^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 70 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7008376
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
1877
6873
34692
103460
7008376

23-09-2018 เวลา 09 : 53

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

คำพูดที่ชวนคิดของอัล-ญุบัยร์:ซาอุฯ จะอยู่รอดได้โดยปราศจากอเมริกาหรือไม่?

คำพูดที่ชวนคิดของอัล-ญุบัยร์ : ซาอุฯ จะอยู่รอดได้โดยปราศจากอเมริกาหรือไม่?

หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์พาดพิงถึงบางประเทศในตะวันออกกลางและเรียกร้องให้ประเทศเหล่านั้นยอมรับค่าใช้จ่ายของเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ อาดิล อัล-ญุบัยร์ได้กล่าวคำพูดต่างๆ ที่ชวนขบคิด

      ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่า : "ประเทศในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) ซึ่งบางประเทศที่มีความร่ำรวยมหาศาลนั้น หากปราศจากสหรัฐอเมริกาและในระดับรองลงไปหากปราศจากฝรั่งเศสแล้ว จะไม่สามารถดำเนินอยู่ต่อไปได้ภายในระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาจะไม่สามารถอยู่รอดต่อไปได้โดยปราศจากสหรัฐอเมริกา เราปกป้องพวกเขา ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามของตนและยอมรับค่าใช้จ่ายของเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น"

      ทันทีหลังจากถ้อยแถลงเหล่านี้ อาดิล อัล-ญุบัยร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้เรียกร้องให้กาตาร์จ่ายค่าใช้จ่ายในการคงอยู่ของกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียและได้กำหนดราคาค่าใช้จ่ายชัดเจนพร้อมกับเรียกร้องให้ส่งกองกำลังทหารของประเทศนี้ไปยังซีเรีย

     ในขณะที่จุดมุ่งหมายจากคำพูดของทรัมป์ในเบื้องแรกนั้นคือซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทรัมป์ได้กล่าวอย่างชัดเจนโดยตรงไปยังริยาดในคำพูดของตนว่า : "ซาอุดีอาระเบียได้แสดงความสนใจอย่างมากต่อการตัดสินใจของเรา ผมได้บอกกับพวกเขาว่า "ดี! ถ้าหากพวกท่านต้องการให้เราอยู่ (ในซีเรีย) บางทีพวกท่านจำเป็นต้องจ่าย (ค่าใช้จ่ายของมัน)" ภารกิจนี้มีค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวนมากสำหรับประเทศของเรา และประเทศอื่นๆ จะได้รับผลประโยชน์มากกว่าผลประโยชน์ของเราเอง”

      ดูเหมือนว่า อาดิล อัล-ญุบัยร์ ด้วยกับการหยิบยกคำพูดนี้กำลังพยายามปัดประเด็นไปจากตัวเองและเหวี่ยงเผือกร้อนไปยังแดนของกาตาร์ เพื่อที่จะหาหุ้นส่วนสำหรับการจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ตามที่ให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้

      ประเด็นที่น่าคิดอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในคำพูดของทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของประเทศกาตาร์ และเขาได้ใช้คำศัพท์บางอย่างที่ครอบคลุมถึงประเทศซาอุดิอาระเบียด้วยเช่นกัน

      อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกกล่าวในคำพูดของรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียคือถ้อยความที่ว่า "ถ้าสหรัฐอเมริกาถอนการสนับสนุนของตนจากกาตาร์ ระบอบของประเทศนี้ก็จะถูกโค่นล้มภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์" คำพูดเหล่านี้ แม้ว่าจะเปิดเผยให้เห็นถึงความจริงอย่างหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความลุ่มลึกของการพึ่งพาของบางระบอบในภูมิภาคนี้ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา

      ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ที่ว่า เรื่องเดียวกันนี้สอดคล้องเป็นจริงต่อสถานการณ์ในซาอุดิอาระเบียด้วยหรือไม่ เนื่องจากการพึ่งพาของประเทศนี้ที่มีต่อสหรัฐฯ ในการตัดสินใจทั้งในเรื่องภายในและภายนอกประเทศนั้นไม่เป็นที่ปกปิดสำหรับใคร แน่นอนเหตุผลของประเด็นนี้ก็คือการขาดการสนับสนุนของประชาชนซึ่งผู้ปกครองของซาอุดีอาระเบียไม่มีในสิ่งนี้ เนื่องจากประชาชนในประเทศนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่เคยเห็นกล่องลงคะแนนเสียงและสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหนึ่งของประชาชนโดยทั่วไปและเห็นได้ในสังคมประชาธิปไตยทั้งหลายนั้นได้กลายเป็นแค่เพียงความฝันในประเทศนี้

      การตัดสินใจต่างๆ เป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง โดยไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชน แม้ว่าการตัดสินใจเหล่านี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็ตาม โดยธรรมชาติในสังคมลักษณะเช่นนี้นั้นจะขาดความมั่นคง จะเผชิญกับภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก และบรรดาผู้ปกครองก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องพึงพาอาศัยประเทศมหาอำนาจ เพื่อหลีกเลี่ยงจากภัยคุกคามต่างๆ เพื่อว่าด้วยวิธีการเช่นนี้จะช่วยสร้างหลักประกันความมั่นคงของตนเองได้

     ซาอุดีอาระเบียในฐานะที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดและด้วยกับการลงทุนด้านธนาคารต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาและการทำสัญญาจะซื้ออาวุธนั้น พยายามที่จะสนองตอบผลประโยชน์ต่างๆ ให้แก่สหรัฐอเมริกาเพื่อว่าด้วยวิธีการเช่นนี้จะช่วยรักษาระบบการเมืองของประเทศของตนให้ปลอดภัยจากอันตรายและภัยคุกคามต่างๆ

     และด้วยกับการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกานั้น พยายามหาทางที่จะเป็นมือบนเพื่อคุมดุลอำนาจในภูมิภาค  ด้วยการพิจารณาถึงภาพรวมของสถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาคนั้น เราจะพบว่า แม้ว่าซาอุดิอาระเบียจะเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคนี้ก็ตาม แต่สิ่งนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อประเด็นที่ว่า วอชิงตันเพื่อที่จะรักษาและการคงอยู่อย่างต่อเนื่องของผลประโยชน์เหล่านี้ แน่นอนเพื่อการแสดงภาพลักษณ์ภายนอกของการเป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนของตนนั้น จะทำการตีแซ่ลงบนม้าดื้อตัวนี้ และจะวิพากษ์วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้  และบางทีสามารถที่จะวิเคราะห์ไปได้ว่า การดำเนินมาตรการปฏิรูปทางสังคมและเศรษฐกิจในขณะนี้เกิดขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะยับยั้ง "กระแสคลื่นลูกใหม่ของการประท้วงต่อต้านแบบเงียบๆ" ในประเทศนี้

ที่มา : สำนักข่าวตัสนีม

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles