^ Back to Top

ASM.Channel TV.Online 24 Hrs.

FaceBook สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม

facebook likebox joomla module

มีผู้เยี่ยมชมอยู่ขณะนี้ทั้งหมด

We have 50 guests and no members online

สถิติผู้เข้าเยี่ยมชม

7528756
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
538
7237
39946
93838
7528756

15-12-2018 เวลา 02 : 01

หมวดหมู่วีดีโอ l Categories VDO.

แผงผังเว๊บไซต์ l Sitemap Menu

หน้าแรก l Home islamicstudiesth.com

“ลัทธิฮอลิวูดและภาพยนต์” ขบวนการบิดเบือนและธุรกิจค้ากำไร

       การสัมมนาระหว่างประเทศ “ลัทธิฮอลิวูดกับภาพยนต์” (Hollywoodism & Cinema) ครั้งที่ 2 ในหัวข้อเรื่อง “ลัทธิฮอลิวูดกับลุทธิไซออนิสต์และเทคนิคของฮอลิวูดในการบิดเบือนเหตุการณ์ต่างๆ ของโลกภายใต้นโยบายของลัทธิไซออนิสต์" ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันที่สองในวันที่ 14 บะฮ์มัน (ตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2012) ณ ศูนย์การวิจัยทางวัฒนธรรมของกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน (ชุมชนอิหร่าน) โดยมีนายนาดิร ฏอลิบซอเดฮ์ ประธานในการจัดงานครั้งนี้

      ตามการรายงานของสำนักข่าวฟาร์ซ ; สองหัวข้อการประชุมในช่วงเช้า แรบไบอาร์โนลด์ ลีโอนโคเฮน(Rabbi Arnold Leon Cohen) นายโรเบิร์ต ฟอริสัน (Robert Faurisson) นางแมรี่ บรูเชท (Marie Bruchet) นายโคลดิโอ โมฟฟา(Claudio Moffa) นายดาเนียล ชักเตอร์(Daniel Schacter) และ ดร.เว็บสเตอร์ ทาร์เพล์ (Webster Tarpley) ได้นำเสนอคำพูดของพวกเขา

ชาวยิวออร์โธดอกมีความเห็นพร้องต่ออุดมคติของชาวปาเลสไตน์

      แรบไบอาร์โนลด์ ลีโอน โคเฮน ผู้บรรยายคนแรกในที่ประชุมนี้ ท่านได้แยกแนวทางของชาวยิวในโลกออกจากพวกไซออนิสต์ พร้อมกับกล่าวว่า “ฮอลลีวูดกำลังพยายามที่จะทำหน้าที่แนะนำไซออนิสต์ไปตามเป้าหมายต่างๆ ทางด้านสื่อของตน และก้าวไกลไปยิ่งกว่านั้น พวกเขาต้องการที่จะบอกว่า การต่อต้านไซออนิสต์เท่ากับเป็นการต่อต้านความเป็นยิว ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ผิดพลาด ชาวโลกจะต้องไม่หลงเข้าใจว่าชาวยิวทั้งหมดนั้นเป็นไซออนิสต์ ภาพยนตร์จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดแบบนี้ ผมขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ว่า ชาวยิวทั้งหมดไม่ใช่ไซออนิสต์ ชาวยิวออร์โธดอกนั้นต่อต้านพวกไซออนิสต์ และเห็นพร้องกับอุดมคติต่างๆ ของชาวปาเลสไตน์ ในช่วงที่ลัทธิไซออนิสต์ถูกนำเสนอนั้นผู้นำชาวยิวจำนวนมากได้คัดค้านต่อสิ่งนั้น”

เราจะต้องไม่มีประเทศเป็นของเราเอง

      ท่านได้ยกเหตุผลสองประการที่แสดงถึงความแตกต่างระหว่างชาวยิวกับชาวไซออนิสต์ โดยกล่าวว่า “ด้วยกับเหตุผลสองประการที่กล่าวว่าชาวไซออนิสต์ไม่ได้หมายถึงชาวยิว ประการแรกนั่นคือ ชาวไซออนิสต์ได้ออกห่างจากความเชื่อต่างๆ ทางด้านศาสนายูดายไปแล้ว และอีกประการหนึ่งนั่นคือ ชาวยิวมีความรักต่อมนุษย์ทุกคน แต่ไซออนิสต์ไม่สนใจต่อคุณค่าต่างๆ ของความเป็นมนุษย์ พวกเขาได้ออกห่างไปจากจารีตประเพณีของการดำเนินชีวิตแบบชาวยิว ในปัจจุบันนี้ชาวยิวกระจัดกระจายอยู่ในสี่จุดของโลก พวกเราจะต้องมีเจตนาที่ดีต่อประเทศต่างๆ ที่เราใช้ชีวิตอยู่ในนั้น เราจะต้องไม่มีประเทศเป็นของตนเอง หากเราพิจารณาตามคำสอนเหล่านี้เราจะต้องอยู่ในสภาพของการถูกเนรเทศ นี่คือความเชื่อของชาวยิวออร์โธดอก แต่ชาวไซออนิสต์ไม่มีความเชื่อในเรื่องของการถูกเนรเทศ พวกเขาเป็นชาวยิวลัทธิชาตินิยม”

เราจะไม่ยอมสูญเสียน้ำตาให้กับความหายนะของพวกไซออนิสต์อย่างแน่นอน

       ท่านได้กล่าวเสริมว่า “ความหมายของอัตลักษณ์ของชาวยิวนั้นแฝงอยู่ในรูปแบบของการดำเนินชีวิตของพวกเขา แต่พวกไซออนิสต์จะบอกว่า หากพวกท่านเป็นชาวยิวที่ปฏิเสธพระเจ้า พวกท่านจึงจะสามารถเป็นพลเมืองชาวยิวของอิสราเอลได้ พวกเขามีการเคลื่อนไหวแบบเซคิลาร์ (ฆราวาส) และด้วยเหตุนี้เอง หากวันใดก็ตามที่การดำเนินชีวิตของพวกไซออนิสต์สิ้นสุดลง ชาวยิวออร์โธดอกจะไม่หลั่งน้ำตาให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน เป็นระยะเวลายาวนานหลายปีที่ชาวยิวได้ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างชาวมุสลิม และพวกเขาไม่เคยมีปัญหาใดๆ ต่อกันเลย และก็จะไม่มีอย่างแน่นอน ศาสนายูดายและศาสนาอิสลามนั้นไม่มีสงครามใดๆ ต่อกัน”

      นายโรเบิร์ต ฟอริสัน (Robert Faurisson) ผู้บรรยายอีกคนหนึ่งในที่ประชุมครั้งนี้ เขาได้พูดถึงการศึกษาวิจัยและความพยายามต่างๆ ของตนเองในการค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับคำกล่าวอ้างของชาวไซออนิสต์ โดยกล่าวว่า “ทัศนะที่ขัดแย้งต่างๆ มากมายสามารถพบได้ในคำกล่าวอ้างของพวกไซออนิสต์” เขากล่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านี้และการขาดซึ่งหลักฐานที่เป็นเครื่องพิสูจน์ของพวกไซออนิสต์ว่า “พวกเขากล่าวว่ามีห้องแก๊สสำหรับใช้ในการสังหารชาวยิว แต่ทว่าห้องแก๊สนั้นจะต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน เพราะแต่ละห้องไม่สามารถใช้เป็นห้องแก๊สได้ ห้องแก๊สจะต้องมีช่องระบายต่างๆ ที่สามารถระบายแก๊สออกได้อย่างรวดเร็ว ห้องแก๊สจะต้องมีคุณลักษณะพิเศษ 47 ประการ แต่ในช่วงสงครามโลกนั้นเงื่อนไขต่างๆ ในการสร้างห้องเช่นนี้ยังไม่มี พวกเขากล่าวว่าใน “ค่ายกักกันเอาชวิตซ์” (Auschwitz) มีห้องแก๊สอยู่ ในปี 1976 ผมมีโอกาสได้เห็นรูปภาพต่างๆ ของห้องเหล่านี้ในคลังเอกสารของค่ายกักกันเอาชวิตซ์ ห้องเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้วมันไม่ใช่ห้องแก๊ส แต่เป็นสถานที่ที่ใช้เก็บศพ และในค่ายกักกันเอาชวิตซ์ (Auschwitz) ซึ่งมีแคมป์สำหรับชาวโปแลนด์และชาวยิว แต่ปัญหาของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมได้ตีพิมพ์เอกสารเหล่านี้เผยแพร่ ในช่วงเวลาที่พวกเราอยู่ในเลอมงด์ (Le Monde) พวกเราต้องการที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเกิดขึ้นของ “Holocaust” (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว)  พวกเขาได้กล่าวกับพวกเราว่า พวกคุณไม่ต้องถามอะไรเกี่ยวกับวิธีการเกิดขึ้นของมัน แต่พวกคุณจงเชื่อมันเถิด”

Holocaust จากคำสารภาพหนึ่งนั้นเกิดจากจากความกลัวของเจ้าหน้าที่ เอส.เอส.

      นายโรเบิร์ต ฟอริสัน (Robert Faurisson) ยังได้กล่าวเกี่ยวกับการโกหกคำโตที่ว่ามีคนตาย 6 ล้านคนว่า “พวกเขากล่าวว่ามีผู้ถูกสังหารจำนวน 6 ล้านคนในเหตุการณ์Holocaust พวกเขาเอาจำนวน 6 ล้านนี้มาจากที่ไหน! พวกเขาเอาจำนวนตัวเลขที่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้และเป็นจำนวนมหาศาลนี้มาจากผู้ถูกสังหารของปี 1910 และ1920 และ 1930 กล่าวคือสถิติของผู้ตายเหล่านี้เป็นของก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาได้เอาเหตุผลของเหตุการณ์ Holocaust นี้มาจากคำสารภาพของเจ้าหน้าที่ เอส.เอส. ที่อยู่ในคุกซึ่งมีนามว่า ฮิตเลอร์ ในขณะที่บุคคลผู้นี้ไม่เคยปรากฏตัวในศาลนูเรมเบิร์กเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในศาลแห่งนั้นทนายชาวเยอรมันผู้หนึ่งได้กล่าวว่า เขาจำเป็นจะต้องมาให้คำตอบต่อข้อซักถามต่างๆ แต่ผู้พิพากษากล่าวว่า เขาจะถูกนำตัวมายังศาลในภายหลัง แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้ไปที่ศาลเลย”

นโยบายอันแสนอัปยศของฮอลลีวูด

       เขายังได้ชี้ถึงฮอลลีวูดและผลงานต่างๆ ของมัน โดยกล่าวว่า “ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฮอลลีวูด คือการสร้างแนวความคิดในเรื่องของ “Holocaust” (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) ซึ่งเป็นเรื่องโกหกที่ยิ่งใหญ่ของชาวอเมริกัน และเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้กับชาวไซออนิสต์และฮอลลีวูด จากเหตุผลดังกล่าวนี้จึงจำเป็นจะต้องกล่าวว่า นโยบายต่างๆ ของฮอลลีวูดนั้นเป็นเรื่องน่าอัปยศ”

วินเซนต์ เรนวา (Vincent Rnva) ถูกกักบริเวณอยู่กับบ้าน

      นางแมรี่ บรูเชท (Marie Bruchet) ผู้ช่วยของนาย วินเซนต์ เรนวา (Vincent Rnva) (ผู้ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้าน และไม่สามารถที่จะเดินทางมาเข้าร่วมการสัมมนา “ลัทธิฮอลลิวู้ดกับภาพยนต์” (Hollywoodism & Cinema ครั้งที่ 2 นี้ได้) เธอเป็นผู้บรรยายอีกคนหนึ่งในที่ประชุมครั้งนี้ เธอเริ่มต้นคำบรรยายโดยการฉายภาพตัวอย่างของภาพยนตร์ที่ถูกสร้างโดยฮอลลิวูดในชื่อเรื่องว่า “Holocaust” พร้อมกับกล่าวว่า “ฮอลลิวูดพยายามที่จะดึงทุกอย่างลงไปสู่ความมืด ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเป้าหมายที่จะล้างสมองและความเชื่อของประชาชน และจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นในความเชื่อและแนวความคิดของประชาชน และท่ามกลางสื่ออื่นๆ ก็มีการแผ่ขยายแนวความคิดนี้เช่นเดียวกัน และมันได้ถูกนำเสนอในรูปของการ์ตูนต่างๆ ดังนั้นจำเป็นที่เราจะต้องพยายามเปิดโปงสิ่งเหล่านี้”

ไม่มีหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับ Holocaust

      นายโคลดิโอ โมฟฟา (Claudio Moffa) ผู้บรรยายอีกคนหนึ่งของที่ประชุมนี้ได้กล่าวว่า “หนึ่งในประเด็นสำคัญนั้นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องราวของ Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) กับตะวันออกกลาง บรรดาผู้พิพากษา ทนายความและนักประวัติศาสตร์จำนวนมากได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คำพูดต่างๆ ของนายโรเบิร์ต ฟอริสัน (Robert Faurisson) ก็เป็นไปในทิศทางนี้เช่นเดียวกัน ในการสัมมนาก่อนหน้านี้เราได้พูดคุยกันไปแล้วเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) กับนิยายปรัมปรา และทำให้เกิดการถกเถียงกันต่างๆ นานา อย่างรุนแรง นักประวัติศาสตร์ชาวยิวบางคนยังได้ตั้งคำถามอันเป็นข้อเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชาวกรุงโรมบางคนต้องการท้าทายพวกเราเกี่ยวกับเรื่อง “ค่ายกักกันเอาชวิตซ์” (Auschwitz) แต่พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้พวกเรา ในอิตาลีนายกสมาคมชาวยิวได้กล่าวว่า ทำไมนายโคลดิโอ โมฟฟา (Claudio Moffa) ยังสามารถสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ ในขณะที่นายโรเบิร์ต ฟอริสัน (Robert Faurisson) กลับถูกห้ามสอน”

       เขากล่าวต่อไปว่า “ผมไม่ได้ปฏิเสธการสังหารหมู่และก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธด้วย ผมในฐานะที่เป็นนักประวัติศาสตร์คนหนึ่ง ผมพยายามที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงตามที่มันเป็น เรามีการถกเถียงกันอย่างมากมายกับหมู่ชนชาวยิว และผมยังได้ตีพิมพ์เนื้อหาต่างๆ ในหนังสือพิมพ์ พวกเขาได้คัดค้านต่อต้านการวิจัยแยกแยะต่างๆ ของพวกเราอย่างเต็มที่ ประเด็นทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องราวของ Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) นั้นไม่มีหลักฐานใดๆ เป็นเครื่องยืนยัน และวางอยู่บนความเพ้อฝัน และบรรดานักประวัติศาสตร์ที่พูดยืนยันในเรื่องนี้เป็นเพียงกลุ่มนักประวัติศาสตร์เฉพาะในเรื่องของ Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) เท่านั้น และพวกเขาไม่ใช่นักประวัติศาสตร์จริงๆ จำนวน 6 ล้านคนนั้นเป็นเรื่องที่พูดเกินความเป็นจริง พวกเขาเรียกร้องค่าชดเชยจากเยอรมนีด้วยกับตัวเลขสถิติที่ผิดพลาดนี้ จากเอกสารต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการเป็นธุรกิจของเรื่อง Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) นี้ ทั้งนี้เนื่องจากว่าจำนวนตัวเลข 6 ล้านคนนี้มีการใช้อ้างอยู่ก่อนแล้วก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

       เขาได้กล่าวในช่วงท้ายว่า “เราเป็นผู้มุ่งมั่นในการปฏิเสธเรื่องนี้ แต่เราก็มีความกล้าหาญพอที่จะกล่าวว่าพวกคุณจงนำเอาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ของพวกคุณมาแสดงให้เห็น การไม่มีหลักฐานเอกสารนี่เองที่ทำให้อาจารย์ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง Holocaust (การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว) ซาร์โกซีคือผู้ที่ดำเนินอยู่บนแนวทางนโยบายของลัทธิไซออนิสต์”

ไม่ควรลืมอาชญากรรมของ นาทานยาฮู ในคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับอาชญากรรมของฮิตเลอร์

       ดร.เว็บสเตอร์ ทาร์เพล์ (Webster Tarpley) กล่าวในการประชุมครั้งนี้เช่นเดียวกันว่า “มันเป็นการต่อสู้กับความเชื่อต่างๆ ที่ไร้สาระ จะเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงหากเราปล่อยให้การโฆษณาชวนเชื่อของไซออนิสต์เปลี่ยนความเชื่อของเรา หากเราปล่อยให้ตัวเราลืมอาชญากรรมของนาทานยาฮูในท่ามกลางคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับอาชญากรรมของฮิตเลอร์แล้ว นาทานยาฮูก็เป็นผู้ชนะไปแล้ว ชนชั้นสูงในประเทศฝรั่งเศสและอเมริกาและประเทศอื่นๆ ต่างเป็นผู้สนับสนุนฮิตเลอร์ ค่ายกักกันสำหรับการบังคับใช้แรงงานถูกก่อตั้งขึ้นสำหรับแรงงานทั้งหลายเหล่านั้น ในช่วงเวลานั้นการมีอยู่ของมันเป็นข้อเท็จจริงประการหนึ่ง ในโรงงานเหล่านี้มีประชาชนและชาวคุกต้องทำงานกันถึงขั้นต้องเสียชีวิต เพราะฉะนั้นการมีผู้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิตนั้น ก็ด้วยเหตุผลของการบังคับใช้แรงงาน ในจำนวนผู้ผู้ตายเหล่านี้สามารถพบเห็นได้มีผู้คนจากหลายประเทศ หลายทัศนคติและหลายศาสนา”

นายทุนอเมริกันและฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนในอาชญากรรมต่างๆ

       เขากล่าวเกี่ยวกับยิวและค่ายกักกันมรณะ (เอาชวิตซ์) อีกว่า “ผู้บริหารจำนวนมากของค่ายกักกันมรณะเหล่านี้เป็นผู้บริหารของวอลล์สตรีท และปู่ของจอร์ช บุช ก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารค่ายกักกันเอาชวิตซ์ (Auschwitz) แฮร์รี่ฟอร์ด (แฮร์รี่ฟอร์ด) ตระกูลดูปองท์ (Dupont)ก็เป็นผู้มีส่วนร่วมในอาชญากรรมเหล่านี้เช่นเดียวกัน เคยมีการตกลงกันว่าจะตั้งศาลนูเรมเบิร์กขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อดำเนินคดีกับบรรดานักอุตสาห์กรรมระดับใหญ่ของเยอรมัน แต่ศาลดังกล่าวก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะหากศาลนูเรมเบิร์กถูกจัดตั้งขึ้นความสัมพันธ์ระหว่างชาวเยอรมนีกับชาวอเมริกันแห่งวอลสตรีท (Wall Street) ก็จะถูกเปิดโปรง แต่เมื่อใดก็ตามที่มันถูกจัดตั้งขึ้นอเมริกาก็จะตกเป็นอาชญากรในกรณีของฮิโรชิมาและนางาซากิเช่นเดียวกัน การโฆษณาชวนเชื่อจำเป็นจะต้องแยกออกจากข้อเท็จจริง และจะต้องไม่ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นที่บรรดาไซออนิสต์ได้ก่ออาชญากรรมไว้ในฉนวนกาซ่า”

การตั้งศาลตัดสินสื่อต่างๆ ที่โหมกลองสงคราม

       นายดาเนียลชักเตอร์ (Daniel Schacter) ได้วิจารณ์เกี่ยวกับการอภิปรายต่างๆ ในที่ประชุมนี้โดยกล่าวว่า “เรามารวมตัวกันที่นี่ก็เพราะเราเห็นว่าประเทศอิหร่านกำลังตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้สงครามครั้งต่อไปเกิดขึ้นได้อีก ฮอลลีวูดจะเข้าสู่การปฏิบัติการด้วยพลังอำนาจทางด้านสื่อของตนเพื่อทำลายบุคคลต่างๆ ที่ไม่มีอำนาจที่จะจัดการอะไรกับมันได้ อาวุธของมันก็คือการเบี่ยงเบนและสร้างความหลงผิดให้กับความคิดของประชาชนด้วยภาพยนตร์ต่างๆ ของดิสนีย์ ซึ่งต้องการพิสูจน์ถึงความเหนือกว่าของชนผิวขาว สถานีโทรทัศน์ เอบีซี กล่าวโดยไม่มีหลักฐานใดๆ ว่าอิหร่านกำลังข่มขู่คุกคามต่ออเมริกา ดังนั้นเราจำเป็นต้องพูดถึงบทบาทของสื่อทั้งหลายในการประชุมครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันสงครามทางแนวความคิดถูกนำเสนอ หากเราต้องการที่จะชนะในสงครามครั้งนี้ เราจะต้องพูดถึงผลต่างๆ ทางด้านสื่อ เรามายังประเทศอิหร่านเพื่อที่จะตรวจสอบมิติทางการเมืองของประเทศนี้ที่ตกอยู่ภายใต้การถูกโจมตี และบรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังถูกลอบสังหาร การเมืองบอกหรือไม่ว่าไม่ให้เราพูดเกี่ยวกับอดีตที่ผ่านมา เราจำเป็นจะต้องพูดเกี่ยวกับอิหร่านในขณะนี้ที่อาจเป็นได้ว่าจะกลายเป็นอิรักอีกแห่งหนึ่ง เราต้องการที่จะบอกกับชาวโลกได้รับรู้ว่าอิหร่านมีสิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ เราจะต้องมุ่งประเด็นไปที่การอภิปรายในเรื่องเหล่านี้ หากเราเอาประเด็นเหล่านี้ไปผสมผสานเข้ากับเรื่องอื่นๆ เราก็จะเข้าสู่เนื้อหาชายขอบที่ไม่ใช่ประเด็นหลัก และด้วยเนื้อหาที่เป็นชายขอบนี้ก็จะทำให้เราสูญเสีย ดังนั้นเราต้องวางโฟกัสไปในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เราไม่ควรจะพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆ ที่จะนำให้เตลิดออกไปนอกเรื่อง ผมเองก็ได้สูญเสียครอบครัวไปในความหายนะของเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาพูดในเรื่องนี้ เราไม่สมควรจะมาแสดงความรู้สึกต่างๆ ในการสัมมนานี้ เราจะต้องตั้งศาลตัดสินอาชญากรรมต่างๆ ทางด้านสื่อ เพราะพวกเขาเป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เป็นเท็จแก่ประชาชน พวกเขาเป็นเครื่องจักรสงครามของฮอลลีวูด และกำลังโหมตีกลองสงคราม”

ที่มา : ฟาร์สนิวส์

[บทความเก่า จากแฟ้มข่าว]

ข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 News.

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุด l Top 10 Articles