^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 80 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7546528
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
6646
5473
12119
111610
7546528

17-12-2018 เวลา 17 : 51

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

"เนทันยาฮู" สูญเสียพันธมิตรต่อต้าน "อิหร่าน" ในทำเนียบขาว

      อดีตเอกอัครราชทูตของสหรัฐอเมริกาในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ได้กล่าวย้ำว่า ด้วยกับการลาออกของ "ไมเคิล ฟลินน์" ทำให้นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลได้สูญเสียพันธมิตรต่อต้าน "อิหร่าน" ในทำเนียบขาวไปหนึ่งคน

       ตามการรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส การลาออกที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังของ "ไมเคิล ฟลินน์" ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งมีปฏิกิริยาสะท้อนอย่างกว้างขวางในสื่อและแวดวงบุคคลสำคัญทางการเมือง โดยที่ "มาร์ติน อินดีค" อดีตเอกอัครราชทูตของสหรัฐในอิสราเอล ถือว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประธานาธิบดีของสหรัฐ เหลือลำพังตัวคนเดียวในการต่อต้านอิหร่าน

       นายอินดีค ซึ่งขณะนี้เป็นรองผู้บริหารของสถาบัน Think-Tank "Brookings" ได้เขียนในทวีตเตอร์ของตนว่า : ผลพวงของการลาออกของนายไมเคิล ฟลินน์ คือการที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู (นายกรัฐมนตรีอิสราเอล) ได้สูญเสียพันธมิตรต่อต้านอิหร่านในทำเนียบขาวไป

      เขายังได้ย้ำอีกว่า ในการพบปะกับนายเนทันยาฮูในวันพรุ่งนี้ (วันพุธ) หากไม่มีฟลินน์ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานานาธิบดีสหรัฐ จะต้องมุ่งเน้นในประเด็นการบรรลุข้อตกลงสันติภาพปาเลสไตน์ - อิสราเอลแต่เพียงลำพังคนเดียว

      นายพลไมเคิล ฟลินน์ ซึ่งรับผิดชอบหน้าที่ผู้บริหารหน่วยสืบราชการลับของกระทรวงกลาโหมมาช่วงเวลาหนึ่ง และถูกเลือกโดยทรัมป์ให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากถูกเปิดเผยกรณีการติดต่อสัมพันธ์ทางโทรศัพท์ของเขากับเอกอัครราชทูตของกรุงมอสโกในวอชิงตัน เกี่ยวกับการยกเลิกการคว่ำบาตรต่างๆ ต่อประเทศนี้ ทำให้เขาต้องลาออก

ที่มา : farsnews

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles