^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 5 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7618829
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
23
1177
2228
18673
7618829

15-10-2019 เวลา 05 : 56

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

ซาอุดีอาระเบีย สาเหตุของวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

      วิลายะตี : เลขาธิการสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลามกล่าวว่า “ซาอุดิอาระเบียคือสาเหตุของวิกฤตการณ์จำนวนมากในตะวันออกกลาง”

       ตามรายงานของ IRNA อาลีอัคบาร์ วิลายะตี ที่ปรึกษากิจการระหว่างประเทศของผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน และเลขาธิการสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลาม ได้กล่าวเสริมในวันเสาร์ (22-10-59) ในการประชุมสภาสูงสุดของสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลามครั้งที่ 9 ในกรุงแบกแดด ว่า “ซาอุดีอาระเบียคือสาเหตุของวิกฤตการณ์จำนวนมากในตะวันออกกลาง โดยอาศัยเงินและการสร้างวิกฤตความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในโลกอิสลาม”

       เขาย้ำว่า : ขณะนี้ซาอุดิอาระเบียกำลังดำเนินการที่จะ “สร้างความสัมพันธ์กับระบอบอิสราเอลผู้ยึดครองดินแดน” ซึ่งนั่นหมายความว่า “เป็นการแทงอิสลามข้างหลัง”

       วิลายะตีกล่าวต่อไปอีกว่า : บรรดาศัตรูแม้ว่าจะมีการจัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ แต่ก็ไม่สามารถที่จะสร้างแบบจำลองทางเลือกและคู่แข่งสำหรับการตื่นของอิสลามขึ้นมาได้

       เขากล่าวเสริมว่า : หลังจากผ่านพ้นไปมากกว่าห้าปีจากการเริ่มต้นของกระแสการตื่นตัวของอิสลาม และการจัดตั้งสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลาม โดยการกำกับดูแลของท่านผู้นำสูงสุด บรรดาผู้ต่อต้านการตื่นตัวของอิสลามแม้จะจัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ขึ้นมาในฐานะคู่แข่ง เพื่อที่จะทำให้แผนการต่างๆ ในการแบ่งแยกดินแดนทั้งหลายคืบหน้าไป แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความต้องการต่างๆ ทั้งหมดของตนในการที่จะควบคุมกระแส (การตื่นตัวของอิสลาม) ขนาดใหญ่นี้บรรลุผลได้”

       ในการประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง นักวิชาการและผู้รู้ศาสนาจาก 22 ประเทศอิสลามเข้าร่วม วิลายะตีได้กล่าวเสริมว่า “ขณะนี้แรงบันดาลใจต่างๆ ในการญิฮาด (การต่อสู้) ได้ถูกกระพือไปในหมู่ประชาชนทั้งชีอะฮ์และซุนนีในซีเรียและอิรักแล้ว และประชาชนมุสลิมของซีเรียและอิรักได้ยืนเคียงข้างกองทัพและกองกำลังทหารของทั้งสองประเทศดังกล่าวใน แนวรบเดียวกัน เพื่อทำลายกลุ่มตักฟีรีทั้งหลาย และยังได้รับชัยชนะต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่”

       เขากล่าวว่า “แน่นอนยิ่งความปราชัยของกลุ่มไอซิสและกลุ่มตักฟีรีในซีเรียและอิรักจะนำโอกาสต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่มาสู่โลกอิสลาม ในด้านหนึ่งคือจิตวิญญาณของการญิฮาดและความเชื่อมั่นในตัวเองในการต่อสู้และการเผชิญหน้ากับกลุ่มสุดโต่งตักฟีรีและกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ และในอีกด้านหนึ่งคือความรุดหน้าของการตื่นตัวของอิสลามที่เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน”

      วิลายะตีได้กล่าวว่า “เพื่อที่จะเผชิญหน้ากับกลุ่มตักฟีรีที่กำลังพยายามสร้างวิกฤตการณ์อยู่นั้น บรรดานักวิชาการทางศาสนาและปัญญาชนทั้งหลายจำเป็นต้องใช้ความพยายามเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษในการเปิดโปงแนวความคิดของกลุ่มตักฟีรี”

       เขาแสดงความพึงพอใจต่อชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นในอิรักและซีเรีย และถือว่ามันเป็น “ผลของการที่ประชาชนได้ให้การสนับสนุนต่อกองทัพ” และกล่าวว่า “ชัยชนะในลักษณะเช่นนี้จะทำให้จิตวิญญาณแห่งเกียรติและศักดิ์ศรี และมีความภาคภูมิใจในการมีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งในหมู่ประชาชนชาวมุสลิม”

       เลขาธิการสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลามกล่าวต่อไปอีกว่า “อิรักนับจากการถูกโค่นล้มของซัดดัมได้เผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ มากมาย ท้ายสุดของมันคือการคุกคามของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส แต่ประชาชนชาวอิรักสามารถที่จะผ่านพ้นความท้าทายทั้งหมดเหล่านี้ไปได้ และขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำสงครามในเมืองโมซูลเพื่อทำให้กลุ่มก่อการร้ายหมดสิ้นไป”

       เขาได้ชี้ถึงสงครามที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ถูกกดขี่ของเยเมนและกล่าวว่า “การยืนหยัดของประชาชนชาวเยเมนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า วิธีการแก้ปัญหานั้นไม่ใช่ด้วยวิธีการทางทหาร”

       เลขาธิการสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลามได้ชี้ถึงเชคอิบรอฮีม ซักซะกี ผู้นำชีอะฮ์ของประเทศไนจีเรีย และกล่าวว่า “เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่เชคซักซะกีได้ตกอยู่ภายใต้การทรมานอย่างรุนแรงในคุกของไนจีเรีย และรัฐบาลของประเทศนี้ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในเรื่องนี้เลย”

       เขาอธิบายถึงปัญหาปาเลสไตน์ว่า ยังคงเป็นปัญหาแรกของโลกอิสลาม และกล่าวว่า “การมีอยู่ของกระแสแนวคิดตักฟีรีนั้นได้กลายเป็นสาเหตุทำให้ประเทศอิสลามทั้งหลายหลงลืมจากการที่จะจัดการกับศัตรูไซออนิสต์”

       วิลายะตีได้ย้ำว่า “ปัญหาปาเลสไตน์เป็นผลมาจากหกทศวรรษของการทรยศของประเทศอาหรับและอิสลามบางประเทศ ซึ่งขณะนี้พวกเขาพยายามที่จะเบี่ยงเบนทิศทางการจัดการกับระบอบไซออนิสต์ไปสู่กลุ่มไอซิสและกลุ่มตักฟีรีทั้งหลาย”

       การประชุมสมัชชาโลกการตื่นตัวของอิสลามครั้งที่ 9 ภายใต้หัวข้อ “การตื่นตัวของอิสลาม จะไม่ถูกทำให้หยุดลงได้” ได้เริ่มต้นขึ้นในเช้าวันเสาร์ในกรุงแบกแดด โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบุคคลสำคัญจาก 22 ประเทศเข้าร่วม

       ในการประชุมนี้ ซะลีม อัลญุบูรี ประธานรัฐสภาอิรัก, อัมมาร อัลฮะกีม ประธานสภาสูงสุดอิสลามแห่งอิรัก และไฮเดอร์ อัล อะบาดี นายกรัฐมนตรีอิรักได้กล่าวคำปราศรัย

ที่มา : PressTV

แปล : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles