^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 91 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7557031
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
2963
6150
22622
122113
7557031

19-12-2018 เวลา 10 : 27

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

การฆ่าหมู่ชาวเยเมนโดยซาอุฯ คือการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุด / สหรัฐไม่คิดที่ถอนรากถอนโคนการก่อการร้าย

        ในเย็นวันพุธ (26/10/59) ในการเข้าพบของนายเซาลี นีนิสเตอ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ได้ชี้ถึงปรากฏการณ์ของการก่อการร้ายในฐานะที่เป็นหนึ่งในความทุกข์ยากแสนและเป็นความเจ็บปวดของสังคมมนุษยชาติ ท่านถือว่าการฆาตกรรมหมู่ อย่างเช่นการเข่นฆ่าประชาชนชาวเยเมน เป็นการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุด และได้ย้ำว่า “การจัดการกับการก่อการร้ายจำเป็นต้องอาศัยความตั้งใจจริงของทุกคนที่มีอิทธิพลในอำนาจระหว่างประเทศ เหล่าปัญญาชนของโลกและรัฐบาลทั้งหลาย และบรรดาผู้มีอำนาจที่มีเกียรติของโลก จำเป็นจะต้องคิดและดำเนินการในการแก้ไขปรากฏการณ์นี้”

        ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ถือว่า คำพูดและการดำเนินการของสหรัฐอเมริกาและบางรัฐบาล ในการต่อสู้กับการก่อการร้ายนั้นไม่มีความจริงจัง และกล่าวเสริมว่า “รัฐบาลเหล่านี้จะคํานวณปัญหาทั้งหมดบนพื้นฐานผลประโยชน์ของตน และพวกเขาไม่ได้คิดที่จะถอนรากถอนโคนความป่วยไข้ของการก่อการร้ายใดๆ ไม่ว่าจะในอิรักหรือในซีเรีย”

        ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม ได้อธิบายถึงตัวอย่างเกี่ยวกับการไม่มีความตั้งใจอย่างจริงจังในการต่อสู้กับการก่อการร้าย โดยได้ชี้ไปที่การเข่นฆ่าประชาชนชาวเยเมน และกล่าวว่า “การก่อการร้ายนั้น ไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติการก่อการร้ายของกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ (กลุ่มเถื่อน) ทั้งหลายเพียงเท่านั้น ทว่าการสังหารหมู่ประชาชนโดยมือของบางรัฐบาล อย่างเช่น การโจมตีของซาอุดีอาระเบียไปยังประชาชนในพิธีไว้อาลัยในเยเมน ที่ทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายร้อยคนนั้น ก็เป็นการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุด แม้จะผ่านไปหนึ่งปีเจ็ดเดือนจากการดำเนินการเหล่านี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เห็นความตั้งใจอย่างจริงจังใดๆ ในการจัดการกับมัน”

        ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม กล่าวถึงจุดยืนของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในการแก้ไขปัญหาซีเรีย ว่าวางอยู่บนพื้นฐานของตรรกะและการยืนอยู่ข้างประชาชนและรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนี้ และกล่าวเสริมว่า “สหรัฐอเมริกาและบางรัฐบาล ยืนกรานที่จะเปลี่ยนรัฐบาลของซีเรีย ในขณะที่ต้องการที่จะทำให้สงครามยุติลงได้นั้น จำเป็นที่พวกเขาจะต้องระบุให้ได้ว่าใครคือผู้เริ่มต้นและเป็นตัวการในการก่อไฟสงคราม!”

        ท่านได้กล่าวถึงความไม่สนใจของสหประชาชาติต่อปัญหาของผู้เริ่มต้นการรุกรานในสงครามของรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซนกับอิหร่าน ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สงครามดังกล่าวยึดเยื้อยาวนาน พร้อมกับกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม หลายปีหลังจากการสิ้นสุดสงครามที่ถูกบังคับให้กระทำดังกล่าว เลขาธิการสหประชาชาติในเวลานั้น เพิ่งจะมีจิตสำนึกและมีความกล้าหาญพอที่จะกล่าวว่า ซัดดัมเป็นผู้เริ่มต้นสงคราม”

        จากมุมมองเดียวกันนี้ ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ได้วิจารณ์จุดยืนต่างๆ ของเลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน และกล่าวเสริมว่า “เลขาธิการสหประชาชาติได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า เนื่องจากองค์การนี้ขึ้นอยู่กับเงินของรัฐบาลซาอุฯ จึงไม่สามารถที่จะประณามการเข่นฆ่าเด็กๆ ชาวเยเมนได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงสภาพทางศีลธรรมที่น่าอนาถของบรรดานักการเมืองระหว่างประเทศ และเราหวังว่าเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไปจะสามารถรักษาความเป็นอิสระของตำแหน่งนี้ไว้ได้”

        ท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ยังได้แสดงความยินดีต่อการขยายความร่วมมือต่างๆ กับรัฐบาลฟินแลนด์ และกล่าวย้ำว่า “ความเข้าใจต่างๆ ที่ได้ลงนามร่วมกันระหว่างรัฐบาลทั้งสองจำเป็นจะต้องได้รับการปฏิบัติจริง และการไม่ดำเนินการมันนั้นจะมีผลสะท้อนในทางไม่ดีต่อความคิดเห็นของประชาชน”

        ในการเข้าพบครั้งนี้ที่มี ดร.ฮะซัน รูฮานี ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านร่วมอยู่ด้วยนั้น นายเซาลี นีนิสเตอ ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ได้แสดงความพึงพอใจต่อการเจรจาของตนในกรุงเตหะราน โดยกล่าวว่า “วันนี้ได้มีการบันทึกและการลงนามร่วมกันในภาคส่วนต่างๆ ถึงสี่เรื่อง และในการเจรจาของคณะผู้แทนต่างๆ ทางด้านธุรกิจก็มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี”

        นายเซาลี นีนิสเตอ ได้กล่าวว่า “ขอให้มั่นใจว่าความเข้าใจร่วมกันเหล่านี้จะไม่อยู่แค่เพียงในกระดาษ และเราจะดำเนินการให้บรรลุผลที่สัมผัสได้ด้วยการปฏิบัติให้เป็นจริง ทำนองเดียวกันนี้ที่ชุมชนธุรกิจและผู้ประกอบการชาวฟินแลนด์มีความมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมืออย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพกับอิหร่าน”

        ประธานาธิบดีฟินแลนด์ได้ชี้ถึงสถานการณ์ต่างๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และการแพร่กระจายของการก่อการร้ายว่า สถานการณ์ปัจจุบันของโลกเป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความวุ่นวายและกล่าวว่า “การก่อการร้ายได้ปรากฏตัวขึ้นในมิติใหม่ๆ และมีขนาดใหญ่ และก่อให้เกิดการอพยพพลัดถิ่นของผู้คนจำนวนมาก และเป็นที่น่าเศร้าใจที่วันนี้ในซีเรีย อิรักและเยเมน แม่และเด็กๆ ต้องถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก”

        นายเซาลี นีนิสเตอ ได้สนับสนุนทัศนะของท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม เกี่ยวกับปัญหาการก่อการร้ายและกล่าวว่า “บรรดารัฐบาลทั้งหลายและองค์การสหประชาชาติไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมและการต่อสู้กับการก่อการร้าย”

        ประธานาธิบดีฟินแลนด์ ได้ชี้ถึงสถานะและอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคและบทบาทที่สำคัญของประเทศนี้ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย โดยกล่าวว่า “อิหร่านได้ใช้ความพยายามขั้นสูงสุดเพื่อถอนรากถอนโคนการก่อการร้าย และมั่นใจว่าจะยังคงดำเนินภารกิจนี้ต่อไป”

ที่มา : khamenei.ir

แปล : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles