^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 406 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7379894
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5
5606
17131
119903
7379894

21-11-2018 เวลา 00 : 01

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

ศึกษาบทเรียนในอดีต เพื่อวิเคราะห์อนาคต ตอนที่ 2 เงาที่อยู่เบื้องหลังฉาก

      ในความเป็นจริงมีตัวละครสำคัญที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการและขบวนการครอบงำ ชี้นำและกำกับฉากการแสดงทางเศรษฐกิจการเมืองโลกอยู่มากมาย และโยงใยเป็นโครงข่ายสลับซับซ้อน แยกย่อยออกไปอย่างแยบยล เกินกว่าจะนำมาบอกกล่าวกันสั้นๆได้ กระนั้นก็อยากจะเล่าสู่กันฟังสักเล็กน้อย

       ร็อธไชลด์คือตระกูลนายธนาคารสากลชาวยิวจากแฟรงเฟิร์ต เยอรมัน ในศตวรรษที่ 18 ตระกูลนี้ได้ส่งบุตรชาย 5 คน ไปเปิดธนาคารใน 5 เมือง 5 ประเทศคือแฟรงเฟิร์ต เยอรมัน ลอนดอน อังกฤษ ปารีส ฝรั่งเศส เนเปิล อิตาลี และเวียนนา ออสเตรีย

       นาธาน เมเยอร์ ร็อธไชลด์ (ค.ศ. 1777-1836) คือผู้รับผิดชอบธนาคารร็อธไชลด์ที่ลอนดอน อังกฤษ เป็นบุตรชายคนที่สามของตระกูลร็อธไชลด์ แต่มีความฉลาดเฉลียวและความสามารถในเชิงธุรกิจการเงินการธนาคารมากที่สุด นาธานมีเหลนทวดชื่อลอร์ดวอลเตอร์ ร็อธไชลด์ (ค.ศ. 1868-1937) ซึ่งเป็นทั้งประธานธนาคารร็อธไชลด์แห่งอังกฤษ สมาชิกรัฐสภาอังกฤษและประธานขบวนการไซออนิสต์สากล ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์เพื่อการตั้งถิ่นฐานชาวยิวขึ้นในปาเลสไตน์ อันเป็นที่มาของประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน

      คำประกาศ (หรือจดหมาย) ของบัลโฟร์ (ค.ศ.1848-1930) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ) ซึ่งระบุว่ารัฐบาลอังกฤษดำริจะจัดตั้งชุมชนชาวยิวขึ้นในแผ่นดินปาเลสไตน์ก็ส่งถึงลอร์ดวอลเตอร์ ร็อธไชลด์ผู้นี้ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าการถือกำเนิดขึ้นของประเทศอิสราเอลใน ค.ศ. 1945 เป็นเพียงงานอดิเรกของนายธนาคารสากลชาวยิวที่กระทำเพื่อชาวยิวด้วยกันเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับเครือข่ายธุรกิจการเงินและอำนาจการเมืองระหว่างประเทศที่พวกเขามี งบประมาณที่จ่ายไปเพื่อการถือกำเนิดของรัฐอิสราเอลเป็นเพียงเศษเงินของพวกเขา แต่แลกกับชะตากรรมและแผ่นดินถิ่นเกิดของชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดรัฐอิสราเอล เป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานของนายธนาคารสากลเหล่านี้เท่านั้น

       จาคอบ เอช ชิฟฟ์ (ค.ศ. 1847-1920) เป็นยิวจากแฟรงเฟิร์ต เยอรมัน โมเซส ชิฟฟ์ พ่อของจาคอบเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันมากกับครอบครัวร็อธไชลด์ในแฟรงเฟิร์ต จาคอบ ชิฟฟ์อพยพไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ยังหนุ่ม และในเวลาต่อมากลายเป็นนายธนาคารที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

       จาคอบ เอช ชิฟฟ์มีเพื่อนชาวยิวที่อพยพจากเยอรมันมายังสหรัฐอเมริกาด้วยกันคนหนึ่งชื่อพอล วอร์เบิร์กและต่อมาทั้งสองเป็นคู่เขยกัน ภรรยาวอร์เบิร์กเป็นน้องสาวของภรรยาชิฟฟ์ โดยภรรยาของทั้งสองเป็นบุตรสาวของตระกูลนายธนาคารใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

       พอล วอร์เบิร์กและจาคอบ ชิฟฟ์เป็นตัวแทนของนายธนาคารร็อธไชลด์ในสหรัฐอเมริกา ทั้งสองเป็นแกนนำในการก่อตั้งธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve System) หรือเฟด (FED) ชื่อระบุว่าเป็นธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา แต่ความเป็นจริงหน่วยงานนี้เป็นองค์กรธุรกิจเอกชน อิสระไม่ขึ้นกับรัฐบาล (ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้แต่งตั้งประธานองค์กรก็ตาม) มีผู้ถือหุ้นเป็นของตนเอง กำไรที่ได้จากการทำธุรกิจเป็นของผู้ถือหุ้น ซึ่งก็คือบรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกานั่นเอง แต่องค์กรนี้กลับทำหน้าที่พิมพ์เงินดอลลาร์ กำหนดค่าเงินดอลลาร์ (โดยไม่ต้องมีทองคำหนุนหลังเหมือนเงินสกุลอื่นทั่วโลก) และกำหนดอัตราดอกเบี้ยของประเทศ

ประธานเฟดตั้งแต่คนแรกคือพอล วอร์เบิร์ก จนถึงปัจจุบันเกือบทั้งหมดเป็นยิว

      ประธานคนปัจจุบัน (คนที่ 15) คือเจเนต เยลเลนก็เป็นยิว ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาเปรียบเสมือนรัฐบาลกลางของสถาบันการเงินทั่วโลก การขยับตัวของเฟด ล้วนมีผลกระทบต่อต่อตลาดหุ้นตลาดทุนและตลาดเงินทั้งโลกนี้

      มีอีกองค์กรหนึ่งในสหรัฐเมริกาที่ทำงานคู่ขนานกับเฟด แต่เป็นด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นั่นคือสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council of Foreign Affair) หรือ CFR) ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1921 โดยมีเฟลิกซ์ วอร์เบิร์กน้องชายของพอล วอร์เบิร์กและเป็นลูกเขยของจาคอบ ชิฟฟ์ เฟลิกซ์เป็นประธานสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคนแรก และประธานคนปัจจุบันคือริชาร์ด นาธาน ฮาสก็เป็นยิว ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 4,900 คน ประกอบด้วยบุคคลสำคัญในทุกวงการของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมือง นักวิชาการด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนักธุรกิจระดับสูงโดยเฉพาะนักการเงิน นายธนาคารจากวอลสตรีท อดีตประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ (CIA) ของสหรัฐอเมริกาเกือบทุกคนล้วนเป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้มาก่อน

       ตามภาพภายนอกสภานี้มีความเชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งเสริมโลกาภิวัฒน์ การค้าเสรีและความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ภายในเป็นที่รู้กันว่าสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือผู้กำหนดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา กล่าวกันว่าประธานาธิบดีทุกคนของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ล้วนต้องได้รับการรับรองจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสิ้นจึงจะสามารถชนะการเลือกตั้งได้

       สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกามีคู่แฝดอยู่ในยุโรปด้วย นั่นคือ สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยุโรป (European Council on Foreign Relations) หรือ ECFR ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเมืองหลวงของประเทศในทวีปยุโรป 7 ประเทศคือลอนดอน อังกฤษ เบอร์ลิน เยอรมนี มาดริด สเปน ปารีส ฝรั่งเศส โรม กรีซ โซเฟีย บัลแกเรียและวอ์ซอ โปแลนด์ โดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่ลอนดอน (โปรดสังเกตว่าไม่สำนักงานอยู่ในกรุงมอสโค รัสเซีย) สมาชิก นโยบายและการดำเนินงานเหมือนกับสภาความสัมพันธ์ระหว่างประทศในสหรัฐอเมริกา เพียงแต่ยังมีอายุไม่มากและอิทธิพลยังไม่สูงนัก แต่กำลังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ จากผู้ทรงอิทธิพลทางการเงินและการเมืองในทวีปยุโรป

      นี่คือเรื่องราวที่ย่นย่อที่สุด กล่าวถึงตัวละครน้อยที่สุดของกลุ่มคนที่เป็นผู้สร้างองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุด เมื่อประสานเข้ากับองค์กรอื่นๆ ที่เครือข่ายของกลุ่มคนเหล่านี้สร้างไว้เช่นกัน นั่นคือ สหประชาชาติและองค์กรในเครือข่าย ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และคณะกรรมการ 300 (Committee of 300- ซึ่งจะกล่าวถึงภายหลัง) ทำให้สามารถมองเห็นเงารางๆ ของสิ่งที่เรียกว่า ระเบียบโลกใหม่ (New World Order) และรัฐบาลโลก (Global Government)

สิ่งที่อยากจะฝากทิ้งท้ายไว้ 2 เรื่องคือ

  1. ในเมื่อพวกเขายังมีแนวความคิดรัฐบาลโลกได้- และกำลังดำเนินการอยู่- แล้วไฉนเราจะมีแนวความคิดรัฐบาลโลกของเรา –เหล่าประชาชาติที่ถูกกดขี่และถูกทำให้อ่อนแอ- บ้างไม่ได้
  2. ถ้าเราศึกษาทำความเข้าใจประเด็นเหล่านี้อย่างละเอียด ก็จะไม่แปลกใจต่อสถานการณ์โลกปัจจุบันว่า เหตุไฉนเพราะอะไรเล่าจึงเป็นเช่นนี้ ที่การกดขี่ข่มเหง ความอธรรม การฆ่าสังหาร สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศและโศกนาฏกรรมนานาประการจึงเกิดขึ้นมากมายกว่ายุคอดีตที่มนุษย์ยังล้าหลังป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม และเหตุการณ์เหล่านี้กำลังเกิดขึ้นในโลกที่ได้ชื่อว่าอยู่ในยุคศิวิไลซ์

เรียงเรียง : Fareed Denyingyoch

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles