^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 8 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

8652867
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
7310
1628
12724
55339
8652867

19-06-2019 เวลา 14 : 40

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

คำพูดที่ชวนคิดของอัล-ญุบัยร์:ซาอุฯ จะอยู่รอดได้โดยปราศจากอเมริกาหรือไม่?

คำพูดที่ชวนคิดของอัล-ญุบัยร์ : ซาอุฯ จะอยู่รอดได้โดยปราศจากอเมริกาหรือไม่?

หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์พาดพิงถึงบางประเทศในตะวันออกกลางและเรียกร้องให้ประเทศเหล่านั้นยอมรับค่าใช้จ่ายของเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ อาดิล อัล-ญุบัยร์ได้กล่าวคำพูดต่างๆ ที่ชวนขบคิด

      ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่า : "ประเทศในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) ซึ่งบางประเทศที่มีความร่ำรวยมหาศาลนั้น หากปราศจากสหรัฐอเมริกาและในระดับรองลงไปหากปราศจากฝรั่งเศสแล้ว จะไม่สามารถดำเนินอยู่ต่อไปได้ภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาจะไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้โดยปราศจากสหรัฐอเมริกา เราปกป้องพวกเขา ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามของตนและยอมรับค่าใช้จ่ายของเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น"

      ทันทีหลังจากถ้อยแถลงเหล่านี้ อาดิล อัล-ญุบัยร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้เรียกร้องให้กาตาร์จ่ายค่าใช้จ่ายในการคงอยู่ของกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียและได้กำหนดราคาค่าใช้จ่ายชัดเจนพร้อมกับเรียกร้องให้ส่งกองกำลังทหารของประเทศนี้ไปยังซีเรีย

     ในขณะที่จุดมุ่งหมายจากคำพูดของทรัมป์ในเบื้องแรกนั้นคือซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวอย่างชัดเจนโดยตรงไปยังริยาดในคำพูดของตนว่า : "ซาอุดีอาระเบียได้แสดงความสนใจอย่างมากต่อการตัดสินใจของเรา ผมได้บอกกับพวกเขาว่า "ดี! ถ้าหากพวกท่านต้องการให้เราอยู่ (ในซีเรีย) บางทีพวกท่านจำเป็นต้องจ่าย (ค่าใช้จ่ายของมัน)" ภารกิจนี้มีค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวนมากสำหรับประเทศของเรา และประเทศอื่นๆ จะได้รับผลประโยชน์มากกว่าผลประโยชน์ของเราเอง”

      ดูเหมือนว่า อาดิล อัล-ญุบัยร์ ด้วยกับการหยิบยกคำพูดนี้กำลังพยายามปัดประเด็นไปจากตัวเองและเหวี่ยงเผือกร้อนไปยังแดนของกาตาร์ เพื่อที่จะหาหุ้นส่วนสำหรับการจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ตามที่ให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้

      ประเด็นที่น่าคิดอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในคำพูดของทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของประเทศกาตาร์ และเขาได้ใช้คำศัพท์บางอย่างที่ครอบคลุมถึงประเทศซาอุดิอาระเบียด้วยเช่นกัน

      อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกกล่าวในคำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียคือถ้อยความที่ว่า "ถ้าสหรัฐอเมริกาถอนการสนับสนุนของตนจากกาตาร์ ระบอบของประเทศนี้ก็จะถูกโค่นล้มภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์" คำพูดเหล่านี้ แม้ว่าจะเปิดเผยให้เห็นถึงความจริงอย่างหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความลุ่มลึกของการพึ่งพาของบางระบอบในภูมิภาคนี้ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา

      ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ที่ว่า เรื่องเดียวกันนี้สอดคล้องเป็นจริงต่อสถานการณ์ในซาอุดิอาระเบียด้วยหรือไม่ เนื่องจากการพึ่งพาของประเทศนี้ที่มีต่อสหรัฐฯ ในการตัดสินใจทั้งในเรื่องภายในและภายนอกประเทศนั้นไม่เป็นที่ปกปิดสำหรับใคร แน่นอนเหตุผลของประเด็นนี้ก็คือการขาดการสนับสนุนของประชาชนซึ่งผู้ปกครองของซาอุดีอาระเบียไม่มีในสิ่งนี้ เนื่องจากประชาชนในประเทศนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่เคยเห็นกล่องลงคะแนนเสียงและสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหนึ่งของประชาชนโดยทั่วไปและเห็นได้ในสังคมประชาธิปไตยทั้งหลายนั้นได้กลายเป็นแค่เพียงความฝันในประเทศนี้

      การตัดสินใจต่างๆ เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง โดยไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชน แม้ว่าการตัดสินใจเหล่านี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ตาม โดยธรรมชาติในสังคมลักษณะเช่นนี้นั้นจะขาดความมั่นคง จะเผชิญกับภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก และบรรดาผู้ปกครองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องพึงพาอาศัยประเทศมหาอำนาจ เพื่อหลีกเลี่ยงจากภัยคุกคามต่างๆ เพื่อว่าด้วยวิธีการเช่นนี้จะช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเองได้

     ซาอุดีอาระเบียในฐานะที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดและด้วยกับการลงทุนด้านธนาคารต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาและการทำสัญญาจะซื้ออาวุธนั้น พยายามที่จะสนองตอบผลประโยชน์ต่างๆ ให้แก่สหรัฐอเมริกาเพื่อว่าด้วยวิธีการเช่นนี้จะช่วยรักษาระบบการเมืองของประเทศของตนให้ปลอดภัยจากอันตรายและภัยคุกคามต่างๆ

     และด้วยกับการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกานั้น พยายามหาทางที่จะเป็นมือบนเพื่อคุมดุลอำนาจในภูมิภาค  ด้วยการพิจารณาถึงภาพรวมของสถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาคนั้น เราจะพบว่า แม้ว่าซาอุดิอาระเบียจะเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคนี้ก็ตาม แต่สิ่งนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อประเด็นที่ว่า วอชิงตันเพื่อที่จะรักษาและการคงอยู่อย่างต่อเนื่องของผลประโยชน์เหล่านี้ แน่นอนเพื่อการแสดงภาพลักษณ์ภายนอกของการเป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนของตนนั้น จะทำการตีแซ่ลงบนม้าดื้อตัวนี้ และจะวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้  และบางทีสามารถที่จะวิเคราะห์ไปได้ว่า การดำเนินมาตรการปฏิรูปทางสังคมและเศรษฐกิจในขณะนี้เกิดขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะยับยั้ง "กระแสคลื่นลูกใหม่ของการประท้วงต่อต้านแบบเงียบๆ" ในประเทศนี้

ที่มา : สำนักข่าวตัสนีม

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles