาอ์บทนี้ เป็นดุอาอ์ที่ท่านอายะตุลลอฮ์บะฮ์ญัต (ร.ฮ.) เคยแนะนำท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามว่า ให้อ่านมันเป็นประจำ และนอกจากนี้ในหนังสือ “ญุรอะฮ์ วิซ้อล” ได้เขียนว่า ท่านมัรฮูมอายะตุลลอฮ์บะฮ์ญัตได้กล่าวว่า “สำคัญยิ่งกว่าดุอาอ์ ตะอ์ญีล ฟะร็อจญ์ (ดุอาอ์ขอให้ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ปรากฏตัวโดยเร็ว) นั้นคือการขอดุอาอ์เพื่อการรักษาอีหม่าน (ความศรัทธา) ให้คงอยู่อย่างมั่นคง และขอให้เท้าของเรามั่นคงอยู่บนความเชื่อ (อะกีดะฮ์) และการไม่ปฏิเสธท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) จวบจนการปรากฏตัว (ซุฮูร) ของท่าน”

แหล่งที่มา :

(1) วะซาอิลุชชีอะฮ์, ฮุร อัลอามิลี, เล่มที่ 7, หน้าที่ 32

(2) อัลกุรอาน บทอัลบะกอเราะฮ์ โองการที่ 186

(3) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 52, หน้าที่ 148

(4) อัลกุรอาน บทอาลิอิมรอน โองการที่ 8

(5) มุสตัดร็อก อัลวะซาอิล, เล่มที่ 12, หน้าที่ 142

(6) บิฮารุลอันวาร, เล่มที่ 52, หน้าที่ 149

ที่มา : คุฏบะฮ์นมาซวันศุกร์ มัสยิดซอฮิบุซซะมาน (อ.)

โดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles