^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 67 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7528892
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
674
7237
40082
93974
7528892

15-12-2018 เวลา 02 : 33

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

การคิดใคร่ครวญและการกระทำ สองปีกแห่งการโบยบิน

การคิดใคร่ครวญและการกระทำ สองปีกแห่งการโบยบิน

     พื้นฐานของความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าทั้งมวลของมนุษยชาติทั้งในด้านวัตถุ และด้านจิตวิญญาณในตลอดยุคสมัยของประวัติศาสตร์นั้น ในด้านหนึ่งอยู่ที่การใช้สติปัญญา(ตะอักกุล)และการคิดใคร่ครวญ(ตะฟักกุร) และในอีกด้านหนึ่งคือ ความอุตสาห์ ความพยายามและการกระทำงาน(อะมั้ล)

     บรรดาศาสดา(อ.) บรรดาอิมาม(อ.)และบรรดาปวงบ่าวผู้มีคุณธรรมของพระผู้เป็นเจ้าทุกคนต่างเป็น ผู้ใช้ความคิดและใช้เหตุผล อัลกุรอานซึ่งเป็นคัมภีร์แห่งฟากฟ้าที่ถูกประทานลงมาจากพระผู้เป็นเจ้านั้น ได้ให้ความสำคัญและให้คุณค่าต่อการคิดใคร่ครวญ การพินิจตริตรอง ความอุตสาห์พยายามและการกระทำ(อะมั้ล)ไว้อย่างสูงส่ง และได้อธิบายถึงคุณค่าของความรู้ การใช้เหตุผล ความรอบคอบและการคิดใคร่ครวญด้วยถ้อยคำต่างที่สวยงามและน่าจับใจ ในคัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวย้ำคำว่า

     “อิลม์”(ความ รู้) และคำต่างที่มาจากรากศัพท์เดียวกันนี้ไว้จำนวนมากกว่า 1,000 ครั้ง และจำนวนมากกว่า 17 โองการ(อายะฮ์)ที่เรียกร้องเชิญชวนมนุษย์อย่างชัดเจนไปสู่การคิดใคร่ครวญ(ตะ ฟักกุร) จำนวนมากกว่า 10 โองการ(อายะฮ์)ที่เริ่มต้นด้วยคำว่า

   «انظروا» (พวกเจ้าจงพินิจพิจารณา) จำนวนมากกว่า 50 ครั้งที่ใช้คำว่า “อักล์”(สติปัญญา)และคำต่าง ๆ ที่มาจากรากศัพท์เดียวกันนี้ และใน 4 โองการ(อายะฮ์)ที่มีบัญชาไว้อย่างหนักแน่นในคัมภีร์อัลกุรอานให้กระทำการ ไตร่ตรอง(ตะดับบุร) (1) และทำนองเดียวกันนี้คำว่า “ฟิกฮ์”(ความเข้าใจอย่างถ่องแท้) “ตะฟักกุฮ์”(การทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง)และที่คล้ายคลึงกันนี้ได้ถูกนำมาใช้ในคัมภีร์อัลกุรอาน (2)

     ในกรณีของการกระทำ(อะมั้ล)ก็เช่นกัน ในคัมภีร์อัลกุรอานจำนวนมากกว่า 354 ครั้งที่คำว่า "อะมั้ล"(การกระทำ) และคำต่าง ๆ จากรากศัพท์เดียวกันนี้ได้ถูกนำมาใช้ และประโยคคำว่า «آمنوا وعملوا الصالحات‏» (บรรดาผู้มีศรัทธามั่นและกระทำความดีงาม)ได้ถูกกล่าวไว้มากกว่า 65 ครั้งในคัมภีร์อัลกุรอาน ประเด็นดังกล่าวนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความจำเป็นของการมีความศรัทธา(อี หม่าน)ในฐานะที่เป็นผลผลิตของใช้สติปัญญาและการคิดใคร่ครวญที่จะต้องอยู่ เคียงคู่กับการกระทำ(อะมั้ล)และความอุตสาห์พยายามในสิ่งที่ดีงาม

     ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่าง ๆ ของบรรดามะอ์ซูมผู้บริสุทธิ์(อ.)ก็เช่นเดียวกันได้อธิบายถึงผลและคุณค่าต่าง ๆ ที่สำคัญของการคิดใคร่ครวญและการใช้เหตุผลทางสติปัญญาเอาไว้ ซึ่งคงไม่สามารถที่จะนำมากล่าวถึงในบทความนี้ทั้งหมดได้ แต่เราจะขอตรวจสอบประเด็นนี้ในคำพูดต่าง ๆ อันทรงคุณค่าของท่านอิมามอะซัน อัซกะรี(อ.)เพียงเท่านั้น

สัญลักษณ์ของปวงปราชญ์

     ส่วนหนึ่งจากสัญลักษณ์ของของปวงปราชญ์และนักคิดนั้นคือวิธีการในการพูดของพวกเขา ข้อเขียน ถ้อยความและคำพูดต่าง ๆ ของพวกเขาจะอธิบายให้เห็นถึงระดับของภูมิปัญญาและเจริญความก้าวหน้าของพวก เขาได้เป็นอย่างดี เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)กล่าวไว้ว่า:

قلب الاحمق فى فمه وفم الحكیم فى قلبه

“หัวใจของคนโง่นั้นจะอยู่ที่ปากของเขา ส่วนปากของผู้มีภูมิปัญญานั้นจะอยู่ที่หัวใจของเขา”(3)

       มนุษย์ที่เป็นนักคิด เป็นปราชญ์หรือผู้มีภูมิปัญญานั้น อันดับแรกเขาจะคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบในคำพูดของตนเองเสียก่อน ตรวจสอบถึงผลดีผลเสียของมันเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงจะดำเนินการในการพูด แต่มนุษย์ที่ไร้ภูมิปัญญาและไร้ความคิดนั้น อันดับแรกเขาจะพูด แล้วหลังจากนั้นเพิ่งจะมาคิดถึงผลที่จะติดตามมาและเนื้อหาโดยรอบของคำพูด นั้น ผลก็คือว่าผู้ที่คิดใคร่ครวญนั้นจะผิดพลาดน้อยกว่า ส่วนคนที่ไม่คิดใคร่ครวญหรือคิดคดเคี้ยวและคิดในทางชั่วนั้นจะพบกับทางที่ ถูกต้องได้น้อยกว่า

     เหตุผลของประเด็นนี้ก็คือว่า ด้วยผลของการคิดใคร่ครวญนั้นจะทำให้จิตวิญญาณและสติปัญญาของมนุษย์เกิดความ สว่างไสว และภายใต้ความสว่างไสวและรัศมีนี้จะทำให้มนุษย์เราสามารถแยกสัจธรรม(ฮัก ก์)ออกจากความหลงผิด(บาฏิล)และความจริงออกจากความเท็จได้ ในขณะที่ผู้ที่ไร้สติปัญญาและไร้ซึ่งการคิดใคร่ครวญนั้น เขาจะใช้ชีวิตจมปลักอยู่ในความมืดมนของอวิชชาและความโง่เขลา ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)จึงกล่าวว่า

علیكم بالفكر فانه حیاة قلب البصیر ومفاتیح ابواب الحكمة

“ท่านทั้งหลายจงคิดใคร่ครวญเถิด เพราะแท้จริงการคิดใคร่ครวญนั้น คือ ชีวิตแห่งหัวใจของผู้ที่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และเป็นกุญแจของประตูแห่งวิทยปัญญา”(4)

พระผู้เป็นเจ้าทรงดำรัสต่อบรรดาผู้คิดใคร่ครวญผู้ใช้สติปัญญา

     ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)ได้กล่าวว่า :

انما خاطب الله العاقل

อันที่จริงแล้วพระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสต่อผู้ที่มีสติปัญญาเพียงเท่านั้น”(5)

     คำพูดประโยคสั้น ๆ และชัดเจนยิ่งนี้ออกมาจากผู้ที่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเป็นอย่างมาก และเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า พระดำรัสและการทรงตรัสของพระผู้เป็นเจ้านั้นจะมุ่งไปที่บรรดาผู้มีสติปัญญา และมีพลังความสามารถในการคิดใคร่ครวญ การใช้เหตุใช้ผลและการไตร่ตรองเพียงเท่านั้น

อิบาดะฮ์(การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า)ด้วยการคิดใคร่ครวญ

    มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าอิบาดะฮ์(การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า)นั้นถูกจำกัด อยู่แค่ในการนมาซวาญิบ(สิ่งที่เป็นข้อบังคับ) การนมาซมุสตะฮับ(ที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำ) การถือศิลอดวาญิบ(สิ่งที่เป็นข้อบังคับ)และมุสตะฮับ(ที่ศาสนาส่งเสริมให้ กระทำ)เพียงเท่านั้น โดยที่ไม่มีการคิดใคร่ครวญถึงเหตุผลและความเร้นลับใด ๆ ของมันหรือไม่ได้ตริตรองถึงช่วงเวลาและสถานภาพต่าง ๆ ของมัน

     ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)ด้วยกับการพิจารณาถึงอันตรายของสิ่งนี้ การปรากฏขึ้นและความแพร่หลายของแนวคิดเช่นนี้ที่มีอยู่ในสังคมอิสลาม ท่านจึงได้อธิบายถึงสถานภาพอันสูงส่งของการคิดใคร่ครวญและการตริตรองไว้เช่น นี้ว่า

لیست العبادة كثرة الصیام والصلوة وانما العبادة كثرة التفكر فى امر الله

“การอิบาดะฮ์ นั้นไม่ใช่การถือศิลอดและการนมาซอย่างมากมาย แต่อันที่จริงแล้วการอิบาดะฮ์นั้น คือการคิดใคร่ครวญอย่างมากมายในกิจการของพระผู้เป็นเจ้า”(6)

ผลร้ายของการไม่คิดใคร่ครวญ

     ปรโลก(อาคิเราะฮ์)นั้นคือภาพแสดงที่กว้างขวางและยิ่งใหญ่ของโลก(ดุนยา)นี้ และข้อเท็จจริงทั้งมวลของโลกนี้จะปรากฏโฉมและรูปลักษณ์(ตะญัซซุม)ที่เหมาะสม กับมันในที่นั้น บรรดาผู้ที่ไม่ได้ใช้สติปัญญาของตนเองคิดใคร่ครวญ และไม่ได้ตริตรองและมุ่งมองข้อเท็จจริงต่าง ๆ ด้วยตาใจของตน ในวันนั้นพวกเขาจะถูกรวมขึ้นในทุ่งมะห์ชัร(สถานที่ที่ถูกทำให้ฟื้นคืนชีพ ขึ้นเพื่อรับการพิพากษาจากพระผู้เป็นเจ้า)ในวันกิยามะฮ์(ชาติหน้า)ในสภาพของ คนตาบอด ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)ได้อธิบายข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้แก่อิสหาก บินอิสมาอีล นีชาบูรี ในจดหมายฉบับหนึ่ง โดยย้ำถึงโองการหนึ่งจากคัมภีร์อัลกุรอานเช่นนี้ว่า :

فاتم الله علیك یا اسحاق وعلى من كان مثلك ممن قد رحمه الله وبصره بصیرتك نعمته ... فاعلم یقینا یا اسحاق انه من خرج من هذه الدنیا اعمى فهو فى الآخرة اعمى واضل سبیلا; یا اسحاق لیس تعمى الابصار ولكن تعمى القلوب التى فى الصدور وذلك قول الله فى محكم كتابه حكایة عن الظالم اذ یقول : «رب لم حشرتنى اعمى و قد كنت‏بصیرا * قال كذ لك اتتك ءایتنا فنسیتها و كذ لك الیوم تنسى‏» (طه/126 )

: “โอ้ อิสฮากเอ๋ย! ขออัลลอฮ์ทรงโปรดมอบความโปรดปราณอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แก่เจ้าและแก่บุคคลที่ เหมือนกับเจ้าจากผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรงเมตตาเขาและได้ทรงบันดาลให้เขามีความ เข้าใจที่ลึกซึ้งเหมือนกับเจ้า...จงรับรู้ด้วยความมั่นใจเถิด โอ้อิสฮาก! แท้จริงผู้ใดก็ตามที่ออกจากโลกนี้ไปในสภาพที่ตาบอด ดังนั้นในปรโลกเขาก็จะมีสภาพที่ตาบอดและหลงทางเป็นอย่างยิ่ง โอ้อิสฮาก! ไม่ใช่ว่าดวงตาทั้งหลายจะบอด แต่ทว่าหัวใจทั้งหลายซึ่งอยู่ในหัวอกนั้นต่างหากที่มืดบอด และนั่นคือพระดำรัสของอัลลอฮ์ที่มีปรากฏอยู่คัมภีร์อันแจ้งชัดของพระองค์ที่ ชี้ให้เห็นเกี่ยวกับผู้อธรรม ซึ่งพระองค์ได้ทรงตรัสว่า :

رب لم حشرتنى اعمى و قد كنت‏بصیرا * قال كذ لك اتتك ءایتنا فنسیتها و كذ لك الیوم تنسى‏

“โอ้ องค์พระผู้อภิบาลของข้าฯไฉนเล่าพระองค์จึงทรงทำให้ข้าพระองค์ ฟื้นขึ้นมาในสภาพของคนตาบอดในขณะที่ข้าพระองค์เคยเป็นผู้ที่มองเห็น พระองค์จะทรงตรัสว่า เช่นนั้นแหละด้วยเหตุที่ว่า โองการของเราได้มายังเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับหลงลืมมัน และในวันนี้เจ้าก็จะถูกลืมเช่นเดียวกัน” (อัลกุรอานบท ฏอฮา โองการที่ 126) (7)

การกระทำเคียงคู่กับการคิดใคร่ครวญ

       การคิดใคร่ครวญ การใช้เหตุผลและการไตร่ตรองที่จะแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของตัวมัน ได้นั้นก็ต่อเมื่อมันได้เป็นสื่อนำไปสู่การกระทำ(อะมั้ล) ความอุตสาห์ ความพยายามและความบากบั่น หากการคิดใคร่ครวญใด ๆ ก็ตามที่ไม่นำไปสู่การกระทำ(อะมั้ล)หรือการประพฤติปฏิบัติแล้ว มันก็จะไม่ให้คุณค่าที่แท้จริงในความเป็นจริงแล้ว การคิดใคร่ครวญที่ดีงามและเป็นที่น่าพึงปรารถนานั้นย่อมจะนำพาไปสู่ “อะมัล ซอและห์”(การกระทำที่เป็นคุณงามความดี)

       ท่านอิมามฮะซัน อัซกะรี(อ.)ได้ตอกย้ำถึงการกระทำ(อะมั้ล)และพฤติกรรมที่ดีงามเคียงคู่กับการ คิดใคร่ครวญและการตริตรอง และท่านอิมาม(อ.)ยังได้มุ่งเน้นถึงความสำคัญของคุณลักษณะต่าง ๆ ทางด้านการระทำและพฤติกรรมซึ่งถูกนำเสนอในกรณีของความสัมพันธ์ที่มนุษย์พึง มีต่อพระผู้สร้าง(พระผู้เป็นเจ้า) ต่อสังคมของเขา ต่อครอบครัวของเขาและต่อตัวของเขาเองซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นถึง ความสำคัญของ"การปฏิบัติ"ที่จะต้องอยู่เคียงคู่กับ"การคิดใคร่ครวญ" เป็นอย่างดี ตัวอย่างหนึ่ง คือการที่ท่านได้กล่าวกับบรรดาชีอะฮ์(ผู้ปฏิบัติตาม)ของท่านว่า

اوصیكم بتقوى الله والورع فى دینكم، والاجتهاد لله وصدق الحدیث واداء الامانة الى من ائتمنكم من بر او فاجر، وطول السجود وحسن الجوار فبهذا جاء محمد صلى الله علیه و آله صلوا فى عشایرهم واشهدوا جنائزهم وعودوا مرضاهم، وادوا حقوقهم، فان الرجل منكم اذا ورع فى دینه وصدق فى حدیثه وادى الامانة وحسن خلقه مع الناس; قیل: هذا شیعى فیسرنى ذلك

      "ฉันขอกำชับสั่งเสียพวกท่านให้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์และจงมีความเคร่งครัด ต่อศาสนาของพวกท่าน และจงอุตสาห์พยายามเพื่อ(แสวงหาความใกล้ชิดต่อ)อัลลอฮ์ จงมีความสัตย์จริงในคำพูด จงรักษาอะมานะฮ์(ความไว้วางใจ)ต่อผู้ที่ไว้วางใจต่อพวกท่าน ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือคนชั่วก็ตาม จงซุญูด(ก้มกราบต่อพระผู้เป็นเจ้า)อย่างยาวนานและจงปฏิบัติดีต่อเพื่อนบ้าน ด้วยสิ่งเหล่านี้เองที่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ)ได้(ถูกส่ง)มา และพวกเจ้าจงกระทำนมาซร่วม(ญะมาอะฮ์)ในหมู่ชนของพวกเขา(คือร่วมกับหมู่ชนที่ ไม่ใช่ชีอะฮ์) และพวกท่านจงเขาร่วมในงานศพ(ญะนาซะฮ์)ของพวกเขา จงเยี่ยมเยือนผู้ป่วยของพวกเขา และจงรักษาสิทธิต่าง ๆ ของพวกเขา เพราะแท้จริงเมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกเจ้ามีความเคร่งครัดในศาสนา มีความสัตย์จริงในคำพูดของตน รักษาอะมานะฮ์(ความไว้วางใจ) มีมารยาทที่ดีงามต่อเพื่อนมนุษย์ ก็จะมีผู้กล่าวว่า : นี่แหละคือชีอะฮ์ สิ่งนั้นจะทำให้ฉันมีความสุขใจ"(8)

เชิงอรรถ :

(1)-อัลกุรอานบทอันนะห์ลุ โองการที่ 44 และ 69 และ บทอาลุอิมรอน โองการที่ 191

(2)-สถิตินี้ได้ถูกนำออกมาบนพื้นฐานข้อมูลจากหนังสือ “อัลมุอ์ญะมุลมะฟะฮ์ริซ” ของมุฮัมมัดฟุอาด อับดุลบากีย์ (ดารุลฮะดีษ อัลกอฮิเราะฮ์)

(3)-ตุหะฟุลอุกูล ,หน้าที่ 519 , ฮะดีษที่ 4.

(4)-บิฮารุลอันวาร , เล่มที่ 8 , หน้าที่ 115 และ อัลฮิกะมุซซาฮิเราะฮ์ , เล่มที่ 1 , หน้าที่ 19.

(5)-ตุหะฟุลอุกูล ,หน้าที่ 516 , ฮะดีษที่ 4.

(6)-ตุหะฟุลอุกูล ,หน้าที่ 518 , ฮะดีษที่ 13 ; วะซาอิลุชชีอะฮ์ ,เล่มที่ 11 , หน้าที่ 153 ; อุซูลุลกาฟี , เล่มที่ 2 , หน้าที่ 55 และบิฮารุลอันวาร ,เล่มที่ 71 , หน้าที่ 322.

(7)-ตุหะฟุลอุกูล ,หน้าที่ 513 และ 514.

(8)-ตุหะฟุลอุกูล ,หน้าที่ 518 , ฮะดีษที่ 12 และ วะซาอิลุชชีอะฮ์ , เล่มที่ 8 , หน้าที่ 389.

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles